<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1413630981646618663</id><updated>2012-01-27T12:10:16.933+07:00</updated><title type='text'>ปิงฟ้าวิลันดา</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://vilunda.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>55</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1413630981646618663.post-1699960774193080147</id><published>2009-05-20T00:05:00.005+07:00</published><updated>2009-08-04T14:05:10.709+07:00</updated><title type='text'>เกริ่นนำ</title><content type='html'>เรื่องราวความรักของปิงฟ้า จิตรกรสาว และวิลันดา เศรษฐีนี ชาวเหนือ เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอดีตความรักของพ่อของเธอ และคนในตระกูลของวิลันดา ผู้หญิงทั้งสองจะต้องทำอย่างไร กับอุปสรรคทั้งหลายที่เผชิญอยู่เบื้องหน้า ? &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ราชา'วดี&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1413630981646618663-1699960774193080147?l=vilunda.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vilunda.blogspot.com/feeds/1699960774193080147/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/blog-post_20.html#comment-form' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/1699960774193080147'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/1699960774193080147'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/blog-post_20.html' title='เกริ่นนำ'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1413630981646618663.post-5953903122483459950</id><published>2009-05-20T00:02:00.001+07:00</published><updated>2009-05-20T00:04:55.639+07:00</updated><title type='text'>ตอนอวสาน</title><content type='html'>วันที่ปิงฟ้าออกเดินทาง ศรีพงษ์ปรากฏตัวด้วยชุดสูทสีขาวอย่างเจ้าบ่าวคนหนึ่ง ในมือมีช่อกุหลาบสีแดงช่อใหญ่…&lt;br /&gt;แม่  และน้องชาย พร้อมกับเพื่อน ๆของปิงฟ้าพากันมาส่งที่ดอนเมือง ส่วนพ่อของเธอจะเดินทางไปส่งถึงโรม… แล้วทุกคนก็ต้องพากันแปลกใจเมื่อเห็นศรีพงษ์ก้าวเข้ามาหาอย่างช้า ๆ ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ทุกคนก่อนที่เขาจะยื่นช่อดอกไม้นั้นให้แก่เธอ&lt;br /&gt;ปิงฟ้าได้แต่ยืนมองเขา  เธอไม่รับดอกไม้จากเขา… และเพียงครู่เดียวเธอก็เลิกสนใจ …และเดินจากเขาไป ทิ้งให้เขายืนเก้อดายเหมือนตัวตลกตัวหนึ่ง&lt;br /&gt;คุณอาวิลันดาของเขาตั้งใจมาส่งปิงฟ้าเช่นกัน แต่หล่อนมาล่ากว่าใคร ๆ.. กำลังเดินมองหาคณะของปิงฟ้าอยู่  ในมือนั้นมีพวงมาลัยดอกมะลิสดเตรียมมาให้..&lt;br /&gt;ศรีพงษ์ ม่อนคำหวานเดินตามผู้หญิงที่เขารักไป เขาสาวเท้าแซงหน้าเธอไปเล็กน้อย  แล้วหันกลับมามองเธอด้วยดวงตาละห้อย…และแล้วเขาก็คว้าปืนออกมาจากบั้นเอว…ผู้คน ณ ที่แห่งนั้นต่างตกตะลึงพรึงเพริศ!&lt;br /&gt;ชายหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวผู้มีช่อกุหลาบสีแดงอยู่ในมือข้างหนึ่ง ใช้มืออีกข้างหนึ่งจับปืน…ยกขึ้นจ่อขมับตัวเอง… &lt;br /&gt;และ.. ทันใดนั้นเอง!ทุกคนก็ได้ยินเสียงปืน…&lt;br /&gt;เปรี้ยง !..&lt;br /&gt;ช่อกุหลาบสีแดงในมือร่วงหล่นตกลงสู่พื้น ศรีพงษ์ ม่อนคำหวานค่อย ๆล้มร่างลงกับพื้นตรงแทบเท้าของเธอพอดี.. เขายังมีสติตอนที่ปิงฟ้าขยับเท้าหนี  และพ่อของเธอโอบรับลูกสาวเข้ามาสู่อ้อมกอด&lt;br /&gt;วิลันดา ม่อนคำหวาน ทันได้เห็นเท้าของหญิงสาวปิงฟ้าขยับหนีไปจากร่างของหลานชายตน…เห็นสองพ่อลูกโอบกอดกัน และพากันเดินจากเขาไปขณะที่คนอื่น ๆยังยืนตะลึง..&lt;br /&gt;โอ.. โอ้.. ศรีพงษ์คนดี เขาหรือสู้อุตส่าห์ยอมเททุ่มล้มตายแทบเท้า  ปิงฟ้าแค่ตกใจ..เหมือนชีวิตเขาเป็นเพียงจิ้งจกตัวหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาตายอยู่เบื้องหน้า.. แล้วก็เท่านั้น! &lt;br /&gt;แต่ศรีพงษ์เป็นคน เขาเป็นคนทั้งคนที่ล้มลงตายเลือดแดงฉาน หยดเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นติดชายเสื้อสีขาวของปิงฟ้าหลายหยด  เหมือนกับว่า เขาประจงแต้มสีให้เธออย่างจงใจที่สุด&lt;br /&gt;วิลันดาถลันเข้าหาเขา…หล่อนกรีดร้องหวีดหวิวบาดลึกในจิตใจทุกคนทุกผู้ที่พบเห็นและได้ยิน…หล่อนเงยหน้ามองตามหลังปิงฟ้าไป…&lt;br /&gt;และนาทีนั้นเอง ที่ปิงฟ้าได้หันกลับมายังต้นเสียงที่กรีดร้องร่ำไห้…มองเห็นสองตาของวิลันดาพุ่งตรงมา.. มันกล่าวโทษ กล่าวหาอย่างรุนแรง.. มันเหมือนลูกธนูที่พุ่งออกมาจากแหล่ง และปิงฟ้ารู้สึกเหมือนกับว่าได้ยินเสียงผู้หญิงต่างวัยคนนี้กล่าวหาหวีดหวิว…  &lt;br /&gt; “เธอฆ่าเขา..”.. …&lt;br /&gt; “เธอเป็นฆาตกร”… &lt;br /&gt; “คนใจร้าย..”…&lt;br /&gt;เพราะเธอหรือ  ผู้ชายคนนี้จึงตัดสินใจเช่นนี้?…&lt;br /&gt;นาทีนั้น วิลันดารู้สึกต่อคนรักว่าช่างเยือกเย็นเสียจนน่ากลัว..แต่หล่อนไม่อาจมองเห็นปิงฟ้าขดตัวงอเหมือนกุ้ง พิงตัวไว้กับพ่อด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทิ้ม  …&lt;br /&gt;เขาเลวและบ้า..เธอไม่มีวันให้อภัยแม้นเขาตายลับ..&lt;br /&gt;แม้นตาย เขายังเลือกที่จะมาตายต่อหน้าเธอให้เธอต้องเดือดร้อน…เขาทำให้คนที่เธอรักพลันแหลกสลายความรู้สึกที่เคยได้สร้างเอาไว้เนิ่นนาน…ปิงฟ้ารู้สึกว่าเธอย่อยยับไม่เหลืออะไรอีกเลย.. ผู้ชายสารเลวคนนี้ทำลายทุกอย่างหมดสิ้น..&lt;br /&gt;ปิงฟ้าน้ำตาไหลด้วยความแค้น..แค้นแสนแค้นที่ไม่สามารถทำอะไรเขาได้  เธอได้แต่ยอมรับการกระทำอันย่ำยีทุกอย่าง..และไม่อาจบอกกล่าวให้ใครได้รับรู้ ร่วมเข้าใจในความเลวทรามของเขา&lt;br /&gt;ถ้าเพียงแต่เขาไม่ใช่หลานของวิลันดา..เธอไม่อายที่จะจัดการกับเขาตามกฎหมายตั้งแต่แรก เธอไม่จัดการเขา  เขากลับตามราวี เขาทุ่มโถมทั้งชีวิตเพื่อทำร้ายเธอ…ครอบครัวของเธอคงพบกับความยุ่งยากด้วยอิทธิพลพวกสกุลใหญ่คับฟ้าของเขา..&lt;br /&gt;..            &lt;br /&gt;แล้วพ่อก็เล่าเรื่องราวบางอย่างของท่านกับผู้หญิงคนหนึ่งให้เธอฟัง…เรื่องที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน…โอ…เธอรู้สึกได้ว่าศรีพงษ์ได้รับอิทธิพลจากเรื่องเหล่านี้…แต่ถึงอย่างไร เธอก็เกลียดเขา เธอไม่อาจทำใจให้อภัย…&lt;br /&gt;ปิงฟ้าด้นอยู่ในความมืดมนเป็นเวลานาน...ปีแรกที่โรม เธอมักผวาเมื่อเดิน ๆจวนจะถึงมุมตึกมุมถนน เธอจะตกใจจนผวาสุดตัวเสมอเมื่อเห็นคนสวมเสื้อขาว ๆเดินโผล่พ้นออกมา..เธอมักมองเห็นเป็นว่าเสื้อนั้นมันเปื้อนเลือดสด ๆ  ..&lt;br /&gt;เธอมักรู้สึกว่ามีเขามองเธออยู่  มองมาจากมุมนั้น มุมนี้.. และบางทีก็เป็นวิลันดาจ้องมองมายังเธอ.. ด้วยสายตากล่าวหาและมีแววอาฆาตมาดร้าย…&lt;br /&gt;ความรักในใจวิลันดาคงแหลกสลายแล้ว… ปิงฟ้าไม่ได้ติดต่อหล่อน และไม่ได้รับการติดต่อจากหล่อน เธอไม่รู้ว่าวิลันดาคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไรต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น&lt;br /&gt;ส่วนทางบ้านของเธอ พ่อไม่อาจดำเนินธุรกิจต่อไปได้ บริษัทก่อสร้างเล็ก ๆ ของท่านถูกโดดเดี่ยวอย่างง่ายดายเมื่อม่อนคำหวานเอ่ยปากเพียงประโยคเดียว… ท่านตัดสินใจขายกิจการ ขายบ้านในเวียงค์ไปทำสวนปลูกผักอยู่ในชนบท แม้นขวัญนภาพี่สาวของปิงฟ้ายื่นข้อเสนอให้ท่านกลับฮ่องกงเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง  แต่ท่านไม่ยอมจากเมืองไทยไปไหนอีกแล้ว…&lt;br /&gt;ศรัณน้องชายของปิงฟ้าต้องเช่าหอพักเพื่อเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยในเวียงค์ ..ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงหมดสิ้น!&lt;br /&gt;เพราะเธอหรือจึงเป็นเช่นนี้?&lt;br /&gt;เพราะผู้ชายระยำคนนั้นต่างหาก เขาไม่น่าเป็นหลานของวิลันดา..ปิงฟ้าเหมือนคนที่เจียน ๆจะเป็นบ้า  ทุกอย่างผิดแปลก ประสาทหลอนและ รู้สึกถึงความว้าเหว่เวิ้งว้าง  เธอเหมือนคนที่ถูกทำร้ายตลอดเวลาไม่รู้จบสิ้น  แต่… เธอต้องอยู่ให้ได้ ต้องอยู่ต่อไป  ต้องเรียนให้จบ..เธอต้องมีชีวิตต่อไป…&lt;br /&gt;  ..&lt;br /&gt;ที่หน้าต่างห้องพักในกรุงโรม  ท้องฟ้าเกลื่อนไปด้วยดวงดาว บนนั้น..ว่ากันว่าถ้ามีคนตาย ดวงวิญญาณจะถูกนำไปแขวนไว้ เป็นดวงดาวที่พราวพริบ  &lt;br /&gt;มีสองดวงม่อนคำหวาน ยอมตายเพื่อกล่าวขานถึงความรักแห่งตน รักร้อนๆ ของพวกเขาช่างเดือดพล่านยอมสาดเลือดกระจายจนแดงฉาน    &lt;br /&gt;ส่วนรักของพ่อ และปิงฟ้า ก็คือยอม…ยอมให้กระทำทุกอย่าง ยอมให้ถูกปิดล้อม ยอมมีชีวิตอย่างเดียวดายเคว้งคว้าง…&lt;br /&gt;ปิงฟ้าเคยคิดถึงความรักครั้งใหม่  แต่..เธอก็ทำใจไม่ได้ เธอรู้จักแต่จะรักผู้หญิงที่ชื่อวิลันดาเท่านั้น หัวใจเธอไม่ยอมรับสิ่งใดอีกต่อไป…ถึงแม้นว่าสำหรับวิลันดามันอาจแหลกสลายไปแล้วพร้อมร่างที่ล้มลงของผู้ชายคนนั้น..แต่สำหรับเธอ มันยังอยู่ มันมิได้จบสิ้นไปพร้อมชีวิตของใคร…มันไม่มีวันจบไปจากใจของเธอ..&lt;br /&gt;ปิงฟ้ามองฟ้าในคืนดาวระยับ  ฟังเพลงบรรเลงแผ่วหวาน..สุดท้าย..หลับตาลง หากยังคงเห็นสองตามองมาก่นโทษ… ปิงฟ้าสะอื้นไห้ในความหลับใหลด้วยใจที่เต็มไปด้วยความทุกข์และทรมาน…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท้ายบท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิลันดาตื่นขึ้นมาไม่พบปิงฟ้าเสียแล้ว หล่อนมิได้ตื่นสาย แต่ปิงฟ้าออกไปก่อนเสียก่อนต่างหาก  หล่อนรู้สึกปวดศีรษะ เนื้อตัวร้อนผะผ่าว &lt;br /&gt;เก็บที่นอนแล้วก็ไม่รู้จะไปไหน หล่อนชงกาแฟ แล้วเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ หล่อนจามอยู่ในนั้นหลายหนและรู้สึกมึน ๆ..&lt;br /&gt;กาแฟร้อน ๆพอช่วยให้ดีขึ้นบ้างเล็กน้อย  แต่แล้วไม่นานมันกลับทำให้อยากอาเจียน..รู้สึกพะอืดพะอม เบ้าตาร้อนผ่าว..&lt;br /&gt;ปิงฟ้าหนีไปแต่เช้า คิดแล้วหล่อนก็น้ำตาเอ่อ.. หล่อนมืดตัน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับตัวเองดี.. กลับหรือ?  หรือทนอยู่อย่างนี้? แต่หล่อนต้องการปิงฟ้ากลับคืน.. ความรักยังอยู่  แต่มันถูกแทรกด้วยเรื่องราวบาดหมายที่ทิ่มแทงใจกัน   &lt;br /&gt;วิลันดารู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกมันหมุนคว้าง…แล้วร่างของหล่อนก็ซวนเซไปอาเจียนที่อ่างล้างหน้าอย่างทุลักทุเล..&lt;br /&gt;           &lt;br /&gt;ปิงฟ้าหมดชั่วโมงเรียนตอนบ่าย แต่ไม่ได้กลับที่พัก เธอหอบกระดานไปนั่งรับจ้างวาดลายเส้นกับรุ่นน้องที่น้ำพุเทรวี่ และอยู่เสียที่นั่นจนมืดค่ำ &lt;br /&gt;อากาศหนาวเหน็บ เครื่องทำความร้อนที่ห้องเคยเสียมาแล้วหนหนึ่ง ปิงฟ้าห่วงอยู่เหมือนกันว่ามันจะเสียขึ้นมาอีก และหล่อนจะอยู่อย่างไร?&lt;br /&gt;วิลันดาคงออกไปเที่ยวกับจุฬา ตอนนี้อาจทำอาหารกินกันแล้ว..ปิงฟ้าไม่เจอจุฬาที่มหาวิทยาลัยในวันนี้ และเธอก็ไม่ได้โทรเข้าไปหาวิลันดาที่ห้อง ไม่รู้ว่าทำไม ทำไมจึงต้องเฉยเมย.. แล้วก็ได้แต่เสียใจที่ทำให้วิลันดาเสียใจ ทั้งที่เธอกับวิลันดายังรักกัน…&lt;br /&gt;ปิงฟ้าไม่พบหล่อนที่ห้อง  แต่เสื้อผ้าข้าวของยังอยู่..เครื่องรับฝากข้อความทางโทรศัพท์กระพริบไฟปริบ ๆ…ปิงฟ้ารีบกดปุ่มฟังข้อความทันที&lt;br /&gt;“ปิงแกไปไหนหือ..คุณน้าป่วยนะแก ชั้นเลยพามาโรงพยาบาลแองเจิ้น  แกรีบมาด่วนเลยนะเว้ย  แกบาปมากที่ปล่อยให้คนไม่สบายอยู่คนเดียวทั้งวัน ชั้นโทรหาแกที่ตึกเรียนตั้งหลายหนก็ไม่เจอ ที่ชั้นจะบอกก็มีแค่นี้ล่ะแล้วรีบมาล่ะ..”&lt;br /&gt;เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ปิงฟ้ารู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ค่อยถูก เธอค่อย ๆหยิบกุญแจห้อง สวมเสื้อกันหนาวตัวโต เดินก้าวออกจากห้อง ลงบันไดชัน ๆแล้วเข้าไปในลิฟเก่าแก่นั่นซึ่งเสียงของมันกึงกังโครมครามตลอดเวลา เมื่อเดินออกจากลิฟมาได้ เธอผ่านใครต่อใครที่คุ้นเคยกันแต่ก็ไม่ทักใคร และไม่รับคำทักของใคร ร่างสูงเปรียวของเธอเหมือนลอยเลื่อนปราศจากวิญญาณ..โรงพยาบาลแห่งนั้นอยู่ไม่ไกลมาก หากปรกติเธอคงรอรถเมล์ หรือไม่ก็อาจเดิน..&lt;br /&gt;แต่ที่สุดเธอก็เรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาล..&lt;br /&gt;จุฬาเป็นคนอื่นยังห่วงวิลันดาขนาดนี้ อา…ช่วงที่ไม่ได้พบ ไม่ได้ติดต่อกัน หล่อนเป็นอย่างไรบ้างนะ? หล่อนป่วยไข้ง่ายมาแต่ไหนแต่ไร..หากปิงฟ้าเองก็ป่วยใจ..ไม่มีใครมีความสุขเลย..&lt;br /&gt; “เฮ้ยปิง..ทำไมมาป่านนี้วะ” จุฬาเห็นหน้าก็ถลาเข้ามาหาทันที&lt;br /&gt;แต่ปิงฟ้าไม่สนใจจุฬา เธอตรงมายืนเกาะอยู่ข้างเตียง เธอและวิลันดามองกันอยู่เนิ่นนาน..ได้ยินเสียงจุฬาบ่นอะไรต่ออะไรตลอดเวลา หากแต่ไม่มีใครสนใจฟัง&lt;br /&gt; “ชั้นเข้าไปเห็นคุณน้านอนแย่อยู่ที่โซฟาน่ะ..แกเอ๊ยตัวงี้ร้อนจี๋เชียว  ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทันละมั้ง เป็นหวัดเมืองหนาวอย่างงี้ไม่กระจอกเหมือนหวัดบ้านเรานะเว๊ย  ไม่ใช่เดี๋ยวใจ*จะหายง่าย ๆ แกก็รู้ว่ากว่าจะหายมันทรมานทรกรรมอยู่เป็นนาน มันเรื้ออยู่นั่นแล้ว โอย.. อีตอนชั้นมาใหม่ ๆนะแก  เป็นหวัดงี้ซม…แกเอ๊ย..โงหัวไม่ขึ้นตั้งหลายวัน มันทรมานน่าดูเลยนะแก แถมตอนนั้นไม่รู้จักใครเสียด้วย  อะไร ๆ ก็ต้องทำเองทุกอย่าง คิดแล้วน้ำตาจะไหล.. ชั้นร้องไห้ทุกวันเลย  คิดถึงบ้านก็คิดถึง รำ ๆว่าจะกลับ ๆ มะรอมมะร่อ…พอดี๊..กะว่าพรุ่งนี้จะไปบุ๊กตั๋ว..แต่พอเช้าขึ้นมานะแก..หายเหมือนปลิดทิ้ง!!! โอ้แม่เป็นเจ้าพูดแล้วเหมือนโกหก..แถมมหาวิทยาลัยก็ตอบรับมาวันนั้นซะด้วย..” เดี๋ยวใจ*เป็นสำนวนชาวใต้ หมายถึงเดี๋ยวเดียว แป๊บเดียว..&lt;br /&gt;ปิงฟ้าไม่สนอาการจ้ออย่างปรกติของจุฬา  เธอก้มลงสวมกอดคนป่วย  และวิลันดาก็โอบกระหวัดเอาไว้แนบสนิท และต่างไม่เอ่ยอะไรแก่กันสักคำเดียว … &lt;br /&gt;จุฬาหยุดพูด ได้แต่มองอย่างแปลกใจ…และแล้วจุฬาก็อมยิ้ม…เธอส่ายหน้าไปมา ยักไหล่เล็กน้อยแล้วค่อย ๆย่องออกไปจากห้อง&lt;br /&gt;ปิงฟ้าจูบที่หน้าผากหล่อนด้วยแสนรัก &lt;br /&gt;“ปิงขอโทษ…” น้ำตาของหญิงสาวปิงฟ้าไหลลงมาที่ปลายจมูก &lt;br /&gt;“คุณไม่ต้องการคำขอโทษ..คุณต้องการปิงคนเดิมกลับคืนมา”&lt;br /&gt;ปิงฟ้าสวมกอดหล่อนอีก…&lt;br /&gt;“ปิงอยู่นี่ค่ะ ปิงรักคุณเสมอ..” ผู้หญิงสองคนกอดกันแนบแน่น บัดนั้นเหมือนว่าโลกทั้งโลกหมุนคว้าง และเสียงเพลงแห่งความรักดังกระหึ่มก้อง..&lt;br /&gt;"หายเร็ว ๆนะคะ..ถ้าคุณหายดีแล้วปิงจะพาคุณเที่ยวให้ทั่ว.."&lt;br /&gt;วิลันดายิ้มละไมอ่อนหวาน และยกมือเช็ดน้ำตาให้คนรัก..&lt;br /&gt;"ปิงรักคุณ"..ปิงฟ้าซบหน้าลงกับอก &lt;br /&gt;วิลันดากอดเธอไว้..รู้สึกดั่งบทกวี..ที่ว่าข้อต่อทองสองข้อที่เคยหลุดออกจากกันนั้นบัดนี้กลับมาต่อคล้องกันดั่งเดิมอีกครั้ง..ธรรมชาติของความรักเต็มไปด้วยความดิ้นรนกระเสือกกระสน เสาะหาหนทางที่จะต่อเชื่อมกันและกันให้เป็นหนึ่งเดียวจนได้.. และมันเป็นไปดั่งนี้เองไม่ว่าจะเป็นคู่รักเพศเดียวกันหรือต่างเพศ..ก็ล้วนแล้วแต่ดำเนินไปตามธรรมชาติทั้งสิ้น..   &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; “ปิง..” จุฬาใช้ไหล่สะกิดไหล่อย่างหยอกเย้า ขณะเดินออกมาจากโรงพยาบาลด้วยกัน  &lt;br /&gt;“อะไรคะ?”  ปิงฟ้าหันไปถาม มองเห็นรอยยิ้มมีนัยแอบแฝงของจุฬาแล้วเธอก็ยิ้มออกมา&lt;br /&gt; “มีอะไรก็ว่ามาเถอะ”&lt;br /&gt;จุฬายักคิ้ว ทำท่าเจ้าเล่ห์ดูน่าขัน&lt;br /&gt;“คำถามละลาบละล้วงนะ..”&lt;br /&gt;คราวนี้ปิงฟ้าหัวเราะเบา ๆอย่างอารมณ์ดี&lt;br /&gt; “ถามจริง...แกกับคุณน้าวิลันดาคนนี้ไม่ใช่ญาติกันจริง ๆใช่ไหม? หมายความว่าแกโกหกชั้น ..ชั้นไม่ได้ว่าอะไรนะที่แกโกหก ชั้นไม่ได้ต่อว่าที่แกโกหก เอ้อ.. อะไรบางอย่างบางทีมันก็ต้องอย่างงี้แหล่ะใช่ไหมปิง คือคนเราบางทีก็ไม่สามารถพูดจริงทุกเรื่องกับทุกคน..แต่แกพูดกะชั้นได้นะ..ชั้นเป็นพวกเดียวกับแก..จริง ๆนะ”&lt;br /&gt;“เอาเป็นว่าพี่จุฬาจะถามอะไรแน่คะ?” ปิงฟ้ายิ้มแล้วยิ้มอีกกับความวกวนของจุฬา แต่เธอพอรู้แล้วล่ะว่าจุฬาจะถามอะไร&lt;br /&gt; “อืม ชั้นก็จะถามว่า แกกับคุณน้าไม่ได้เป็นญาติกันจริง ๆใช่ไหม?”&lt;br /&gt; “ค่ะ..  ”&lt;br /&gt; “แล้ว .. แล้วจริง ๆแล้วเป็นอะไรกัน?” จุฬายิ้มอย่างทะเล้น&lt;br /&gt; “พี่จุฬาเข้าใจว่าไงล่ะคะ?” ปิงฟ้าถามเรียบ ๆแต่ยังยิ้มกริ่ม&lt;br /&gt; “ตอนนี้เข้าใจว่าคุณน้าเป็นแฟนแก..ชั้นเข้าใจถูกต้องไหมนี่?”&lt;br /&gt;  “ค่ะ”  &lt;br /&gt; จุฬาตบหน้าขาตัวเองดังฉาดใหญ่&lt;br /&gt; “นั่นไง… ว่าแล้ว..แล้วแกกับคุณน้าก็รักกันมาก…แต่แกกับคุณน้ามีเรื่องทะเลาะกันหรือเข้าใจผิดอะไรกันบางอย่าง..หรืออะไรทำนองนั้น…”&lt;br /&gt; “พี่จุฬาไม่แอนตี้เรื่องพวกนี้เลยหรือคะ?” ปิงฟ้าถามตรง ๆ   &lt;br /&gt;จุฬาเพื่อนรุ่นพี่หันมามองแล้วยักไหล่เก๋ไก๋  &lt;br /&gt; “ความรักสวยงามเสมอนะแก..ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นในหัวใจดวงไหน ..ความรักไม่ใช่คณิตศาสตร์ที่จะต้องมีสูตรตายตัว.. แกกับคุณน้าไม่ใช่ผู้หญิงคู่แรกที่รักกัน … แล้วก็ไม่ใช่คู่สุดท้ายของโลกใบนี้..แต่อาจเป็นคู่ที่เก้าหมื่นเก้าสิบหกล้าน ๆๆๆ.. ไอ้เรื่องแบบนี้มันมีมานมนานกาเล..แล้วมันก็ต้องมีต่อไปอีกนานแสนนาน..แล้วเมื่อเป็นอย่างนี้แกว่าชั้นมีสิทธิ์อะไรไปแอนตี้? …”&lt;br /&gt;ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ  แต่หัวใจปิงฟ้าวันนี้กลับอบอุ่นเหลือเกิน… เธอได้ยินเสียงจุฬาฮึมฮัมบทกวีฝรั่งเศสเบา ๆ อย่างร่าเริง..ความรักสวยงามเสมอ ไม่ว่าจะเกิดในหัวใจดวงไหน…และดวงตาของคนรักนั้นก็แสนงามอ่อนหวานเสมอยามสบสานสายตากัน..ปิงฟ้าฟังบทกวีของจุฬาไม่รู้เรื่องตามเคย  แต่ดูเหมือนว่าวันนี้มันช่างเพราะพริ้งหวานซึ้งเสียเหลือเกิน..&lt;br /&gt;ปิงฟ้าเริ่มคิดว่าเธอจะพาวิลันดาไปเที่ยวที่ไหนบ้างในประเทศนี้..เธอคิดถึงจตุรัสเซ้นต์ปีเตอร์ในกรุงวาติกัน น้ำพุเทรวี่ที่เลื่องลือที่วันนี้เธอหนีไปอยู่ที่นั่นเสียจนมืดค่ำ คิดถึงเมืองปิซ่า และหอเอนที่โด่งดังไปทั่วโลก ไปปิซ่าแล้วน่าจะเลยไปเมืองฟลอเรนซ์ เมืองศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมในสมัยก่อน..เธอน่าจะพาวิลันดาไปชมรูปแกะสลักหินอ่อน"เดวิด" ผลงานของไมเคิล แองเจลโล ที่พิพิธภัณฑ์คาเดมี กัลเลอรี่ &lt;br /&gt;แล้วก็น่าจะไปวิหารเซนต์ มาเรีย เดลฟีออเร ที่ตกแต่งภายในอย่างสวยวิจิตรพิสดาร พาไปพิพิธพันธ์ เมดิซี่ที่เต็มไปด้วยภาพเขียนของจิตรกรดัง ๆในยุคก่อน &lt;br /&gt;หรืออาจลงใต้ไปเมืองเนเปิลเมืองเก่าแก่ก่อนคริสตกาล ไปปอมเปอี  ไปเกาะคาปรี..ไปทุกที่ ๆวิลันดาอยากไป..ปิงฟ้าจะไม่ยอมให้อดีตเข้ามาทำร้ายเธอและวิลันดาอีกต่อไป..&lt;br /&gt;   ..               &lt;br /&gt;หลายวันต่อมาที่เวนีซในยามโพล้เพล้...&lt;br /&gt;คนแจวเรือกำลังพาคนทั้งสองไปยังสะพานแห่งความปรารถนา...วิลันดาเอนอิงอยู่ในอ้อมกอดของปิงฟ้าในขณะที่เรือคอนโดร่าล่องลอยไปตามลำคลองเพื่อชมทัศนียภาพสองฝั่งคลองในเวนีซ...&lt;br /&gt;และที่ใต้สะพานแห่งนี้ปิงฟ้าจูบวิลันดาอย่างอ่อนหวานท่ามกลางเสียงระฆังของโบสถ์เซ้นต์มาร์คดังกังวาน...ว่ากันว่าถ้าคู่รักคู่ใดได้จุมพิตกันใต้สะพานแห่งความปรารถนาในขณะที่เสียงระฆังดังขึ้นเช่นนี้ชีวิตรักของคนทั้งสองจะหวานซึ้งและยั่งยืนชั่วนิจนิรันดร์&lt;br /&gt;                                          &lt;br /&gt;อวสาน.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1413630981646618663-5953903122483459950?l=vilunda.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vilunda.blogspot.com/feeds/5953903122483459950/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/blog-post.html#comment-form' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/5953903122483459950'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/5953903122483459950'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/blog-post.html' title='ตอนอวสาน'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1413630981646618663.post-9063767442638984146</id><published>2009-05-20T00:01:00.001+07:00</published><updated>2009-05-20T00:02:44.717+07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 53</title><content type='html'>“เสียดายที่ไม่มีโอกาสไปดู”&lt;br /&gt; “โอกาสหน้ายังมีนี่คะ”&lt;br /&gt;“เอ่อ…คุณคงแปลกใจ  ถ้ารู้ว่าผมมากับใคร”..&lt;br /&gt;และแล้วอะไรไม่ทราบทำให้สมองของศรีพงษ์ ม่อนคำหวาน คิดเล่ห์อย่างนั้นขึ้นมาได้  ปิงฟ้าวันนั้นแต่งตัวสบาย ๆ สวมกางเกงขาสั้นสีขาว เสื้อผ้าป่านสีขาวที่พลิ้วตามลมหวิว ๆแนบเรือนร่างรัดรึง แลดูแล้วชวนให้วาบหวามสะท้านใจ&lt;br /&gt;ผู้หญิงคนนี้ควรคู่กับผู้ชายอย่างเขาต่างหาก หาใช่กับผู้หญิงด้วยกันเองอย่างคุณอาวิลันดา.. เขาไม่สนใจแล้วกับความยุ่งยาก…ถ้าเธอต้องการ เขาเองพร้อมที่จะทำทุกสิ่ง..เขาให้เธอได้แม้นแต่การยอมเปลี่ยนนามสกุลไม่เป็นม่อนคำหวานอีกต่อไป!!!&lt;br /&gt;ดูเถอะ เมื่อไม่มีคุณอา ปิงฟ้าก็พูดจากับเขามากกว่าเดิม ยิ้มแย้มให้เขา และมีท่าทีตามสบายกว่า…&lt;br /&gt;“ใครคะ?”&lt;br /&gt;“คุณอา…” เขาหัวเราะ แต่ก็อย่างคนที่ไม่สุจริตใจ  &lt;br /&gt;ส่วนหนึ่งในเวลานั้นเขานึกชอบใจอุบายสด ๆร้อน ๆที่ชั่วร้ายของตัวเอง&lt;br /&gt;“คุณดา..” เสียงปิงฟ้าเรียกคุณอาเขานั้นอ่อนโยนเหลือหลาย&lt;br /&gt;“เอ๊ะ! .. กลับจากทัวร์แล้วหรือคะ?.."เธอว่า  ..  &lt;br /&gt;เธอไม่รู้หรอกว่าทำให้เขารู้สึกเกรี้ยวกราดชั่วขณะหนึ่ง เธอเอ่ยถึงคุณอาราวคู่รักที่รู้ความเคลื่อนไหวของกันและกันไปทุกเรื่อง  &lt;br /&gt;เขารู้สึกหึงหวง เขาหึงแรงและรักแรง…เขาเพิ่งรู้ตัวก็ตอนนี้..&lt;br /&gt;กลัวเหมือนกันว่าปิงฟ้าจะรับความแรงอย่างนี้จากเขาไม่ได้…&lt;br /&gt;แต่ช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว เขายิงกระสุนออกไปแล้ว มันยากที่สุดที่จะระงับเสียกลางครัน&lt;br /&gt;“ไปสิฮะ..ผมอยากให้คุณอาเซอร์ไพรท์”…&lt;br /&gt;… อา…เขาอายเหลือเกินที่โกหก..แต่ปิงฟ้าก็เชื่อสนิทใจ  เชื่อโดยไม่มีความหวาดระแวงแม้นแต่น้อย ผู้หญิงคนนี้ไม่มีวี่แววที่จะรู้เท่าทันเล่ห์อันเลวทรามของเขาเลย&lt;br /&gt; อาจเป็นเพราะเขาเป็นหลานคุณอาวิลันดากระมัง หรือเพราะเขาเป็นหมอ  เป็นชายหนุ่มที่มีการศึกษาดี มีอุดมการณ์ดีงาม หรือเพราะว่า…เพราะลึก ๆแล้วเธอเองก็ชอบเขาอยู่…&lt;br /&gt;แต่เมื่อพบว่าเขาหลอกล่อเธอมาจนถึงที่พัก และปิดประตูล็อกกลอนแน่นหนา ทำให้เธอตกใจ ดวงตาคู่นั้นจ้องมองเขานิ่ง…และร่างนั้นถอยหนีจนชนฝา…&lt;br /&gt;ปิงฟ้าเป็นหญิงสาวที่ถูกข่มขืนที่เสม็ด!!!&lt;br /&gt;คนถูกกระทำนิ่งเหมือนตาย..ศรีพงษ์ไม่ได้ยินเสียงเธอร้องไห้ ไม่เห็นน้ำตาสักหยดของผู้หญิงคนนี้  เขาเห็นแต่ความแค้นเต็มปรี่ในสีหน้าและดวงตา..ไม่มีถ้อยคำด่าว่า ทว่า..แววตาคู่นั้นที่มองเขามันจ้วงแทงลึกถึงก้นบึ้งหัวใจ..&lt;br /&gt;เขาเสียอีก ที่สาดอารมณ์ใส่เธอเต็มที่ ก่นจ้วงถึงความผิดวิสัยระหว่างเธอกับอาสาวของเขา..แล้วกลับเป็นเขาอีกนั่นเอง ที่ร้องไห้เสียใจกับการกระทำของตัวเอง  กับความเมินเฉยของปิงฟ้า..&lt;br /&gt;เขาขืนใจเธอ เพราะรักเธอ ต้องการเปลี่ยนแปลงเธอ.. &lt;br /&gt;แต่ในที่สุดเขาก็ต้องรับรู้ด้วยความขมขื่นว่ามันไม่สำเร็จ…และมันยังทำให้เธอเกลียดชัง   &lt;br /&gt; ศรีพงษ์  ม่อนคำหวาน คนที่เคยเป็นดั่งเทพบุตรสำหรับผู้หญิง แต่บัดนี้เขาเองที่ฉีกเปลือกปลอมนั้นออก  เผยให้เธอเห็นถึงตัวตนว่าแท้จริงเขาเป็นซาตานจากขุมนรก!!!&lt;br /&gt;ศรีพงษ์ร้องไห้ราวคนบ้าคลุ้มคลั่ง  เขาคลั่งบ้าโหยหวนและหื่นกระหายอยู่บนเนื้อตัวร่างกายของผู้หญิงที่เขารัก เขารักเธอ ปรารถนาเธอแต่เขากลับใช้กำลังยึดตรึงเธอไว้..เขาทำให้เธอไร้หนทางต่อสู้ ..&lt;br /&gt; ..&lt;br /&gt;และคืนนี้ก็อีกที่เขาร้องไห้ ณ ริมฝั่งน้ำแม่ปิงแห่งนี้…เมื่อคิดทวนไป… ปิงฟ้าจากเขาไปตอนไหนไม่ทราบได้  เมื่อไม่เห็นเธอ เขาคิดถึงตำรวจ กุญแจมือ โซ่ตรวน และห้องขังที่คับแคบและสกปรกถ้าเธอแจ้งความเอาเรื่องเขา แต่เอาเถอะ.. ถ้ามันจะเป็นเช่นนั้นเขาเองก็พร้อมที่จะรับผิด..&lt;br /&gt;แต่เรื่องก็เงียบและเขายังอยู่ไม่หนีไปไหน  &lt;br /&gt;เขายังอยู่จนกระทั่งมองตามหลังคณะของเธอจากไป..เขานั่งเรือตามไป    เงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกผิดอย่างสาหัส&lt;br /&gt; ที่เขาต้องการ บัดนี้หาใช่ความใคร่..เขาต้องการความรักต่างหาก..ถ้าเธอจะให้ใจรักแก่เขาสักนิด  &lt;br /&gt;อันทรวงอกเต่ง และปลีน่องเรียวขาวนั้นหรือที่กระพือโหมอารมณ์ของเขาให้ตื่น ให้กระหือกระหาย  ปิงฟ้าถอดใจออกจากร่างในตอนนั้น  ตอนที่เขาตะโบมหักหาญเธอ.. ในยามที่เธอถูกเขาเกลือกก่ายคลุกเคล้า…นั่นคือซากร่างที่เจ้าของไม่ใยดีด้วยไร้อิสรภาพที่จะปกป้องตัวเอง  ..&lt;br /&gt;มีแต่ความชืดชาเท่านั้นที่เขาได้รับ  .. &lt;br /&gt;เธอไม่ด่าเขาสักคำ  ..&lt;br /&gt;เธอช่างร้าย…ทิ้งให้เขาก่นด่าตัวเองอย่างไม่รู้จบรู้สิ้นเช่นนี้…&lt;br /&gt;ปิงฟ้าเงียบ…เขาเงียบ..เขารอดูท่าที รอว่าสักวันหนึ่งจะมีรถตำรวจมาที่โรงพยาบาลเพื่อจับกุมเขาในข้อหาข่มขืน…แล้วทุกอย่างจะครึกโครมใหญ่โต.. ทุกสิ่งดี ๆที่เขาเคยทำมา ชื่อเสียงและเกียรติยศของเขา ของตระกูล จะมัวหมองภายในพริบตา..&lt;br /&gt;แต่ทุกอย่างเงียบเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น…หรือเพราะเขาเป็นหลานชายคนที่เธอรัก? หรือเพราะเธออาย..หรือเธอรอให้เขาไปเจรจา…จะเป็นไปได้หรือ..?แต่.. แต่เขาก็จะลองดู  เขาร้อนที่จะพบเธออีกครั้งหนึ่งให้ได้&lt;br /&gt;“อ้าว!  ศรีพงษ์ไม่ทำงานหรือจ๊ะวันนี้  เอ้!.. หน้าตาซีดเซียวนะคะ ไม่สบายหรือเปล่า?” &lt;br /&gt;ที่กระท่อมวิลันดา  ที่ ๆเขาไปหมกตัวอยู่หลายวัน จนกระทั่งถึงวันสุดสัปดาห์ คุณอาก็เข้าสวนเหมือนเคย และพบเขาเข้า..&lt;br /&gt;การงานเขาผิดพลาดบ่อยหน  เขาจึงลาพักและมานอนซมอยู่ที่นี่           ที่ ๆ เขาสัมผัสกับกลิ่นอายแห่งปิงฟ้า… เขาไล้มือไปมาตามเบาะ และหมอนอิงที่เธอเคยสัมผัสกอดกุม  มันดูอบอุ่น และพร้อมด้วยความเต็มอกเต็มใจ… ด้วยความเต็มใจซึ่งบัดนี้เขารู้ว่า เขาไม่อาจใช้อะไรเปลี่ยนแปลงจิตใจของเธอได้ เพราะเธอไม่เต็มใจ…&lt;br /&gt;“คุณหมอไม่สบายค่ะไม่ค่อยพูดค่อยจา..ไม่ค่อยทานอะไรด้วยนะคะ” นางตุ๊แม่บ้านรายงานให้คุณอาทราบ&lt;br /&gt;“อ้าว  หมอไม่สบายแล้วใครจะรักษา ? ไหน…ตัวร้อนหรือเปล่า?”&lt;br /&gt;คุณอาใช้หลังมือของท่านแตะหน้าผากเขา.. ทำให้เขารู้สึกอบอุ่น รู้สึกว่าได้สัมผัสถึงจิตใจห่วงใยอันแสนสะอาดที่ท่านมีให้เขา..ศรีพงษ์มองตัวเองในมโนนึก  เขากำลังร้องร่ำด้วยความหม่นหมองอยู่ภายในตัวตนของตัวเอง…..&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;เมื่อเขาเอ่ยถึงเรื่อง “ขอผู้หญิง” กับพ่อแม่เขาในวันหนึ่ง  แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แตงน้อยอย่างที่เข้าใจกัน ทำให้เป็นที่ประหลาดใจแก่ท่านทั้งสองเป็นอันมาก&lt;br /&gt;“เธอชื่อปิงฟ้า  รุ่งตะวันรักษ์ครับ” เขาบอก..&lt;br /&gt;ตอนนั้นไม่มีใครสะดุดใจนามสกุลนี้.. เขาผ่านเรื่องนี้ไปได้  แต่ยังมีอีกด่านหนึ่ง.. ซึ่งเขาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องฝ่าไปให้ได้..เขาต้องการแต่งงานกับปิงฟ้า…&lt;br /&gt;ที่บ้านปิงฟ้า เธอกลับมาอยู่บ้านและกำลังเตรียมตัวที่จะไปเรียนต่อที่ประเทศอิตาลี่ตามที่ตั้งใจไว้  วันนั้นแม่ของเธอได้เข้ามาบอกในห้องทำงานของเธอว่า&lt;br /&gt;“มีแขกมาหา”&lt;br /&gt;เป็นเวลาค่ำแล้ว…&lt;br /&gt;ปิงฟ้าตกใจเมื่อพบว่าแขกคือเขา…เธอหันหน้าหนีและก้าวเดิน เขารีบคว้าข้อมือเธอเอาไว้&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า.. ปิงฟ้า ได้โปรด..” เขากระซิบกระซาบเว้าวอน  ดวงตาเขาละห้อยน่าสงสาร  แต่เธอสงสารเขาไม่ลง เขาไม่ใช่คนดี..&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า…ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ”  &lt;br /&gt;เธอหันมามองเขา เหยียดหยามเขาด้วยสายตา..และสะบัดข้อมืออย่างแรง &lt;br /&gt;“ปล่อยฉัน!”&lt;br /&gt;“ไม่” เขากระชับมือแน่น เธอไม่อาจหลุดไปจากเขา เขารั้งร่างของเธอมาแนบอกด้วยเรี่ยวแรงของผู้ชายคนหนึ่งที่มีไฟรักไฟสวาทระอุกรุ่นอยู่ภายใน&lt;br /&gt;ดวงตาเล็ก ๆ ของเธอหรี่ลง  เธอกำลังเค้นประกายความเกลียดชังออกมาปะทะ.. เธอแขยงเขาเหลือทน  เธอไม่ดิ้นรณต่อสู้หรือขัดขืนอย่างคนเจ้าโทสะ  แต่โทสะของปิงฟ้านั้นเป็นไปอย่างเชือดเฉือน.. เธอเฉือนเขาด้วยสีหน้าและแววตาไร้ถ้อยคำ… หากนั่นมันทำให้เขารู้สึกเจ็บยิ่งแล้ว…&lt;br /&gt; “ออกไปจากบ้านของฉัน” &lt;br /&gt; “ไม่… ผมรักคุณนะปิงฟ้า”เขากระซิบ&lt;br /&gt;“นี่มันอะไรกัน ?”  เสียงพ่อของเธอดังก้องขึ้นเหมือนฟ้าผ่า&lt;br /&gt;“พ่อ..” ปิงฟ้าร้องเรียกและดิ้นออกไปหา  &lt;br /&gt;หญิงสาวเหมือนลูกนกตัวน้อยที่สั่นเทาอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อ  โอ… ความอ่อนแออย่างนี้ที่ศรีพงษ์ปรารถนาจะครอบครอง  แต่ปิงฟ้าไม่เต็มใจให้…&lt;br /&gt;“แกเป็นใคร?” สรรพนามที่เขาเอ่ยเรียกนั้นเหมาะแล้ว ศรีพงษ์คิดในใจ  .. ก็เขาเข้ามาในบ้านของชายคนนี้ และหักหาญกับลูกสาวของเจ้าของบ้าน&lt;br /&gt;นี่เขาจะทำอย่างไรกับเธอดีหนอ.. จะทำอย่างไรจึงจะได้ความอ่อนหวาน อ่อนแอ และความยินยอมนั้นมา..เขาต้องแลกกับอะไรบ้าง  อะไรก็ได้นะ.. ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี..เขายอมสิ้น!!&lt;br /&gt;เขามองพ่อของปิงฟ้าเต็มตา...ผู้ชายคนนี้เอง..คนรักของคุณอาขวัญชนก… &lt;br /&gt;และชายคนนี้เองที่ตั้งชื่อคนที่เขารักว่าปิงฟ้า…&lt;br /&gt;“ผมชื่อศรีพงษ์…ศรีพงษ์  ม่อนคำหวาน ผมรักปิงฟ้าลูกสาวคุณ”&lt;br /&gt;เขาได้เห็นแววตาวาวโรจน์ดั่งไฟฟอน วันนี้เขาพบปะตัวตนแท้จริงของผู้ชายคนนี้แล้ว-เป็นชายวัยกลางคนที่กำลังยืนนิ่งงันโกรธจัดอยู่เบื้องหน้าเขานี่!!! &lt;br /&gt;“ผมรักปิงฟ้า  ผมจะมาขอเธอแต่งงาน..ผมมาขอรับผิดชอบทุกอย่าง..”&lt;br /&gt;“ แกพูดอะไรของแก?..” พ่อปิงฟ้าตวาดเขาด้วยเสียงอันดังด้วยความรู้สึกทั้งตกใจ ทั้งมึนงง&lt;br /&gt;“อะไรกันคะ มีอะไรกัน?” แม่และน้องชายของเธอเข้ามาร่วมสมทบด้วย  ศรีพงษ์มองหน้าทุกคน เขายิ้มสู้ อย่างกล้าหาญและรู้สึกบ้าบิ่น มากันให้ครบ..ดีเหมือนกัน..จะได้รู้กันไปทั้งบ้าน&lt;br /&gt;“ผมบอกว่าผมรักปิงฟ้า..ผมกับปิงฟ้าควรต้องแต่งงานกัน เพราะเราสองคนได้เสียกันที่เสม็ด…และผมเต็มใจที่จะรับผิดชอบ..” &lt;br /&gt;ผลัวะ!&lt;br /&gt;อดีตคนรักของคุณอาขวัญชนกก้าวพรวดเดียวเหวี่ยงหมัดชกหน้าเขาเต็มแรง  ศรีพงษ์หมุนคว้างก่อนล้มกลิ้ง  เขารู้สึกมึนงง ขณะที่เลือดสีแดงเข้มเหนียวเหนอะไหลย้อยออกจากรูจมูก  เขาแหงนมองร่างที่ยืนค้ำหัว เห็นใบหน้านั้นถมึงทึงโกรธเกรี้ยว &lt;br /&gt;“ไสหัวมึงออกไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้ไอ้สารเลว!”&lt;br /&gt;เขาเหลือบมองปิงฟ้า… &lt;br /&gt;เธอไม่พูดอะไรสักคำ แต่สีหน้าและแววตาของเธอมันบอกเขาว่า…ออกไปจากบ้านของฉัน.. ออกไปจากชีวิตของฉันเสียด้วย!&lt;br /&gt;เขาถูกเตะอีก พ่อของเธอทำกับเขาราวกับหมาข้างถนน  ชีวิตเขาช่างตกต่ำไร้ค่าไร้ราคาเสียจริง..&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า..ผมเป็นสามีคุณนะ..ผมรักคุณ  ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น..เราจะแต่งงานกัน..”&lt;br /&gt;ศรีพงษ์ ม่อนคำหวานถูกขยี้เหมือนผ้าขี้ริ้วในวันนั้น  แต่ทว่า..เขายังขืนดันทุรังพาพ่อแม่มาที่บ้านหลังนั้นอีกครั้ง หวังเจรจาสู่ขอปิงฟ้า เขายังหวัง…หวังว่าเมื่อเขาทำทุกอย่างให้ถูกต้อง เขาคงได้รับความเห็นอกเห็นใจบ้าง  &lt;br /&gt;เขาหวังว่า ด้วยเกียรติยศศักดิ์ศรีของพ่อแม่…และด้วยความรับผิดชอบของตัวเขา ทุกอย่างคงดีขึ้นมาบ้าง …&lt;br /&gt;เขาได้แต่หวังเพ้อ ๆไปว่าบางทีเขากับปิงฟ้าอาจเป็นคู่ที่ลบรอยแผลเป็นในหัวใจของม่อนคำหวานที่มีต่อพ่อของปิงฟ้า และลบล้างความรู้สึกต่าง ๆที่พ่อของปิงฟ้ามีต่อการกระทำของพวกม่อนคำหวานตระกูลเขา..&lt;br /&gt;และเขากับปิงฟ้าจะครองรักกันอย่างมีความสุข…&lt;br /&gt;ศรีพงษ์ตัดสินใจลาออกจากงาน เพราะเขารู้ว่าเขารับผิดชอบไม่ไหว  ด้วยว่าตอนนี้ปัญหาส่วนตัวของเขาวุ่นวายเกินไป เขาจะไปเรียนต่อเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อย…&lt;br /&gt;เขาจะไปหลังแต่งงาน.. ไปพร้อมปิงฟ้าภรรยา...&lt;br /&gt;แต่งแล้วต้องแยกกันอยู่ก็ไม่ว่า…เธอเรียนอิตาลี่ ส่วนเขาไปเรียนที่เยอรมัน..แต่งแล้วไปเสียให้พ้นจากที่นี่เสีย อย่างน้อยปิงฟ้าจะได้ไม่ต้องพบกับคุณอาวิลันดาอีก…&lt;br /&gt;ระยะหลังความคิดของศรีพงษ์ออกจะฟุ้งเบลอ..บางครั้งเท่านั้นที่เขารู้ตัวว่าเพ้อเจ้อ  แต่เขาก็มักปล่อยความคิดเพ้อ ๆ นั้นให้เตลิดเปิดเปิงไปตามสบาย  เพราะเขามีความสุขที่ได้คิดอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อย ๆมีภาพและเรื่องราวของคุณอาขวัญชนกแทรกสลับเข้ามาเป็นระยะ ๆ ในห้วงคำนึง &lt;br /&gt;...                     &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; “ผมมาเจรจาสู่ขอหนูปิงฟ้า”&lt;br /&gt;นี่คือพ่อของศรีพงษ์ เขาชื่อ ศิริพันธ์ ม่อนคำหวาน นักธุรกิจใหญ่ผู้กว้างขวางและมั่งคั่งที่สุดในภาคเหนือ..&lt;br /&gt;“เอ๊ะ!..” พ่อของปิงฟ้าขมวดคิ้ว กราดตามองดูศรีพงษ์ที่ยืนอยู่ข้างพ่อของเขา&lt;br /&gt; “นี่ยังกล้ามาอีกเรอะ?” &lt;br /&gt;คุณพริมแม่ของศรีพงษ์ชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที แต่เจ้าของบ้านนั้นหาได้สนใจไม่&lt;br /&gt;“ ลูกชายของคุณไม่ได้บอกคุณหรือว่าที่นี่ไม่ต้อนรับเขารวมทั้งพวกคุณด้วย..”&lt;br /&gt;เขามองหน้าพ่อแม่ของตนที่บัดนี้ต่างตีสีหน้าไม่ถูก ท่านทั้งสองเต็มไปด้วยความตกใจและขายหน้า..เขาสงสารท่านเหลือเกิน..&lt;br /&gt;“ใจเย็น ๆ สิคุณ ผมว่าเราน่าจะมานั่งคุยกันดี ๆดีกว่า จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไรผมมาดีนะครับ..เราเข้าตามตรอกออกทางประตูอย่างถูกต้องนะคุณ”..   &lt;br /&gt;พ่อยังพยามที่จะประนีประนอมทั้งที่ท่านคงฉุนที่ไม่ได้รับเกียรติ์ ไม่ได้รับการต้อนรับหากยังโดนหยามอีกด้วย&lt;br /&gt;“มีอะไรต้องพูดคุยกันหรือคุณ ไอ้ลูกชายคุณน่ะมันบ้า มันเที่ยวตามตื้อลูกสาวผมเหมือนคนเสียสติ  คราวก่อนก็บุกเข้ามายื้อยุดฉุดกระชาก แถมยังกล่าวหาเสีย ๆ หาย ๆ วันนี้ยังมีหน้าจะมากันอีก.. หรือคุณอยากจะให้เรื่องมันถึงโรงถึงศาล?อย่าหาว่าไล่เลย..พวกคุณกลับไปเสียเถอะ  บ้านนี้ไม่อยากได้ลูกเขยบ้า ๆแบบนี้”&lt;br /&gt;… อา..&lt;br /&gt;ศรีพงษ์พาพ่อแม่ไปร่วมรับความอับอายที่เขาเป็นคนก่อขึ้น และเขาก็ถูกด่ามาตลอดทาง เขาจึงนิ่งเงียบไม่ยอมพูดยอมจาอะไรแม้นแต่คำเดียว… &lt;br /&gt;และนับจากนั้นศรีพงษ์ก็ซึมเซา เอาแต่นั่งมองน้ำมองฟ้าอยู่ที่ท่าน้ำ… &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;หลายวันต่อมาแม่ของเขาก็โวยวายเสียงลั่นบ้าน…&lt;br /&gt;“โอ๊ยตายแล้ว…ตาย ๆๆฉันอยากจะเป็นลม.. ฉันอายขายหน้าเหลือทนแล้วคุณ   คุณรู้ไหมคะว่าไอ้หมอนั่น ไอ้พ่อของนังเด็กปิงฟ้าอะไรนั่น…คุณรู้ไหมว่ามันเป็นใคร?.. วันนี้ฉันไปที่เฮือนเก๊าเจอแม้กกาซีนคุณขวัญชนก..เห็นรูปของมันอยู่ในมือคุณขวัญน่ะ…”&lt;br /&gt;เขาขมวดคิ้ว ระยะนี้ไม่มีใครอารมณ์ดีสักคน&lt;br /&gt; “รูปอะไร?  ” &lt;br /&gt;“ฮึ!…ที่แท้ไอ้ตัวพ่อ-มันก็คือนายนพรัตน์  รุ่งตะวันรักษ์.. คนรักของคุณขวัญชนกไงคะ”..&lt;br /&gt;พ่อของศรีพงษ์นิ่งงัน…&lt;br /&gt;“มิน่า…มันถึงไล่เรายังกะ…” แม่เขาหยุดเสียแค่นั้นไม่พูดต่อว่า.. ยังกะหมูกะหมา… &lt;br /&gt;อีกฝ่ายสะบัดหัวไปมา&lt;br /&gt;“ฉันน่าจะรู้เสียก่อน” เขาคำราม&lt;br /&gt;“ศรีพงษ์นะศรีพงษ์  ลูกหนอลูก.. ผู้หญิงเยอะแยะทำไมต้องไปหลงรักลูกสาวไอ้ผู้ชายคนนี้ด้วย  หนูแตงน้อยหรือก็น่ารัก..” แม่บ่นงึมงัม&lt;br /&gt;“… กลับไปหาหนูแตงน้อยเขาสิลูก” ท่านแนะนำเสียงอ่อน..แต่กลับทำให้ลูกชายหงุดหงิด&lt;br /&gt;“ผมรักปิงฟ้า…ขอโทษนะฮะที่ทำให้เดือดร้อน..ผมมันเลวเอง..” เขาร้องไห้ออกมาอย่างสุดระงับได้  &lt;br /&gt;ลูกชายเป็นอย่างนี้  พ่อกับแม่ก็ได้แต่ยืนดูอย่างเวทนา  สองสามีภรรยาแทบไม่อยากเชื่อว่าศรีพงษ์จะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้.. เดี๋ยวนี้บางที  เขาก็เหมือนกับคนแปลกหน้าที่พวกท่านไม่เคยรู้จักมาก่อน…&lt;br /&gt;“ปิงฟ้าไม่เคยรักผม และจะไม่มีวันรักผม.. ผมไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ... ผมมันบ้า ที่คิดว่าถ้าได้เธอแล้วเธอจะเปลี่ยนใจ …”&lt;br /&gt;เขาครวญครางรำพันด้วยความเจ็บปวดที่ระบมอยู่ในหัวใจ เขาเหมือนคนที่เต็มไปด้วยบาดแผล..เขารู้สึกว่าตัวเองบาดเจ็บ..แต่เขาก็รู้อยู่แก่ใจเช่นกันว่า ทุกริ้วรอยของแผลนั้น เขาเองเป็นคนทำ…&lt;br /&gt; “ … แก.. แกไปทำอะไรเขา?”  พ่อถึงแก่ตะลึงพรึงเพริศ&lt;br /&gt;“ แกไปทำอะไรลูกเขา?..” คราวนี้ท่านตวาดตะคอกใส่หน้าเขาด้วยโทสะ..ถลึงตามองดูเขาด้วยความปวดร้าวเป็นที่ยิ่ง.. ท่านแทบไม่เชื่อตา ว่านี่คือลูกชายที่ท่านให้กำเนิดมา.. ลูกชายคนเดียว ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน..คนที่ขัดใจท่านในเรื่องสำคัญที่สุดด้วยการเลือกเป็นหมอ ปฏิเสธธุรกิจในมือของท่านเสียสิ้น..&lt;br /&gt;ท่านปลงใจแล้วและเริ่มมองเห็นอุดมการณ์ที่ดีงามของเขา และทำใจยอมรับ…หากแต่บัดนี้..ลูกชายคนดีของท่านกลายเป็นอะไรไปแล้ว?.. เขาทำอะไรลงไปนี่?.. ทำในสิ่งที่คนดี ๆไม่ทำกัน….&lt;br /&gt;“ศรีพงษ์ ลูกพูดอะไรออกมา…?” แม่ของเขาถามด้วยเสียงอันสั่นสะท้าน&lt;br /&gt;“ผมเลวครับ  ผมไม่ใช่สุภาพบุรุษ.. ผมรังแกเธอเพราะผมทนไม่ได้ที่เธอไม่สนใจผม.. ผมไม่ใช่คน.. ผมเป็นปีศาจมาจากนรก…คุณแม่ครับ  ผมไม่รู้ว่าทำไปได้ยังไง..ผม..ผมไม่รู้…ฮือ…ทำไมผมทรมาณเหลือเกิน..ผมอยากแก้ตัว  ผมอยากให้ทุกอย่างดีขึ้น อยากแก้ไขความผิดพลาด ก็ยอมรับผิดแล้วไง..ทำไมปิงฟ้าไม่ยอมให้อภัยผมเลยครับแม่…”&lt;br /&gt;ภาพลูกชายครวญคร่ำรำพันปิ่มจะขาดใจตายไปเสียด้วยความทุกข์ทเวทจากความร้อนเร่าที่แผดเผาอยู่ในสำนึก เขาทำให้ผู้เป็นแม่เบือนหน้าหนี ไม่อาจทนดูความเจ็บปวดรวดร้าวของเขาได้&lt;br /&gt;เพี้ยะ!&lt;br /&gt;พ่อตบหน้าลูกชายแล้วเดินจากไปอย่างเฉยเมย..อา..หัวใจของผู้เป็นพ่อผิดหวังเสียนัก.. แต่แม่เดินเข้ามาหา มากอดเขาไว้ในอ้อมแขน&lt;br /&gt; “คุณแม่…” เขากอดแน่น ร้องเรียกหาเหมือนเด็กเล็กๆที่ขวัญผวา    &lt;br /&gt; “คุณแม่ คุณแม่ไม่เกลียดผมหรือครับ…ผมเป็นคนเลวนะ…ผมข่มขืนผู้หญิง.. แต่ผมรักเธอจริง ๆนะ ..”&lt;br /&gt;คุณพริมหลับตาลง  กล้ำกลืนทุกความรู้สึกลงไปในอก..มันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับว่าลูกชายที่แสนสุภาพอ่อนโยน ลูกชาย-ชายหนุ่มที่มีจิตใจเอื้ออารีและมีเมตตาคนนี้จะสามารถทำความผิดได้ถึงเพียงนี้…แต่..ถึงเขาจะทำผิดร้ายแรงสักเพียงไหน.. เขาก็ยังเป็นลูก..&lt;br /&gt;ท่านคิดไปถึงเด็กปิงฟ้าคนนั้น…คนที่ช่างไม่มีใจให้ลูกชายของท่านเลยแม้นนิด.. ผู้หญิงอะไร..ใจร้าย!&lt;br /&gt;ศรีพงษ์ เป็นผู้ชายที่ถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติ  .. ปิงฟ้าคนนี้บังอาจอย่างไรปฏิเสธเขา  เธอนั่นแหล่ะ ที่ทำให้คนดี ๆ คนหนุ่มอนาคตไกลอย่างเขาต้องปรวนแปร และทุกข์ทรมานใจถึงเพียงนี้  &lt;br /&gt;ผู้หญิงคนนี้นี่แหล่ะที่ทำให้เขาทำผิด…ทั้ง ๆที่เขาเป็นคนดีแสนดี  หรือเพียงเพราะเขาใช้นามสกุลม่อนคำหวาน… อีตาพ่อคงบอกเล่าอะไรไว้  ลูกสาวอาจแก้แค้นแทนให้…ก็ในอดีต ร้านทองของพ่อแม่นายคนนั้นถูกเผา ตัวเขาเองระเหเร่ร่อนอยู่เมืองนอกเสียนาน   …&lt;br /&gt;“คุณแม่ไม่เกลียดผมหรือครับ?” เขายังครวญครางเซ้าซี้  และพูดจาเพ้อเจ้ออะไรอีกมากมายหลายอย่าง  แม่ได้แต่รับฟังและแอบร้องไห้น้ำตาไหลด้วยความรักและความสงสาร..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1413630981646618663-9063767442638984146?l=vilunda.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vilunda.blogspot.com/feeds/9063767442638984146/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/53.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/9063767442638984146'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/9063767442638984146'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/53.html' title='ตอนที่ 53'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1413630981646618663.post-5845514271794901797</id><published>2009-05-19T23:59:00.001+07:00</published><updated>2009-05-20T00:00:41.882+07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 52</title><content type='html'>“ อย่าคิดอย่างนั้นสิคะ  น้องแป้งก็คือน้องแป้ง พี่เหมยก็พี่เหมยไม่เกี่ยวกันสักหน่อย”ปิงฟ้าท้วงติง&lt;br /&gt;“นั่นสิ ไม่มีใครแทนใครได้หรอก” ศรัณบอกบ้าง และ.. มันเป็นถ้อยคำที่ประทับใจเด็กหญิงอย่างสุดซึ้งเนิ่นนานจนเติบใหญ่ทีเดียว…&lt;br /&gt;“จริงหรือคะ?” น้องมองหน้าซ้ายที ขวาอีกที&lt;br /&gt;“จริงสิ” เขาพยักหน้ามั่นคงยิ่งนัก&lt;br /&gt;น้องแป้งยิ้มละไม..เธอจะจดจำไว้ตลอดไป.. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 24&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปิงฟ้าใช้เวลาวันอาทิตย์ตอนบ่ายอยู่กับวิลันดาเสมอ  การไปมาหาสู่เป็นไปอย่างเปิดเผย  คนทั้งสองต่างไม่สนใจว่าใครจะมองหรือคิดอย่างไร และไม่เคยมีใครถามว่าคิดอย่างไรต่อกัน หรือคบหาสนิทสนมกันในฐานะอะไร  &lt;br /&gt; ปิดเทอมฤดูร้อนเหมยกลับไปอยู่บ้านกับพี่สาวและแม่ เหมยเรียนวิชาภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น และเริ่มเรียนพิเศษภาษาฝรั่งเศสที่สถาบันแห่งหนึ่ง  แล้วต่อมา  เหมยก็มีคนรักเป็นนักเรียนชั้นเดียวกันแต่คนละโรงเรียน ต่างเที่ยวเดินตามกันอย่างเด็กวัยรุ่นทั่วไป  เพียงแต่เหมยไม่ใช่เด็กผู้ชาย แต่เป็นเด็กทอมที่มีความรักกับเด็กผู้หญิง ทำให้พี่สวยของเหมยกลุ้มใจอีกหน&lt;br /&gt;“เหมยแค่เป็นทอมนะ ไม่ใช่เป็นคนไม่ดี”ปิงฟ้าบอกเมื่อหลินมาปรึกษาเธอ&lt;br /&gt;“แค่เป็นทอมเหรอ? เป็นแบบมีแฟนเป็นผู้หญิงเลยนะ” สีหน้าหลินแสดงความยุ่งยากใจ&lt;br /&gt;“พวกเขาBorn to beนะหลิน..เขาไม่ได้แกล้ง หรืออยากเป็นหรอก”&lt;br /&gt;“เธอพูดเหมือนเข้าข้าง..” &lt;br /&gt;“ไม่ได้เข้าข้างแต่เข้าใจ”&lt;br /&gt;“เธอพูดเหมือนเธอรู้ตั้งนานแล้วว่าเหมยมันเป็นจริง ๆ..ฉันหมายถึงเป็น จริง ๆ น่ะเป็นแบบมีแฟนเป็นผู้หญิง..”&lt;br /&gt;“ใครเขาก็รู้ตั้งนานนี่หลินว่าเหมยเป็นทอม เขาBorn to be ..” &lt;br /&gt;“ฉันต้องยอมรับหรือปิง?” &lt;br /&gt;หลินขมวดคิ้ว มีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมดทั้งหน้าและในดวงตา&lt;br /&gt; “… ถ้า…อยู่ดี ๆ มีคนมาบอกให้ฉันเลิกวาดรูป..” ปิงฟ้าเปรียบเปรย&lt;br /&gt;“เธอว่าฉันจะยอมไหม ?”&lt;br /&gt;.....&lt;br /&gt;เหมยไม่ทำให้ใครผิดหวังในตัวเธอมากนักหรอก  เธอตั้งใจเรียนมากขึ้น เพราะคนรักของเธอเป็นเด็กเรียน เธอจึงต้องขยันให้ทันกัน &lt;br /&gt;และครอบครัวเหมยยังไปมาหาสู่ครอบครัวปิงฟ้าเสมอ &lt;br /&gt;ขวัญนภาพี่สาวคนโตของปิงฟ้าหมั้นกับลูกชายคุณลุงหลี่ เปลี่ยนฐานะจากลูกบุญธรรมเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ตระกูลหลี่  ขวัญนภาบินไปเรียนต่อปริญญาโทที่นิวยอร์ก และพักอพาร์ทเม้นท์เดียวกันกับคู่หมั้นและญาติอีก 2 คน&lt;br /&gt;ส่วนน้องแป้งถูกส่งเข้าโรงเรียนประจำที่อังกฤษในปีต่อมา  &lt;br /&gt;สำหรับปิงฟ้านั้นสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เธอตั้งใจไว้ได้สำเร็จ  ในวันประกาศผลนั้นตรัยเจ้าของร้านที่ปิงฟ้าทำงานอยู่ได้พาไปเลี้ยงฉลองด้วยความยินดี เขามองเห็นอนาคตที่จะไปได้ไกลของเด็กสาวคนนี้ และรู้สึกภูมิใจในตัวเธอเป็นอย่างมาก… &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทท้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปิงฟ้า ดูเธอราวหยกสีขาวที่สลักเสลาด้วยช่างฝีมือเยี่ยม..ตาเรียวเฉียงน้อย ๆ จมูกเรียวปลายเชิดนั่น..เมื่อแรกเขาดูเธอจืดชืดเมื่อเทียบกับผู้หญิงที่เขาเคยรู้สึกพิเศษ ซึ่งมักต้องเปรี้ยว ฉูดฉาด   ดูฉลาดและท้าทาย อย่างสาวนิเทศที่เป็นนางแบบ หรือ สาวนักเรียนหมอฟัน หรือสาวนักออกแบบภายในที่เคยควงกันอยู่พักใหญ่..&lt;br /&gt;ศรีพงษ์เคยชอบผู้หญิงที่แต่งตัวหวือหวา เพื่อคนมองจนเหลียวหลังแล้วพากันจุ๊ปาก.. ทำให้เขาเป็นที่อิจฉาของคนทั่วหน้า&lt;br /&gt;หากเมื่อเริ่มรู้จักปิงฟ้า เขาเริ่มชืดต่อสีสัน  เพราะเธอไม่ได้สวยอย่างหยดย้อย หรือสวยสดใสเริงร่าอย่างให้ความกระชุ่มกระชวยแก่ชีวิต แต่สวยอย่างปิงฟ้านั้นให้ความรู้สึกเร้นลับและท้าทายประหลาด  เหมือนเธอเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาชวนให้อ่านต่อตอนต่อไป  ทำให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น และความรู้สึกอื่น ๆมากขึ้น และมากขึ้น.. มาก..อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว    &lt;br /&gt;เขาพบเธอหนแรกที่โรงพยาบาลในฐานะหมอฝึกหัดกับเพื่อนผู้ป่วยที่ต้องผ่าไส้ติ่งอย่างเร่งด่วนกลางดึก.. หนนั้นเธอสวมเสื้อนอนสีขาวลายทาง…ทับด้วยเสื้อ   วอร์มสีขาวตัวใหญ่ สวมกางเกงยีนส์สีซีดจางและรองเท้าผ้าใบที่เก่าแล้ว แต่ก็สะอาดมาก ท่าทางว่าตอนมาโรงพยาบาลคงรีบมากจึงเปลี่ยนแต่กางเกงเพื่อความสะดวก   &lt;br /&gt;กระทั่งผมเผ้าเธอก็ไม่ได้รวบ คงปล่อยยาวสยายถึงกลางหลัง  เส้นผมนั้นดำสนิท เป็นมันวาววับและดิ้นไปมายิบยับราวกำมะหยี่เนื้อดี  และทั้งหมดทั้งมวลที่รวมเป็นเธอล้วนแลดูสะอาดเอี่ยม อีกทั้งหอมกรุ่นกลิ่นอายสดชื่น..ศรีพงษ์ได้กลิ่นหอมนั้นเมื่อกรายเข้าใกล้เพื่อบอกพวกเธอให้ทราบว่า&lt;br /&gt;… “เพื่อนคุณปลอดภัยแล้วครับ”…&lt;br /&gt;เขาเห็นเธอและเพื่อนสาวอีกสองพากันยิ้มอย่างโล่งอก …&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;ระหว่างเขากับปิงฟ้า  เหมือนว่าประเทศนี้เล็กแคบนิดเดียวในตอนนั้น จากที่พบกันครานั้นก็ได้พบกันอีกหลายครั้ง  หลายครั้งหลายหน..บางครั้งเขาทักทายเธอ  บางครั้งต่างทักทายกันด้วยสายตาที่มองสบตากัน เขายิ้มให้ และเธอ…ค่อย ๆ ก้มศีรษะให้เขา   &lt;br /&gt;เขาพบเธอที่งานแสดงภาพเขียน  พบว่าเธอเป็นนักศึกษาจิตรกรรม.. เป็นสาวนักแต้มสี แต่กลับปล่อยให้ใบหน้าตัวเองขาวเกลี้ยงตามธรรมชาติอย่างแท้จริง ..ทว่า..เธอสวยไปตามนั้น.. สวยเหมือนหยกสีขาวที่แสนสะอาด..&lt;br /&gt;เขาไปร้านหนังสือ  ไปทานไอศกรีมกับแตงน้อยเพื่อนสาวคนที่สวยเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดอย่างที่ใคร ๆ ต่างพากันอิจฉาตาร้อน  เขาไปซื้อขนมที่ร้านเจ้าประจำ ไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า.. เขามักพบเธอบ่อย ๆ&lt;br /&gt;บางทีเธอไปคนเดียว บางทีก็อยู่ในกลุ่มเพื่อนฝูง บรรดาเพื่อน ๆของปิงฟ้ามักเป็นกลุ่มชายหญิงที่มีจำนวนชายมากกว่าหญิง  ทั้งนี้เป็นไปตามอัตราส่วนของนักศึกษาคณะที่เธอเรียนอยู่ที่มีชายมากกว่าหญิงนั่นเอง  รุ่นปิงฟ้าเขาสืบรู้มาว่ามีผู้หญิงเพียง 9 คนเท่านั้น..แต่เขาไม่เคยเห็นเธอเดินตามลำพังกับเพื่อนผู้ชายคนใดเลยสักครั้งเดียว&lt;br /&gt;และครั้งที่เขามีโอกาสได้พูดคุยกับเธอจริง ๆครั้งแรก คือเมื่อให้บังเอิญมีที่นั่งติดกันบนเครื่องบินที่บินจากกรุงเทพฯสู่เชียงใหม่คราวนั้น  เขารู้สึกว่ามันช่างเป็นความบังเอิญที่น่ายินดียิ่ง และเธอ… เธอเองคงรู้สึกเหมือนกันว่ามันเป็นความบังเอิญที่มากไปสักหน่อย  หน้าตาเธอบอกความแปลกใจออกมาเมื่อพบเขา เป็นเขาที่มีที่นั่งติดกับเธอ&lt;br /&gt;“สวัสดีครับเจอกันอีกแล้วนะ” เขาทักทายสุภาพ&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะคุณหมอ” เธอยิ้มให้ตามมารยาท  ต่างจากเขาที่ยิ้มให้เธอด้วยความยินดีจากใจจริงที่มันเบ่งบานออกมาภายนอก&lt;br /&gt;“บังเอิญจริง ๆ นะครับไปเที่ยวหรือครับคุณ…เอ่อ..”&lt;br /&gt;“ฉันชื่อปิงฟ้าค่ะ ฉันไม่ได้ไปเที่ยวหรอกค่ะ บ้านฉันอยู่ที่นั่น”&lt;br /&gt;“คุณเป็นคนเชียงใหม่หรือครับ” เขาให้รู้สึกตื่นเต้นนัก&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;“งั้นเราก็คนบ้านเดียวกันสิครับ.. พูดคำเมืองกันดีไหมครับ”&lt;br /&gt;“อย่าดีกว่าค่ะ” เธอว่าด้วยหน้าที่เฉยมาก&lt;br /&gt;“อ้าว .. ทำไมล่ะครับ หรือคุณเป็นเด็กเชียงใหม่ที่พูดคำเมืองไม่ได้”&lt;br /&gt;“ฉันคิดว่าเราพูดกันอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว” เธอบอกเรียบ ๆ เขาได้แต่หัวเราะเบา ๆ เขิน ๆ &lt;br /&gt;เขาคิดว่ากับผู้หญิงคนนี้เขาเขินมากกว่ากับสาวอื่น  อาจด้วยว่าเธอไม่มีท่าทางว่าจะชายหูชายตาให้เขาแม้นแต่น้อย  เธอนิ่งสงบ.. แต่เธอน่าสนใจสำหรับเขาไม่น้อย&lt;br /&gt;“เมื่อกี้คุณว่าคุณชื่อ.. ปิงฟ้า?”&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;“ชื่อคุณเพราะนะครับ ฟังดูเป็นคนเหนือจริง ๆ ..ผมชื่อศรีพงษ์”&lt;br /&gt;เขาแนะนำตัวเอง&lt;br /&gt;“ฉันเคยเห็นชื่อที่อกเสื้อหมอแล้วล่ะค่ะ” เธอหันมายิ้ม ซึ่งมันน่ามองมากทีเดียวแม้นมันจะเป็นยิ้มน้อย ๆ แต่เขาก็ประทับใจ&lt;br /&gt;“เรียกผมว่าพี่ก็ได้” เขาบอกอย่างนี้  แต่เธอก็เฉยไม่รับปากรับคำอย่างไร และต่อมาเธอก็ยังเรียกเขาว่าคุณหมออย่างเดิมอยู่นั่นเอง ซึ่งเขาก็ไม่ทักท้วงเธออีก&lt;br /&gt;เธอคุยกับเขาด้วยการตอบคำถามที่เขาถาม และชั่วไม่นานเธอก็หลับตาลง ผู้หญิงคนนี้ไม่สนใจเขามากไปกว่าคนที่เคยพบกันอย่างผิวเผิน แต่นั่นกลับทำให้เขาสนใจในตัวเธอ ยิ่งเมื่อได้มานั่งใกล้กันอย่างนี้ และเขาได้กลิ่นหอมจากตัวเธออีกแล้ว  เขาจำกลิ่นนี้ได้นับแต่พบเธอหนแรกที่โรงพยาบาล..&lt;br /&gt;.. ปิงฟ้า  ใครตั้งชื่อนี้ให้เธอนะ? คงเป็นคนที่มีอารมณ์กวี และมีความผูกพันต่อท้องถิ่นอย่างละเมียดละไม  อาจเป็นพ่อหรือแม่ของเธอ..&lt;br /&gt;ปิงฟ้า.. ชื่อเธอแปลก  แต่ให้ความรู้สึกลึกซึ้งและเป็นชื่อที่มีเสน่ห์..&lt;br /&gt;หลายวันต่อมาที่เชียงใหม่..เมื่อศรีพงษ์แวะไปเยี่ยมอาสาวที่บ้านซึ่งอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนอนุบาล “วิลันดา” เขาก็แทบไม่อยากเชื่อว่าจะได้พบผู้หญิงที่ชื่อปิงฟ้าอีก  ..&lt;br /&gt;อีกแล้ว  .. อีกแล้วหรือนี่?.. &lt;br /&gt;คราวนี้เธอกำลังนั่งดื่มชายามบ่ายด้วยท่าทางสบาย ๆกับคุณอาของเขาที่เฉลียงหน้าบ้าน&lt;br /&gt;“เราเจอกันอีกแล้วนะฮะปิงฟ้า  ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ” เขาทักเธออย่างดีอกดีใจ.. กับเธอเขาไม่ได้วางมาดอะไรเลย  เขาวางตัวไม่ใคร่ถูกเพราะพบกันทุกครั้งล้วนเป็นความบังเอิญทั้งสิ้น แล้วเขาจะตั้งตัวอย่างไรทัน?&lt;br /&gt;ปิงฟ้ายิ้มให้เขาเพียงนิด  มีแววแปลกใจอยู่ในดวงตาเล็กเรียวและเฉียงของเธอ  แต่เธอไม่ได้แสดงอาการใดอย่างออกนอกหน้านอกตาอย่างที่เขาเป็น&lt;br /&gt;“รู้จักกันด้วยหรือจ๊ะ”  คุณอาวิลันดาของเขาร้องถาม&lt;br /&gt;“ครับคุณอา.. ปิงฟ้าเคยพาเพื่อนไปผ่าไส้ติ่งที่โรงพยาบาลและ..ครั้งหลังสุดเราเพิ่งเจอกันบนเครื่องบินเที่ยวนี้เองฮะ” เขาบอก  &lt;br /&gt;ท่าทางเขาแจ่มใสรื่นเริงปิดความตื่นเต้นไม่มิด&lt;br /&gt;“หรือจ๊ะ…ปิงฟ้าอยู่แถวนี้.. นั่งวาดรูปอยู่ใต้ต้นหางนกยูงนั่นตั้งแต่เด็ก”&lt;br /&gt;สายตาอันอ่อนโยนของคุณอาทอดมองไปยังต้นหางนกยูงที่สูงใหญ่ต้นนั้น  ใบหน้ามีรอยยิ้มบาง ๆ ละมุนละไมและสายตาที่หันกลับมายังปิงฟ้าก็หวานซึ้งเสียจนเขารู้สึกสะดุด!&lt;br /&gt;เขาเคยรู้มาถึงเรื่องรสนิยมของคุณอาวิลันดา.. ว่าท่านเคยมีคนรักเป็นหญิงที่มีท่าทางคล้ายชาย และมักเป็นหญิงที่อ่อนวัยกว่า…&lt;br /&gt;เขามองปิงฟ้าอย่างพิจารณาแต่ไม่พบท่าทางคล้ายชายจากผู้หญิงคนนี้แม้นแต่น้อย  ปิงฟ้าเป็นหญิงสาวผมยาว ท่าทางเป็นหญิงแท้ ๆ เพียงแต่…เพียงแต่เธอไม่ใส่จริตต่อเขา ไม่สนเขา ไม่เคยชม้ายชายตาให้เขา  เธอไม่สนใจเขามากไปกว่าคนเคยพบกันธรรมดา ๆ  และเขาไม่เชื่อว่าเธอเป็นคนรักของคุณอา&lt;br /&gt;เธอเป็นหญิงสาวที่น่าสนใจ  เพียงแต่เขาอาจไม่ใช่คนที่เธอพึงใจในตอนนี้  หรือเธออาจคิดว่าเขามีคนรักอยู่แล้ว  หรือไม่เธอก็อาจมีคนรักอยู่แล้ว…&lt;br /&gt;แต่ถึงอย่างไรเธอก็ทำให้เขารู้สึกว่าเธอแปลกกว่าใคร และน่าสนใจกว่าใครที่เขาคบ ๆอยู่  อาจเป็นที่เธอไม่มีทีท่าให้ความสนใจเขา ซึ่งทำให้เขาย้อนกลับมาสำรวจตัวเองอีกครั้งว่า หรือที่แท้  เขา…ศรีพงษ์ ม่อนคำหวาน ไม่ใช่ผู้ชายที่น่าสนใจ?&lt;br /&gt;เขาคิดและรู้สึกเสมอว่าเขาสมบูรณ์แบบ  เขาเป็นที่อิจฉา..&lt;br /&gt;แต่เมื่อพบปิงฟ้า เธอกลับทำให้เขาหวั่นไหวในความมั่นใจ  ด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เขามีไม่อาจทำให้เขาได้รับความสนใจจากเธอ&lt;br /&gt;ผู้หญิงที่เขารู้จัก มักสนุกกับการสานใย  เขารู้สึกว่าหนุ่มสาวมีธรรมชาติอย่างนี้  ..ธรรมชาติที่จะต้องคอยชักใยเสน่ห์ของตนเหมือนแมงมุมชักใยคอยดักให้เหยื่อมาติดกับความรัก  ต่างหยอกเย้ายั่วเล่นความรู้สึกของกันและกัน  แต่.. ปิงฟ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ อย่างน้อยไม่มีต่อเขา  เธอไม่มีใยในดวงตาที่จะกวักเร้าหรือเรียกร้องให้เขามาสนใจ และเธอไม่สนใจที่จะสานสายใยในดวงตาเขา  &lt;br /&gt;บัดนี้ เขารู้สึกระแวงและเจ็บเหมือนโดนลมหนาวบาดผิว  เจ็บนั้นราวมีดโกนที่คมกริบนับล้าน ๆเล่มบินมาปะทะ  หากแต่เขาไม่สามารถจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งกับมันได้  ด้วยว่ามันเป็นเพียงลมที่คมกริบ  มันบาดลึก ๆ อย่างลึกลับ.. ประหลาดแท้..&lt;br /&gt;ปิงฟ้าลากลับเมื่อเสร็จสิ้นวาระของชาและอาหารว่างอร่อยมื้อนั้น  เมื่อลา  เขาไม่เห็นเธอยกมือไหว้คุณอาของเขาซึ่งเป็นผู้ใหญ่กว่า แต่ผู้หญิงสองคนจับมือกันอ้อยอิ่ง และแล้วก็กอดกัน แนบแก้มต่อแก้ม ซ้ายและขวา… เขารู้สึกเหมือนได้เห็นคนรักร่ำลากันอ้อยสร้อย   &lt;br /&gt;ปิงฟ้าแต่งกายด้วยเสื้อยืดและกางเกงยีนส์  สวมรองเท้าผ้าใบอย่างที่เขาเคยเห็นเธอแต่ง และอย่างที่เขาเคยเห็นบรรดาสาว ๆ แต่งกันตามปรกติ ปิงฟ้าไม่ได้ต่างไปจากนักศึกษาหญิงอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยของเธอที่มักแต่งตัวง่าย ๆ อย่างนี้  &lt;br /&gt;แต่ถึงอย่างไรองค์ประกอบของปิงฟ้าก็ยังเป็นหญิงสาวผมยาวสวย  มีสรีระแห่งความเป็นหญิงสมบูรณ์  ด้วยหน้าอกและสะโพกที่กลมกลึง ลำเอวบาง และปลีน่องเรียวสวย .. มองแล้วชวนให้รู้สึกบางอย่าง อย่างที่ผู้ชายพึงรู้สึกต่อผู้หญิง  ปิงฟ้ามีสิ่งเหล่านี้เย้ายวนอารมณ์เขาโดยไม่รู้ตัว..&lt;br /&gt; ถึงอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อว่าเธอกับคุณอา…&lt;br /&gt;“คงเกรงใจผมละมังฮะ เลยรีบกลับ” เขาเอ่ยขึ้นเมื่อคุณอาวิลันดาเดินกลับมานั่งคุยกับเขา และเขาเองมองตามหลังปิงฟ้าไปจนลับตา&lt;br /&gt;“ไม่หรอก”&lt;br /&gt;“บ้านเธออยู่แถวนี้หรือครับ?”&lt;br /&gt;“จ๊ะ.. อยู่ในซอยตรงกันข้ามนี่เอง …อานึกออกแล้วล่ะ ดูเหมือนปิงเค้าจะเคยถามถึงศรีพงษ์อยู่หนหนึ่ง  คงเห็นว่านามสกุลเหมือนกันน่ะจ๊ะ”&lt;br /&gt;“หรือฮ๊ะ” เขายิ้ม .. &lt;br /&gt;นึกดีใจ เขาไม่เคยคิดว่าปิงฟ้าคนนี้จะเคยเอ่ยถึงเขา แต่เขาก็ให้นึกแปลกใจที่ตัวเองตื่นเต้นดีใจมากมาย กับเรื่องที่ใคร ๆคงเห็นว่าเล็กน้อยเหลือเกิน อาวิลันดามองเขานิ่ง…ครั้นเมื่อเขารู้สึกตัวว่าถูกมองก็ประหม่าชอบกล.. เขาเหมือนหนังสือที่มีตัวอักษรโต ๆ อ่านง่ายแสนง่าย…&lt;br /&gt;“ชอบปิงฟ้าหรือไง?”&lt;br /&gt;คราวนี้เขาถูกยิงทะลุอกและยิ่งเขินหนัก  แต่ทว่าสีหน้าคุณอาท่านไม่เห็นสนุกไปกับสีหน้าท่าทางของเขาเลยสักน้อย&lt;br /&gt;“ได้ข่าวว่ามีแฟนเป็นสาวทันตะฯ แล้วไงตอนนี้มองตามสาวจิตรกรรมตาปรอย..”&lt;br /&gt;“แหมคุณอา.. ผมยังมีสิทธิ์เลือกนะฮะ  ผมเจอผู้หญิงคนนี้บ่อยมาก   แปลกนะฮะมานี่ก็ยังเจออีก เจออย่างไม่คิดไม่ฝัน.. ดูไปดูมาผมชักจะเชื่อเรื่องพรหมลิขิตเสียแล้วล่ะฮะ…เดี๋ยวนี้ผมรู้สึกว่าพวกสาว ๆหวือหวาที่ผมเคยคบมาน่ะ…ฉูดฉาดเกินไป”&lt;br /&gt;“ ศรีพงษ์…” สีหน้าคุณอามีแววหนักใจ&lt;br /&gt;ศรีพงษ์รู้สึกว่าเขากำลังสัมผัสกับความหึงหวง…ทำให้เขาฉุน  และเริ่มลดความศรัทธาลง มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีเลย เพราะมันมีความสมเพทเวทนาเจือปนอยู่ในใจของเขาด้วย&lt;br /&gt;คุณอากำลังหึงเขา หวงปิงฟ้าหรือ?  ..&lt;br /&gt;โอ้.. ปิงฟ้าล่ะ? เธอเป็นไปด้วยกับท่านหรือเปล่า?.. ผู้หญิงสองคนนี้คบหากันอย่างไร? ฐานะไหนกันแน่?&lt;br /&gt;เขาอยากให้ความจริงเป็นว่า  เป็นแต่เพียงคุณอาวิลันดาเท่านั้นที่มีจิต   คิดไปเองฝ่ายเดียว  ส่วนปิงฟ้าไม่.. เธอไม่รู้เรื่องด้วย เขาอยากให้เธอบริสุทธิ์ไม่รู้เรื่องด้วยกับการถูกปฏิพัทธ์&lt;br /&gt;“ถ้าเป็นคนอื่นอาคงไม่ห้าม..”&lt;br /&gt;“ทำไมครับ” เสียงเขาเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว&lt;br /&gt;“อาไม่อยากให้เธอยุ่งยาก”&lt;br /&gt;“ผมไม่เข้าใจ..”&lt;br /&gt;คุณอาถอนใจแล้วเริ่มเรื่อง&lt;br /&gt;“เธออาจเคยได้ยินเรื่องของคุณอาขวัญชนกมาบ้าง”&lt;br /&gt;เขาขมวดคิ้ว.. รู้สึกงงหนักขึ้น&lt;br /&gt;“เกี่ยวอะไรกันหรือฮ๊ะ”&lt;br /&gt;เขาหรือจะไม่รู้เรื่องของคุณอาขวัญชนก.. ผู้หญิงแสนงามของม่อนคำหวาน..คุณอาที่ตายไปนานแล้ว แต่ภาพสุดท้ายในชีวิตของท่านยังตราตรึงในจิตใจของเขา… ภาพของคุณอาขวัญชนก  ภาพเจ้าสาวนอนตายรายรอบด้วยกุหลาบสีแดง…&lt;br /&gt;“ตอนตาย  คุณอาขวัญชนกมีรูปผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในมือ…”&lt;br /&gt;คราวนี้ศรีพงษ์เลิกคิ้ว..แล้วคิดอะไรไปสารพัด..&lt;br /&gt;“ปิงฟ้าเป็นลูกสาวผู้ชายคนนั้น”&lt;br /&gt;คุณอาวิลันดาเฉลยปริศนา..&lt;br /&gt;คราวนี้เขานั่งนิ่ง..ภาพคุณอาขวัญชนกลอยเด่นอยู่ในโสตประสาท  ในมือมีรูปใบหนึ่ง …มาวันนี้ เขาผู้มีศักดิ์เป็นหลานชายคนหนึ่งของท่านกำลังเริ่มให้ความสนใจผู้หญิงคนหนึ่ง..&lt;br /&gt;ผู้หญิงที่นับแต่พบกันหนแรกแล้ว  เขาและเธอก็พบกันโดยบังเอิญอีกบ่อยหนเหลือเกิน  และพอเขารู้สึกว่าสนใจเธอมากขึ้น.. เธอกลับเป็นคนต้องห้าม!!!&lt;br /&gt;ความเป็นไปได้ระหว่างเขากับปิงฟ้าดูเหมือนว่าถอยกรูด..&lt;br /&gt;“ผม..ไม่อยากเชื่อ”  เขาพึมพัมมึนงง&lt;br /&gt;“หลังจากคุณอาขวัญชนกตาย  คุณนพรัตน์ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศตลอดมา เขารู้ว่าเข้ามาก็คงลำบาก.. ม่อนคำหวานมีอิทธิพลแค่ไหนใคร ๆ ก็รู้ดี... &lt;br /&gt;แต่เขาก็อยู่ใกล้แค่ฮ่องกงนี่เอง เขาแต่งงานกับแม่ของปิงฟ้า  มีลูกสามคน  พวกเขาเกิดและโตที่นั่น.. ครอบครัวปิงฟ้าเพิ่งย้ายมาเมืองไทยเมื่อคุณคุณพ่อของคุณอาขวัญชนกสิ้น….&lt;br /&gt; ศรีพงษ์.. ให้พวกเขาอยู่กันเงียบ ๆเถอะ  อย่าตอแยเขาอีกเลย.. ถึงเธอจะชอบปิงฟ้าแค่ไหน มันก็เป็นไปไม่ได้”&lt;br /&gt;“แล้วทำไม…ปิงฟ้าถึงมารู้จักสนิทสนมกับคุณอาล่ะฮ๊ะ”&lt;br /&gt; “บังเอิญเธออยู่แถวนี้… เข้ามานั่งวาดรูปที่นี่ตั้งแต่เพิ่งมาอยู่ใหม่ ๆจนโต..ถึงทุกวันนี้ถ้าว่างเธอก็มา..  ”&lt;br /&gt;ความรู้สึกที่ว่าแย่ที่มีต่อคุณอาวิลันดาค่อย ๆมลายไป  แต่กลับมีความสับสนเกิดขึ้นแทนที่  เขาสับสนตัวเอง เพราะเรื่องที่เขารู้นั้น ตามเหตุผลแล้ว เขาควรต้องถอย..แต่..เขากลับยิ่งสนใจ.. &lt;br /&gt;เรื่องของคุณอาขวัญชนกนั้นเป็นตำนานรักที่ประทับใจเขามานาน…เขาสามารถหลับตาและจินตนาการมองเห็นภาพเป็นฉาก ๆทีเดียว… อา..ผู้ชายคนนั้นเป็นพ่อของปิงฟ้า..เขานั่นเอง  เป็นเขาแน่นอนที่ตั้งชื่อลูกสาวคนนี้ว่าปิงฟ้า.. เขาคงรักฟากฟ้านี้เหลือเกิน  รักลำปิง.. รักคุณอาขวัญชนกอย่างสุดซึ้ง.. เขาคงรักเธออยู่  เขาไม่มีวันลืมเธอ..เขาจะลืมเธอได้อย่างไร..เมื่อเธอเป็นผู้หญิงแสนสวยที่ยอมพลีชีพบูชาความรักที่มีต่อตัวเขา!&lt;br /&gt;ความที่ประทับใจคุณอาขวัญชนกผู้นี้  ทำให้หลานชายคนนี้ถึงกับเดินทางย้อนรอยท่านไปถึงกรุงโรม…ไปเยี่ยมเยือนห้องแห่งความตายของท่าน  ซึ่งบัดนี้  มันกลายเป็นห้องพักที่หนุ่มสาวนิยมเลือกจองเป็นห้องแห่งความรักนิรันดร์ของตน..ด้วย เพราะประทับใจในเรื่องราวที่เล่าขานตกต่อกันมา &lt;br /&gt;ที่นั่นศรีพงษ์ได้สัมผัสและซึมซับเอาความรู้สึกต่าง ๆของคนที่มีรักแท้ เขานั่งมองกุหลาบสีแดง…และ..เขาในยามนั้น ซึ่งยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มรุ่นกระทงก็ได้ร้องไห้ออกมาด้วยความปิติเปี่ยมล้น..&lt;br /&gt;มาวันนี้เหลือฝันที่เขาได้ยินเรื่องนี้ รู้สึกถึงเค้าแห่งความยุ่งยากที่เริ่มลอยอ้อยอิ่งเหมือนก้อนเมฆที่เบาบาง แต่มันกำลังจะรวมตัวกันเข้า เพื่อเป็นฝนหรือพายุ.. &lt;br /&gt;และศรีพงษ์ก็ได้บอกกับตัวเองในนาทีนี้ว่า…เขาชอบผู้หญิงคนนี้ เขารู้สึกต่อเธอพิเศษ และยิ่งตอนนี้… ยิ่งพิเศษสุด..&lt;br /&gt;ความรักนั้นยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุกัน ยิ่งมีอุปสรรมากีดขวางก็ยิ่งเร้าใจ ยิ่งทุกร้อนทุรณก็ยิ่งดิ้นรณฝ่าต้านเข้าหาด้วยดวงใจที่โหยกระหาย…&lt;br /&gt;ศรีพงษ์ไม่เคยรู้สึกถึงความรักอย่างจริงจังและหนักแน่นอย่างนี้มาก่อนเลย  …แต่มันเกิดขึ้นแล้ว.. เขารู้ว่าใช่..ใช่แล้ว..เขารักผู้หญิงคนนี้.. &lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;ที่ท่าน้ำยามค่ำ  บนฟ้านั้นพราวเกลื่อนด้วยดวงดาว ในลำปิงแลเห็นระยิบระยับเป็นประกาย สะท้อนภาพจากฟากฟ้าลงสู่ลำน้ำ..หากภาพในน้ำนั้นมิได้นิ่งดั่งภาพจริงบนฟ้า  แต่กลับไหวระริก มีลอนคลื่นพรายน้ำส่องแสงเงายอกย้อนเข้าสู่สายตาของเขา ให้เห็นเป็นดั่งมายาภาพที่น่าพิศวง  ภาพที่ต่างไปสิ้นจากภาพจริงที่มีเพียงดวงดาวพริบ ๆบนฟ้านั่น..หากก็งามเช่นกัน งามแผกไปอีกแบบหนึ่ง&lt;br /&gt;แต่งามเงาในน้ำ งามอย่างปิงฟ้า มีเงามีมิติและยากยิ่งแก่การจับต้องตัวตน…ศรีพงษ์คิดถึงผู้หญิงที่ชื่อปิงฟ้าเหลือเกิน ความคิดถึงนั้นรุนแรง ฉีดความร้อนแล่นพล่านเข้าไปในเส้นเลือดวิ่งเข้าสู่หัวใจและแล้ว..กลับแตกซ่านระยิบระยับกระจายสู่เม็ดเลือดทุกเม็ดในร่างกายกระนั้น…&lt;br /&gt;สำนึกแห่งผิดถูกมันย้อนกลับมาบั่นทอนเขาอีกแล้ว…&lt;br /&gt;เขารักปิงฟ้า...แต่เขากลับทำร้ายเธอครั้งแล้วครั้งเล่า…และ…แม้นในนาทีนี้  เขาก็ยังไม่คิดจะหยุดยั้ง.. แต่ทั้งหมดนี้ก็ด้วยรัก.. โอ! เพราะเขารักเธอ&lt;br /&gt;ไยหนอเขาจึงต้องร้าวรานปวดหนึบและตะลึงขึงชา  เมื่อเขาได้พบเธอที่กระท่อมวิลันดาคืนนั้น…&lt;br /&gt;เขาเป็นหมอแล้ว  ทำงานในโรงพยาบาลบ้านนอกไม่ไกลสักเท่าใดจากสวนของคุณอาวิลันดา  เมื่อมีโอกาสพักบ้าง  เขามักจะไปที่นั่นแทนที่จะขับรถกลับเข้าเมือง  ครั้นพบปิงฟ้าเข้าที่นั่น เขาทำหน้าไม่ถูกเลยสักนิด&lt;br /&gt;หน้าเขาไม่เฉยเหมือนเธอ  แต่เป็นหน้าตาของคนที่รู้สึกตกใจ เขาคิดว่ามันคงซีดเผือด  ความคิดอคติที่มีต่อรสนิยมทางเพศของคุณอาเริ่มแผ่รังสีมาครอบงำ..&lt;br /&gt;ค่ำแล้ว ปิงฟ้าสวมชุดกิโมโนแพรสีขาว  ปล่อยผมยาวรุ่ยร่าย  คุณอาสวมชุดนอนเป็นเสื้อกับกางเกงมีลูกไม้ระบาย  ..&lt;br /&gt;“มาซะดึกเชียวศรีพงษ์”&lt;br /&gt;“พรุ่งนี้ผมว่างเลยแวะมาน่ะฮะ ไม่อยากเข้าเวียงค์” เขาบอก&lt;br /&gt;“หิวไหม?จะหาอะไรให้ทานนะ”&lt;br /&gt;ที่กระท่อมมีของกินมากมายพรั่งพร้อม  วิลันดาซื้อเก็บไว้เสมอ ยิ่งรู้ว่าหลานชายมักแวะมา หล่อนก็ยิ่งเตรียมพร้อมไว้ให้ ที่กระท่อมจึงมีอาหารและของกินสำเร็จรูปมากมาย&lt;br /&gt;“ขอบคุณครับ”&lt;br /&gt;“ทำอะไรดีล่ะจ๊ะ.. บ่ะหมี่ก็แล้วกัน มีลูกชิ้นในตู้เย็น..เอาลูกชิ้นอะไรดี ไก่หรือหมู.. ”&lt;br /&gt;“อะไรก็ได้ครับ” เขาบอกแล้วมองปิงฟ้า&lt;br /&gt;“ยังไม่ปิดเทอมไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมาได้ล่ะฮะ” เขาเอ่ยทัก&lt;br /&gt;ปิงฟ้ายิ้มให้เขาแล้วก็บอกเขาว่า&lt;br /&gt;“เรียนจบแล้วค่ะ”&lt;br /&gt;เธอทำให้เขาเขิน..เขาคงทำงานมากเกินไปกระมังจึงไม่รู้ว่าเธอเรียนจบแล้ว&lt;br /&gt;“จบเร็วนะ”&lt;br /&gt;เธอไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มอีกนิดเดียว เขาคิดว่าเขาอุปทานหรือไม่ ที่ดูเหมือนเห็นเธอขรึมลงหน่อยหนึ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณอา  แม้นปรกติเธอจะเงียบ ๆอยู่แล้ว  แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าในที่ ๆไม่มีคุณอาเธอจะพูดจาด้วยท่าทีตามสบายกว่านี้  &lt;br /&gt;เขาอาจคิดมากไปเอง และหรือเขาคิดมากไปเองอีกว่า..ผู้หญิงสองคนนี้สนิทสนมกันมากเกินไป ไม่ว่าจะในฐานะไหนก็ตาม…&lt;br /&gt;ที่กระท่อมวิลันดา  ปิงฟ้าและคุณอานอนห้องเดียวกัน ฝาห้องติดกันกับห้องที่เขานอนอยู่  เขาแว่วยินเสียงเพลงคลาสสิกบรรเลงแว่ว ๆ แผ่ว ๆ มาจากห้องนั้น  และได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ..แค่เบา ๆเท่านั้นแต่มันช่างบาดใจเขาเหลือเกิน  ..&lt;br /&gt;เขาคิด.. คิดว่า น่าจะเป็นเขามากกว่า เป็นเขาจะสวยงามกว่า..เป็นเขาสิ..จึงจะถูกต้องตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ.. ธรรมชาติสร้างมนุษย์มาเพียงสองเพศเท่านั้น…&lt;br /&gt;ศรีพงษ์นอนไม่หลับตลอดทั้งคืน ได้ยินเสียงเพลงของโชแปงบรรเลงเปียโนแผ่ว ๆพลิ้ว ๆน่าหงุดหงิด.. เขาจึงออกไปตอนรุ่งสางยังไม่มีใครตื่นแม้นแต่คนเดียว&lt;br /&gt;เขารู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกหยามหมิ่นศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ไม่ว่าในวงการแพทย์จะลงความเห็นในเรื่องเพศที่3 ว่าอย่างไรก็ตาม แต่เขาก็ยัง "รู้สึก" ว่าคุณอาผิดปรกติ และปิงฟ้าถูกครอบงำ เขาควรดึงเธอมา.. ดึงเธอคืนมาสู่ความถูกต้องดีงาม  ความถูกต้องสิสวยงามกว่า…&lt;br /&gt;ปิงฟ้าถูกครอบงำด้วยสิ่งอันประเล้าประโลมกล่อมเกลาให้เห็นเป็นความอ่อนหวาน.. อาจด้วยสรีระอันอ่อนนุ่มของเพศเดียวกัน  หรืออาจด้วยเพลงหวานสร้างบรรยากาศ  ด้วยกลิ่นอายดอกไม้หอมที่อวลกลิ่นฟุ้งภายในอาณาจักรของคุณอาวิลันดา  ถูกครอบงำด้วยความอ่อนโยนในกริยาท่าที และการเอาอกเอาใจอันอ่อนเอื้อละมุนละไม&lt;br /&gt;ภายในห้องนั้น  สองคนนั่นทำอะไรกันบ้างนะ?  มันคงเป็นภาพน่าอาย  แต่.. ถ้าเป็นเขา..สิจะงามด้วยสอดคล้องต้องกันเหมาะเจาะ..ก็ธรรมชาติสร้างไว้ให้เป็นเช่นนั้น.. สร้างให้เขาเป็นชายและเธอเป็นหญิง..&lt;br /&gt;เขาและเธอจึงน่าจะมีความสุขด้วยกันได้ “มากกว่า” และ “ดีกว่า”  ..เขา ปรารถนาจะให้ปิงฟ้าโอบกระหวัดรัดรึงเขาไว้  กอดคล้องเขาด้วยความรักและอารมณ์   พิศสวาท…&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ศรีพงษ์ซบหน้าลงกับท่อนแขนอย่างรวดร้าวยิ่ง…นึกถึงร่างแข็งทื่อของหญิงที่เขารักซึ่งเกร็งตัวเขม็ง สีหน้าเคียดแค้นชิงชังและแสนรังเกียจเขา  สองมือนั้นกำแน่น  แต่เธอไร้หนทางต่อสู้ดิ้นรณ.. ปิงฟ้าคงเกลียดเขาไปชั่วชีวิต..&lt;br /&gt;ชีวิตของปิงฟ้าและพ่อกับสกุลม่อนคำหวานของเขาเหมือนว่าเกิดมาเพื่อนัวเนียเกี่ยวข้องกัน และพรากกัน ขนานกัน และแล้ว..ก็มาบรรจบกันอีก แต่กลับประสานกันไม่ได้.. &lt;br /&gt;ข้างหนึ่งนั้นเธอปฏิเสธเขา  หากอีกข้างเธอเกี่ยวสนิทกับคุณอาของเขาเหนียวแน่นและยาวนานด้วยความสัมพันธ์ที่เขาลงความเห็นว่าน่าอาย&lt;br /&gt;อีกไม่นานแล้ว ปิงฟ้าจะบินไปโรม…&lt;br /&gt;โรม!!! ..ที่ ๆครั้งหนึ่งผู้หญิงม่อนคำหวานประหารตัวเองเพื่อประกาศรัก…หรือว่า ด้วยเหตุแห่งอดีตนี้เองที่ปิงฟ้าปฏิเสธเขา แต่..ทำไมเธอไม่ปฏิเสธคุณอา?&lt;br /&gt;เมื่อศรีพงษ์เข้ากรุงเทพฯ เขาโทรศัพท์หาเธอที่ที่พักและพบว่าปิงฟ้าเดินทางไปเสม็ดกับคณะ  … &lt;br /&gt;เวลานั้น…ลมรักซาตานหอบเขาตามเธอไป… &lt;br /&gt;“คุณหมอ…” เธอทักเขา สีหน้าเธอบอกว่าแปลกใจที่พบเขาที่เกาะ&lt;br /&gt;“ไม่ได้พบกันเสียนาน คุณสบายดีหรือปิงฟ้า?”&lt;br /&gt;“ค่ะ..” เธอยิ้ม&lt;br /&gt;“มาทำอะไรกันหรือครับ” เขาถาม&lt;br /&gt;เธอยิ้มอีก&lt;br /&gt;“พวกเด็กๆ เขามาทำงานกัน ส่วนรุ่นพี่ตามเขามาเที่ยว” เธอว่า..&lt;br /&gt; พวกเรียนศิลปะมักชอบสัญจรออกต่างจังหวัดอย่างนี้เสมอ ส่วนพวกที่จบแล้วก็ยังวนเวียนเทียวไปเทียวมาผูกพันอยู่กับคณะ &lt;br /&gt;“ทราบว่าเพิ่งเสร็จจากนิทรรศการ”&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1413630981646618663-5845514271794901797?l=vilunda.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vilunda.blogspot.com/feeds/5845514271794901797/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/52.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/5845514271794901797'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/5845514271794901797'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/52.html' title='ตอนที่ 52'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1413630981646618663.post-3373166820163583469</id><published>2009-05-19T23:57:00.001+07:00</published><updated>2009-05-19T23:59:03.245+07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 51</title><content type='html'>“ปิงขา.. ดีใจจังที่โทรมา” เสียงหล่อนหวานละไม แต่อู้อี้เหมือนคนเป็นหวัด&lt;br /&gt;“คุณไม่สบายใช่ไหมคะ?”&lt;br /&gt;“ค่ะ.. เพิ่งกลับจากหาหมอ” หล่อนหัวเราะเบา ๆ สบายอกสบายใจเป็นที่สุด&lt;br /&gt;“หมอถามว่าไปโดนอะไรมา” หล่อนเล่า ทำให้ปิงฟ้าอดยิ้มไม่ได้ เพราะโดนคำถามเดียวกันไม่มีผิด&lt;br /&gt;“บอกว่าถูกหนามเกี่ยว.. แต่ต้องขอขอบคุณทุกอย่างแม้นกระทั่งหนาม   .. ปิงล่ะคะ  เป็นยังไงบ้าง?  เสียงปิงเหมือนเป็นหวัดเหมือนกันนะคะ  มีไข้หรือเปล่าคะ เจ็บแผลหรือเปล่า?”&lt;br /&gt;“คงเหมือน ๆ กันน่ะค่ะ ปิงก็เพิ่งกลับจากคลินิก ”&lt;br /&gt;“โถ..” เสียงบอกว่าห่วงและสงสาร  หล่อนเล่าว่าเลือกไปคลินิกที่ไม่เคยไปมาก่อน  หล่อนจึงไม่ต้องถูกซักถามมากมายจากหมอที่รู้จัก แต่กระนั้นก็ยังถูกซักอยู่บ้างนั่นเอง&lt;br /&gt;ตกบ่าย ตรัยโทรศัพท์มาจากร้าน…&lt;br /&gt;“ไม่สบายอีกแล้วหรือปิง?” เสียงเขาก็ออกห่วงเช่นกัน&lt;br /&gt;“ค่ะ  ขอโทษนะคะพี่ตรัย”&lt;br /&gt;“โทษเรื่องไร?เรื่องไม่สบายน่ะหรือ ขอโทษทำไมก็ไม่สบายนี่”&lt;br /&gt;“ .. คงต้องหยุดเรียนอีกแล้ว”&lt;br /&gt;“ขนาดนั้นเลยหรือ? ไปหาหมอหรือยังหมู่นี้สุขภาพไม่ค่อยดีเลยนะปิง”&lt;br /&gt;“ฉีดยามาแล้วค่ะ”&lt;br /&gt;“บรื๋อ…เจ็บไหม?..เอาล่ะ  เป็นห่วงเลยโทรมาถามดู ..พักผ่อนเถอะนะ”&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะพี่ตรัย” ปิงฟ้ายิ้มเมื่อวางกระบอกโทรศัพท์ลง&lt;br /&gt;“พวกศิลปินโทรมาหรือฮ๊ะพี่ปิง”เหมยวางจานขนมขบเคี้ยวลงบนโต๊ะ&lt;br /&gt;“ไม่ชวนมาทานขนมด้วยกันล่ะฮ๊ะ”&lt;br /&gt;“ทำอะไรล่ะคะ?” ปิงฟ้าถาม&lt;br /&gt;“ครองแครงกรอบฮ๊ะ ทำไว้เยอะเลย พรุ่งนี้จะเอาไปฝากเจ้ที่โรงเรียนด้วย”&lt;br /&gt;ปิงฟ้านั่งลงกินขนมของเหมย รู้สึกว่าเหมยมีนิสัยแม่บ้านทีเดียว เพียงแต่เธอเป็นทอม  มันขัดแย้งกันอยู่ในตัวคน ๆ เดียวกันแต่จะว่าไป ความจริงแล้วไม่เคยมีใครตั้งบทบัญญัติเอาไว้เสียหน่อยนี่ว่า คนเป็นทอมต้องไม่ชอบงานบ้าน ต้องเก่งอย่างอื่น เช่นกีฬา หรืออะไรแบบผู้ชาย&lt;br /&gt;ตัวผู้ชายเองปิงฟ้าก็เคยเห็นคนที่ชอบทำอาหาร เห็นผู้ชายอุ้มลูกอ่อนกระเตงไปไหนต่อไหน  บทบาทเหล่านี้ดูเหมือนว่า มันไม่ใช่บทบาทตายตัวเฉพาะเพศอีกต่อไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 22&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทียนหยดบุกมาหาวิลันดาที่โรงเรียนในวันหนึ่ง  อาการที่เรียกว่าบุกคือ หล่อนขับรถราวติดจรวดมาเบรกหน้าประตูโรงเรียน  รอพนักงานหน้าประตูเลื่อนเคลื่อนกั้นให้  จากนั้นหล่อนก็กระชากรถลิ่วเข้าในโรงเรียนอย่างน่าหวาดเสียว  ฉวยว่าพวกเด็กเล็กเดินเตร่อยู่แถวนั้นคงอันตราย&lt;br /&gt;โชคดีที่เป็นเวลาเรียน เด็กๆ จึงอยู่ในชั้นเรียนกันหมด เทียนหยดก้าวลงรถและปิดประตูรถโครมคราม ย่ำฉับ ๆตรงแน่วขึ้นไปหาวิลันดาที่ห้องทำงาน  &lt;br /&gt;วิลันดาเห็นหล่อนแล้วตั้งแต่รถแล่นเข้ามาในโรงเรียน  เทียนหยดแต่งตัวง่าย ๆสวมกางเกงยีนส์ เสื้อยืดสีขาว เส้นผมหยิกฟูแลดูยุ่งเหยิงกว่าทุกทีที่ได้เจอ หล่อนแต่งหน้าโทนสีน้ำตาลยิ่งทำให้หน้าดูเข้มแลเป็นผู้หญิงดุ&lt;br /&gt;“เข้าไม่ได้นะคะคุณ…” เสียงโสรยาเอะอะอยู่นอกห้อง พยามกันไม่ให้เทียนหยดเข้ามาหาหล่อนแต่ไม่ได้ผล เพราะฝ่ายนั้นเปิดประตูห้องทำงานเบียดตัวเข้ามาได้แล้วอย่างไร้มารยาท  โสรยาตามเข้ามามองตาผู้เป็นนายปริบ ๆ..&lt;br /&gt;“ห้ามแล้วไม่ยอมฟังเลยค่ะ” เสียงเลขาน่าสงสาร  วิลันดาโบกมือให้ออกไป แล้วเหลือบมองผู้หญิงของเจ้าทับทิมอย่างแปลกใจ&lt;br /&gt;“มีธุระร้อนอะไรหรือคะคุณเทียน นั่งก่อนสิคะ”&lt;br /&gt;“มีคำถามจะถาม” เสียงนั้นกระด้างกระเดื่องไม่เหลือเค้าเดิมที่เคยพูดจากันแม้นแต่น้อย  โทสะของเทียนหยดนั้นเหมือนว่ามันเปล่งรัศมีร้อนแรงออกมาโดยรอบดูน่ากลัว&lt;br /&gt;“บอกหน่อยเถอะคุณดา คุณกับเจ้าทับทิมเคยมีอะไรกันมาก่อนใช่ไหม?”&lt;br /&gt;วิลันดารู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นจัดราดโครม..&lt;br /&gt;หล่อนมองเทียนหยดที่ยืนจ้องเขม็ง.. สายตาคู่นั้นบอกว่าเกลียดชังหล่อนยิ่งนัก  เทียนหยดมองหล่อนราวปรารถนาจะเจาะทะลุเนื้อ ใบหน้านั้นส่ายไปมาช้า ๆ เหมือนผิดหวังเสียใจอะไรมากมายเหลือเกิน&lt;br /&gt;“พวกคุณหลอกฉัน” เสียงนั้นเกือบเรียกได้ว่าตะโกน มันแผดออกมาด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด ..&lt;br /&gt;นี่ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันถึงบุกมาปะทุอารมณ์ใส่หล่อนได้เพียงนี้&lt;br /&gt;“ฉันไปหลอกอะไรคุณ?”..&lt;br /&gt;“คุณรักกัน!!!!  เจ้าทับทิมใช้ฉันบังหน้าเข้าหาคุณ… คุณเอง ใช้เด็กอะไรก็ไม่รู้คนนั้นยั่วเจ้า…พวกคุณเล่นอะไรกัน?.. เจ้าทับทิมกำลังจะเป็นบ้า..ส่วนฉัน.. ฉันกลายเป็นตัวประกอบตัวหนึ่งในเกมของพวกคุณ ..แต่จะบอกให้รู้นะว่าคนอย่างฉันไม่ยอมเป็นของเล่นของใครหรอก!!” &lt;br /&gt;และโดยไม่ทันตั้งตัว เทียนหยดก็คว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเหวี่ยงใส่วิลันดาเต็มแรง โชคดีที่สัญชาติญาณทำให้เบี่ยงตัวหลบจึงไม่โดนจัง ๆ แต่กระนั้นห้องทั้งห้องก็กระจุยกระจายภายในพริบตาและเสียงที่ดังอยู่ในห้องก็ทำให้โสรยาถลันแล่นเข้ามาแล้วร้องร้องเอะอะโวยวาย&lt;br /&gt;“ว๊าย… นี่มันอะไรกันคุณ เป็นบ้าไปแล้วหรือไง?” โสรยาฉุดกระชากเทียนหยดจะให้ออกไปให้ได้  เพราะเกรงว่าเจ้านายจะถูกทำร้ายมากไปกว่านี้  ท่าทางผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจไม่ใช่เล่น เรี่ยวแรงหรือก็มากมาย โสรยาสู้แรงหล่อนไม่ได้&lt;br /&gt;“มันเรื่องอะไรบุกมาอาละวาดอย่างนี้” โสรยาเดือดดาลแม้นสู้ไม่ไหว แต่ก็ยื้อยุดชุลมุนชุลเก วิลันดาโทรเรียก รปภ.ให้มาจัดการเอาเทียนหยดออกไปเสียให้พ้น&lt;br /&gt;“คอยดูนะ อย่าถือว่ารวย คิดอยากทำอะไรก็ทำโดยไม่สนใจจิตใจของคนอื่น แกสองคนจะต้องได้รับสิ่งตอบแทนอย่างสาสมจากฉัน” หล่อนชี้หน้าอาฆาต&lt;br /&gt;“ผอ.ขา  แจ้งความเถอะค่ะ”&lt;br /&gt;โสรยาบอกเบา ๆ เมื่อเทียนหยดถูกลากออกไปแล้ว โสรยาและหล่อนยังตื่นเต้นไม่หาย  ตอนฝ่ายนั้นอาละวาดใครต่อใครพากันมามุงดูที่ประตูห้องหลายคน .. แล้วก็ต้องมีเรื่องให้พูดเลื่องลือกันไป..&lt;br /&gt;วิลันดาเดินมานั่งที่เก้าอี้นวมสำหรับรับแขกขณะที่เลขาจัดการเก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทางตามเดิม  &lt;br /&gt;หล่อนรู้สึกมึนงง..ไม่นานมานี้ เจ้าทับทิมยังควงผู้หญิงคนนี้เข้าไปหาที่สวนในอาการปรกติดี แต่อยู่ดี ๆเทียนหยดก็คลุ้มคลั่งเข้ามาอาละวาดกับหล่อนราวกับว่าหล่อนไปทำอะไรให้&lt;br /&gt;“ไม่ล่ะโส  ..” หล่อนบอกเบา ๆ หน้าซีดเซียว.. สายตาของโสรยาห่วงใย  วิลันดายิ้มให้นิดหน่อย พลางบอกว่า&lt;br /&gt;“ไม่ต้องห่วง  ยังไงต่อไปผู้หญิงคนนี้ก็เข้ามาที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว” &lt;br /&gt;หล่อนรู้ว่าต่อไป รปภ.จะกีดกันเทียนหยดไม่ให้ล่วงผ่านประตูเข้ามาได้แน่&lt;br /&gt;“.. ถ้าเธอไปดักที่อื่นล่ะคุณ” โสรยาเสียงอ่อย&lt;br /&gt;“เอาเถอะ..” หล่อนทำเสียงว่าเบื่อแล้วนั่นแหล่ะ เลขาจึงยอมล่าถอย &lt;br /&gt;วิลันดาเริ่มครุ่นคิด..คุณรักกัน.. คุณรักกันหรือ? เจ้าทับทิม ใช้ฉันบังหน้าเข้าหาคุณ… คุณเอง ใช้เด็กอะไรก็ไม่รู้คนนั้นยั่วเจ้า… พวกคุณเล่นอะไรกัน?.. เจ้าทับทิมกำลังจะเป็นบ้า..ส่วนฉัน  .. ฉันกลายเป็นตัวประกอบตัวหนึ่งในเกมของพวกคุณ  ....&lt;br /&gt;หล่อนหลับตาลงอย่างขมขื่นแกมสมเพทใจ.. &lt;br /&gt;หล่อนไม่ได้ยั่วใคร หล่อนไม่รักไม่สนใจเจ้าทับทิมแล้วจริง ๆ .. อย่างหล่อนคงไม่สามารถพอที่จะคิดเล่ห์อย่างนี้ขึ้นมาได้..&lt;br /&gt;หล่อนต่อโทรศัพท์หาเจ้าทับทิมที่ห้องเสื้อ  เสียงฝ่ายนั้นดีใจที่ได้รับโทรศัพท์จากหล่อน&lt;br /&gt;“สวัสดีน้องดา วันนี้คงเป็นวันดีนะคะน้องดาถึงโทรหาพี่ได้” &lt;br /&gt;“เกรงว่าจะไม่ใช่วันที่ดีเท่าไหร่ ”&lt;br /&gt;“มีอะไรหรือคะน้องดา”&lt;br /&gt;“มีค่ะ เรื่องใหญ่มากด้วยสิคะ วันนี้ผู้หญิงของพี่เจ้ามาอาละวาดดาที่นี่ มาต่อว่า ว่าดายั่วพี่เจ้า.. บอกหน่อยได้ไหมคะว่ามันอะไรกัน ดาอยู่ของดาเฉย ๆไม่เคยอยากไปยุ่งเกี่ยวด้วย พี่เจ้ากับเทียนหยดพากันเข้ามาหาดาเอง แล้วยังมีเรื่องแบบนี้มาให้ดา เดือดร้อนอีก”&lt;br /&gt;“น้องดา…โอ..พี่เสียใจนะที่เทียนหยดทำแบบนั้นกับน้องดา.. น้องดาคงตกใจมากสิคะ พี่เสียใจจริง ๆนะคะ  พี่กับเทียนหยดทะเลาะกัน เธอเป็นคนขี้หึงมาก เธอหึงไปหมดทุกอย่างจนที่ทนไม่ไหว พี่จึงพยามถอยออกมา” เสียงเจ้าน่าสงสาร&lt;br /&gt;“เธอมาต่อว่าดาน่ะค่ะ..ช่างเถอะค่ะ แต่พี่เจ้าช่วยทำยังไงก็ได้อย่าให้เธอมาทำอย่างนี้กับดาอีก ดาไม่ชอบ อ้อ..แล้วตัวพี่เจ้าเองดาก็ขอนะคะ ขอให้เราต่างคนต่างอยู่เถอะ ”&lt;br /&gt;“น้องดา..น้องดาเดี๋ยวสิคะ เดี๋ยวก่อน”&lt;br /&gt;“คะ?” วิลันดายังรอฟัง ทั้งที่กำลังจะวางสายอยู่แล้ว&lt;br /&gt;“พี่รักน้องดา ไม่เคยลืมน้องดาเลยนะ”&lt;br /&gt;“แต่ดาลืมแล้วค่ะ..แค่นี้นะคะ”&lt;br /&gt;หล่อนวางสาย  ถอนใจ..หนักใจและรู้สึกไม่ดีที่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น  ความรู้สึกคล้ายตอนเปรมจิตข่มขู่หล่อน  เทียนหยดต่างออกไปก็จริง แต่เทียนหยดก็มาฟาดงวงฟาดงากับหล่อนถึงที่นี่ แถมชี้หน้าขู่อาฆาตหล่อนและทำให้หล่อนขายหน้า..ขายหน้าเรื่องหึงหวงบ้าบอ..&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;ปิงฟ้าเห็นหน้าหล่อนตอนค่ำก็ทักทายว่า&lt;br /&gt;“เป็นอะไรคะหน้าตาไม่แจ่มใสเลย”&lt;br /&gt;“ช่างสังเกตนะคะ” หล่อนโรยยิ้มออกมาได้บ้าง&lt;br /&gt;“งานยุ่งหรือคะ?” &lt;br /&gt;คราวนี้วิลันดาพยักหน้า หล่อนจะบอกปิงฟ้าทำไม ปิงฟ้าไม่ควรรับรู้เรื่องประเภทนี้หรอก&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;“ไปทานไอศครีมกันไหมคะ ได้อะไรหวาน ๆเย็น ๆคุณอาจดีขึ้นบ้างก็ได้นะคะ”&lt;br /&gt;“ก็ดีเหมือนกัน..” หล่อนจับมือปิงฟ้าแล้วยิ้มมากขึ้นกว่าเดิม..&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt; หลายวันต่อมามีข่าวใหญ่พาดหัวหนังสือพิมพ์ …&lt;br /&gt;  ทอมไฮโซฯ เจ้าทับทิม จาวฟงคำ ถูกฆาตกรรมสยองกลางสวนลำไย…วิลันดาตกใจจนนั่งไม่ติด..นี่มันเกิดอะไรขึ้น..มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? ทำไมถึงเป็นแบบนี้  ?&lt;br /&gt;หล่อนไม่อยากเชื่อว่าที่สุดแล้ว  เทียนหยดจะเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายในชีวิตของเจ้าทับทิม! ผู้หญิงที่ตอบแทนเจ้าทับทิมเสียสาสมด้วยความตาย.. วิลันดารู้สึกบรรลุซึ้ง ว่าความอดทนในคนเรามีขีดจำกัดที่ต่างกันจริงๆ &lt;br /&gt;บางคนเจอปัญหาธรรมนองเดียวกันแต่ก็อดทนได้แม้นทรมาณเจ็บปวดก็สู้ทนกล้ำกลืน  แต่บางคนไม่ทน..  เทียนหยดก็ไม่ทน หล่อนไม่ยอมจากโดยดี  หล่อนเจ็บปวดรวดร้าว แต่คนที่ทำให้หล่อนเจ็บต้องเจ็บกว่า..หล่อนจริงจังเหลือเกิน..คนอย่างเทียนหยดเข้าประเภทคนที่ไม่ยอมเสียใจเพียงลำพัง…ไม่ยอมจริง ๆ!!! &lt;br /&gt;ต่อมาเทียนหยดถูกจับ แต่หล่อนก็ไม่ได้ถูกคุมขังเพราะเสียสติไปแล้ว  เสียงวิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มไปทั้งบ้านทั้งเมืองเรื่องทอม ๆ ดี้ ๆ ต่างตั้งหัวข้อติฉินไปต่าง ๆนานา&lt;br /&gt;ส่วนใหญ่บอกว่าความรักของคนเพศที่สามมักเป็นความรักที่รุนแรง ในความคิดของคนทั่วไป คนที่ตกเป็นข่าวนี้ได้กลายเป็นตัวแทนของเพศที่3ไปเสียแล้ว&lt;br /&gt;ทั้งที่แท้จริงผู้คนทั่วไปต่างมีดีมีชั่วคละเคล้ากันไป ไม่ว่าเพศไหนก็มีคนที่มีความอดทนมาก และคนที่อดทนได้น้อย และคนที่ไม่อดทนเลย..  &lt;br /&gt;และไม่ว่าเพศไหนก็มีทั้งคนที่มีจิตใจดีงาม และมีคนดุดันเลวร้ายปะปนกันไปเป็นปรกติของสังคม ทีข่าวชายหญิงหึงหวงกัน แผลงฤทธิ์เดชพิสดารต่าง ๆ นานาสารพัด ไม่ยักถูกปรามาสว่า ความรักของชายหญิงเป็นความรักที่รุนแรงร้อนพล่าน!!!&lt;br /&gt;วิลันดาไปเคารพศพเจ้าทับทิมพร้อมเพื่อน ๆหลายคน  หล่อนไปในฐานะรุ่นน้องและได้พบผู้หญิงของเจ้าทับทิมหลายต่อหลายคน ทุกคน รวมทั้งตัวหล่อนต่างร้องไห้เสียใจอย่างสุดซึ้งกับการจากไปอย่างเหลือเชื่อของเจ้า..&lt;br /&gt;งานเจ้าทับทิมจัดอย่างใหญ่โตตระการตาตามธรรมเนียมของชาวฟงคำ  หลังสวดทุกคืน ญาติได้จุดโคมลอยปล่อยขึ้นท้องฟ้าจำนวนเท่าอายุของเจ้าทับทิมผู้ล่วงลับ  ดวงสว่างนั้นล่องลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อส่งวิญญาณให้ลอยล่องไปสู่ที่สูงสมชาติสมตระกูล..&lt;br /&gt;วิลันดาเฝ้ามองด้วยตาอันฝ้ามัวอยู่ทุกคืนด้วยมันเอ่อออไปด้วยน้ำตา.. เป็นนตาแห่งอาลัยเท่านั้น หาใช่น้ำตาแห่งรักไม่  แม้นไม่รักแล้วหากหล่อนก็อาลัย ถึงอย่างไรหล่อนรู้สึกว่าชีวิตของผู้หญิงคนนี้ยังทำอะไรได้อีกมาก  ถึงอย่างไรก็รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมที่เจ้าทับทิมจะถูกเทียนหยดพิพากษาให้ตาย..&lt;br /&gt;แต่เทียนหยดคงคิดไปอีกอย่างหนึ่ง ความคิดของคนแต่ละคนล้วนต่างกัน  แต่.. ถึงอย่างไรเจ้าทับทิมก็ไม่น่าตาย   &lt;br /&gt;ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีจุดจบ  และนี่หรือคือจุดจบของคนเจ้าชู้อย่างเจ้าทับทิม  จุดจบที่วิลันดาเคยสงสัยนักหนาว่า..เจ้าจะจบตัวเองลงที่ใคร? แต่ในความหมายของหล่อนคำว่าจบไม่เคยหมายถึงความตาย ..แต่หมายถึงมีใครสักคนมาจัดการกับความเจ้าชู้นั้นได้อย่างอยู่หมัดต่างหาก..แต่ในที่สุด เจ้าก็ตาย..คนเราก็เท่านี้จริง ๆ…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 23&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานแต่งงานของกัลยาและฤกษ์ฤทธิ์ถูกจัดขึ้น ในช่วงที่คุณนพรัตน์อ้างไว้ว่าเขาติดงานต้องไปฮ่องกง ทำให้กัลยาอดบ่นน้อยใจไม่ได้ &lt;br /&gt;งานนี้วิลันดาไม่ได้เป็นเพื่อนเจ้าสาวตามที่เคยเสนอตัวไว้  เพราะกัลยาเป็นหม้าย  ตามความเห็นของผู้ใหญ่เห็นว่าไม่ควรมีเพื่อนเจ้าสาว  คุณนภางค์พาปิงฟ้ากับศรัณไปในงาน ซึ่งเป็นงานเลี้ยงฉลองพิธีสมรสที่แสนหรูจัดขึ้นที่ห้อง “แสนสนิท” ซึ่งเป็นห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ในโรงแรมม่อนคำหวาน &lt;br /&gt;แต่ทว่า แม้นจัดเลี้ยงในห้องที่มีชื่อแสนจะเป็นมงคลว่าแสนสนิท แต่แขกเหรื่อของสองฝ่ายนั้น ถึงอย่างไรก็ไม่สนิท  มีแต่บรรดาแขกผู้ใหญ่เท่านั้นที่เจรจาพาทีกันตามมารยาท  นอกนั้นแล้วเห็นได้ชัดว่าพวกใครก็พวกใครจริง ๆ &lt;br /&gt;ครอบครัวปิงฟ้าเองก็อยู่ในกลุ่มญาติทางฝ่ายกัลยา สำหรับฝ่ายโน้นจะมีก็แต่วิลันดาที่เข้ามาทักทายพูดคุยด้วย  วิลันดาสวยด้วยชุดราตรีไหมสีน้ำเงินสด ปักรูปผีเสื้อสีฟ้าอ่อนและเข้มประปรายตามตัวกระโปรง  เกล้าผมติดเครื่องประดับเป็นผีเสื้อเพชรชิ้นใหญ่สวยหรู ปล่อยปอยผมลงมาบ้างทำให้แลดูอ่อนหวานไม่น้อย&lt;br /&gt;แม่ของปิงฟ้าแต่งชุดผ้าไหมบาติกสีฟ้าอ่อนวาดลวดลายเป็นดอกกล้วยไม้ในโทนสีฟ้าอ่อนและชมพู  ตัวปิงฟ้าเองสวมชุดบาติกเช่นกันแต่เป็นเนื้อผ้ากำมะหยี่พื้นสีชมพูอ่อน ลวดลายดอกไม้สีชมพูเข้มแซมแดงแลดูเป็นสาวน้อยที่สวยสะอาดน่ารัก&lt;br /&gt;“เสียดายที่คุณนพรัตน์ไม่มานะคะ”&lt;br /&gt;“บังเอิญติดธุระเสียทุกที”คุณนภางค์ออกตัว&lt;br /&gt;“นี่ก็ไปฮ่องกงค่ะ” &lt;br /&gt;วิลันดาเองคิดอยู่แล้วว่า หล่อนจะไม่พบเขาในงานคืนนี้&lt;br /&gt;“ชุดไหมไทยสีน้ำเงินสด ๆแบบนี้ขับผิวดีจริง ๆนะคะคุณดา” คุณนภางค์เปลี่ยนเรื่องคุยเสีย มองดูวิลันดาด้วยความชื่นชมจริงใจ รู้สึกว่าชมออกมาแค่ครึ่งเท่านั้นด้วยซ้ำ ด้วยใจนั้นยังนึกชมทรงผมและเครื่องประดับชิ้นงามที่ประดับอยู่บนศีรษะนั้นด้วย“ขอบคุณค่ะ ชุดบาติกของคุณนภางค์ก็สวยนะคะ สีหวานแบบนี้เข้ากับคนใส่มากเชียวค่ะ  ผ้าบาติกแบบนี้ใส่ถ่ายรูปแล้วเด่นดีนะคะ”&lt;br /&gt;แม่ปิงฟ้าฟังแล้วหัวเราะชอบใจ ยกความดีให้ลูกสาวว่า&lt;br /&gt;“ปิงเค้าซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดค่ะ” สายตาทอดมองไปยังลูกสาวนั้นเปี่ยมด้วยรักและเอ็นดูยิ่ง  ปิงฟ้าซื้อของให้แต่ละชิ้นล้วนเป็นของที่มีราคา และเธอซื้อมาด้วยเงินที่หามาได้เอง..ปิงฟ้ายิ้มรับคำบอกเล่าที่ชื่นชมของแม่อย่างสงบเงียบ&lt;br /&gt;“น่าปลื้มใจนะคะ”วิลันดายิ้มปลื้มไปด้วย&lt;br /&gt;“ วันนี้ปิงฟ้าก็สวยมาก ศรัณก็หล่อ” หล่อนเอ่ยชมศรัณที่มาในสูทสีครีม ผูกหูกระต่ายสีน้ำตาลทอง เขาทำท่าปลื้มใจในความหล่อและยิ้มรับคำชม&lt;br /&gt;“ขอบคุณครับ” เขาค้อมศีรษะให้หล่อนเล็กน้อยเหมือนหนุ่มๆ&lt;br /&gt;“คุณวิลันดาก็สวยสง่ามากนะครับ” &lt;br /&gt;เขาทำให้หล่อนหัวเราะเบา ๆ อย่างสดใส.. ศรัณเหมือนหนุ่มน้อยผู้ดีอังกฤษ  การสนทนาแต่ละคำเหมือนถอดความออกมาจากภาษาอังกฤษ  กับหล่อนเขาดูเป็นงานเป็นการคล้ายเด็กแก่แดด แต่หล่อนก็รู้สึกว่าน่าเอ็นดู&lt;br /&gt;“แต่ไม่มีใครสวยกว่าน้องแป้งอย่างแน่นอน”  เขาว่า&lt;br /&gt; น้องแป้งสวมชุดลูกไม้สีเดียวกับเจ้าสาวซึ่งเป็นแม่ของเธอ แต่ของเด็กหญิงตัดเป็นชุดสั้นมีชั้นในเป็นผ้าซาตินมีระบายพองฟูรอบกระโปรงทำให้เธอมองดูเหมือนตุ๊กตาที่มีชีวิต&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะพี่ศรัณ” เจ้าหล่อนยิ้มแป้นรับคำชม&lt;br /&gt;“มีแต่คนสวย ๆ กันทั้งนั้นแหล่ะค่ะ”เด็กหญิงว่าแล้วเปรยขึ้นอีกว่า&lt;br /&gt;“คืนนี้หนูจะไปเมืองนอกแล้วนะคะ” เธอจะไปสวิสเซอร์แลนด์ดินแดนแห่งความสวยที่เล่าลือกันมาช้านาน ไปกับแม่ของเธอและเจ้าบ่าวของแม่ พร้อมกับแม่บ้านคนหนึ่งซึ่งจะมีหน้าที่ดูแลเธอในช่วงฮันนีมูน&lt;br /&gt;“ตื่นเต้นมากล่ะสิ” คุณนภางค์ว่า&lt;br /&gt;“มากค่ะคุณป้าขา” ความตื่นเต้นเต้นยิบอยู่ในแววตาของเด็กหญิง&lt;br /&gt;“อย่าลืมคิดถึงกันบ้างเน้อ” หนุ่มน้อยศรัณเอ่ยแล้วยิ้มให้&lt;br /&gt;“หนูอยากให้พี่ปิงกับพี่ศรัณกับพี่เหมยไปด้วยจัง”&lt;br /&gt;“ไปได้ไง”  ศรัณว่า&lt;br /&gt;“พี่เป็นคนอื่น”&lt;br /&gt;“ใครบอกว่าพี่ศรัณเป็นคนอื่น” เด็กหญิงทำหน้าง้ำ&lt;br /&gt;“ไม่ใช่คนอื่นสำหรับน้องแป้ง.. แต่เป็นคนอื่นสำหรับเจ้าบ่าว เจ้าสาว ..ไม่มีใครเขาไปฮันนีมูนกันเยอะ ๆ หรอกน้องแป้ง”เขาอธิบาย ขณะที่ผู้ใหญ่มองหน้ากันแล้วอดยิ้มไม่ได้&lt;br /&gt;“เที่ยวเผื่อด้วยนะ ถ่ายรูปมาดูกันเยอะ ๆ”&lt;br /&gt;“ของแน่อยู่แล้วล่ะค่ะพี่ศรัณ”&lt;br /&gt;“เดินเล่นกันไหม?” ศรัณเอ่ยชวนน้องแป้งแล้วหันมาทางพี่สาว&lt;br /&gt;ปิงฟ้ามองแม่กับวิลันดา &lt;br /&gt;“ไปเถอะ” คุณนภางค์อนุญาต &lt;br /&gt;“เดี๋ยวมานะคะ” ปิงฟ้าบอกวิลันดา หล่อนพยักหน้าพลางยิ้มละไม หล่อน รู้สึกว่าไม่ต้องพูดอะไรกันมากก็ได้  หล่อนกับปิงฟ้าสามารถเข้าใจกันได้ดีกว่าการใช้คำพูดนับล้าน ๆคำเสียอีก&lt;br /&gt;“ไปค่ะ” น้องแป้งยิ้มแป้น &lt;br /&gt;ทั้งสามปลีกตัวออกมาจากแม่และวิลันดา พากันเดินดูความหรูหราสวยงามของงานเลี้ยงแห่งนั้น  มีขนมเค็กสูงสามชั้นขนาดใหญ่รอให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวตัดแจกจ่ายแขกเหรื่อ และนั่นน้ำแข็งก้อนใหญ่แกะเป็นรูปหัวใจและกามเทพฯมีไฟสีสาดส่องสวยงาม  มุมห้องตกแต่งด้วยดอกไม้จากสวนของวิลันดา  และบนเวทีบรรเลงด้วยวงดนตรีชื่อดังที่สั่งมาจากกรุงเทพฯเพื่องานนี้โดยเฉพาะ&lt;br /&gt;“อ้าว! เด็กๆ  จะไปไหนกันคะ?” กัลยาร้องทักเมื่อเห็นเข้า หล่อนจูงเจ้าบ่าวเดินตรงมาหา  หล่อนสวมชุดสีโอวโรส  แต่งหน้าด้วยโทนสีชมพูช่วยให้ดูผ่องใสมีน้ำมีนวลและทำให้สวยแปลกไปจากปรกติ  เครื่องประดับแต่ละชิ้นล้วนแล้วแต่สวยงามด้วยเป็นเครื่องเพชรชิ้นใหญ่เข้าชุดกัน เป็นของเก่าแก่ที่มีค่าประมาณราคาไม่ได้ซึ่งเป็นที่ฮือฮาแก่แขกเหรื่อ  ด้วยมารดาของฤกษ์ฤทธิ์ได้มอบเครื่องประดับมีค่าอย่างนี้แก่สะใภ้ของท่านทุกคน ใคร ๆ ก็รู้ว่าสมบัติของท่านล้วนสืบทอดตกต่อกันมาเนิ่นนาน เพชรแต่ละเม็ดน้ำงามเลิศ เจียระไนและประกอบเรือนด้วยช่างฝีมือเยี่ยม  &lt;br /&gt;“เราเดินเล่นฮ๊ะคุณน้า” ศรัณบอก&lt;br /&gt;“อย่าเดินเกะกะนะลูก ปิงฟ้าดูแลน้องด้วยนะคะ”&lt;br /&gt;“อย่าห่วงเลยครับ” ศรัณรับคำเสียเอง&lt;br /&gt;“แล้วก็อย่าไปไกลนะจ๊ะ อีกประเดี๋ยวก็ได้เวลาตัดเค็กแล้ว ”&lt;br /&gt;“ค่ะคุณแม่ขา”&lt;br /&gt;ฤกษ์ฤทธิ์ยิ้มให้พวกเขาแล้ววางมือบนศีรษะน้องแป้ง&lt;br /&gt;“วันนี้มีนางฟ้าหลายองค์จัง” เขาหยอก เขาหมายถึงนางฟ้าที่เป็นเจ้าสาวอยู่ข้างตัวเขานี่  และนางฟ้าน้อยที่เขาจับหัวอยู่ กับนางฟ้าแรกรุ่นดรุณีอย่างปิงฟ้า..ซึ่งดูสวยสะอาดและ แสนหวานเหลือเกิน&lt;br /&gt;“เราไปนะคะ” ปิงฟ้าเอ่ย &lt;br /&gt;“โอ๊ะ.. เชิญครับ” เขาทำท่าตกใจ แล้วผายมือเชื้อเชิญ&lt;br /&gt;“อย่าลืมมาทานเค็กนะคะ”เขาย้ำเตือน&lt;br /&gt;“ไม่ลืมหรอกค่ะคุณลุง ของหนูขอชิ้นใหญ่หน่อยนะคะ”น้องแป้งสะกิด เจ้าบ่าวเหลือบมองเจ้าสาวแล้วหลิ่วตากับเด็กหญิง&lt;br /&gt; “แน่นอน..”ฤกษ์ฤทธิ์ยิ้มร่า &lt;br /&gt;  ...&lt;br /&gt;ศรีพงษ์อยู่ในกลุ่มหนุ่ม ๆ สาว ๆชาวม่อนคำหวาน พวกเขาออกจะเบื่อหัวข้อสนทนาของพวกผู้ใหญ่ ที่เอาแต่วิจารณ์เจ้าสาวลูกติดอย่างขัดเคืองใจแกมเย้ยหยัน  &lt;br /&gt;พวกหนุ่มสาวรุ่นใหม่ไม่สนใจเรื่องธรรมนองนี้ พวกเขาคุยกันเรื่องเรียน เรื่องรถรุ่นใหม่ กีฬาที่นิยมเล่น กับเรื่องการเที่ยวเตร่ ส่วนเรื่องที่ใคร ๆมักสนทนากับ ศรีพงษ์คือเรื่องรถและผู้หญิง!&lt;br /&gt;ปิงฟ้าพาน้อง ๆ เดินผ่านกลุ่มของพวกเขา  ต่างไม่มีใครสนใจคนที่ตนไม่เคยรู้จักมักจี่  พวกเขารู้แค่ว่าเด็กหญิงแป้งเป็นลูกของเจ้าสาว..แล้วก็เท่านั้น ไม่สนใจไปมากกว่านั้น&lt;br /&gt;เด็กทั้งสามเดินเรื่อย ๆมาหยุดอยู่ที่ราวระเบียงโรงแรมหน้าห้องจัดเลี้ยง  ที่ซึ่งค่อยสงบสักหน่อย ปิงฟ้าโอบน้องแป้งไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างโอบน้องชาย ต่างยืนมองออกไปเบื้องหน้า ซึ่งเป็นถนนชานเมืองเชียงใหม่ มีแสงไฟวิ่งไล่ตามกันเป็นสาย  &lt;br /&gt;น้องแป้งรู้สึกว่าครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างพี่สองคนอย่างนี้… เธอเห็นภาพของเด็กสามคนเดินออกมาจากซอย  มีเธอเป็นน้องเล็กสุด เล่นทายศัพท์ภาษาอังกฤษกันระหว่างเดิน…ต่อไปนี้ ชีวิตเธอจำต้องเคลื่อนที่ออกจากคนที่เธอรักและผูกพันไป .. เธอจะมีชีวิตอีกแบบหนึ่งในบ้านเรือนหอที่สวยงามและกว้างขวางใหญ่โต  &lt;br /&gt;ที่บ้านนั้นจะมีคุณลุงฤกษ์ฤทธิ์เป็นหัวหน้าครอบครัว แต่.. ข้างบ้านหลังนั้นไม่มีบ้านของพี่ศรัณ พี่ปิง เพื่อนบ้านที่ดี ที่สนิทกันเหมือนหรือยิ่งกว่าญาติอย่างนี้..&lt;br /&gt;“น้องแป้งถอนใจทำไม?” ศรัณถาม หลังจากที่ต่างเงียบกันไปพักใหญ่&lt;br /&gt;“หนูถอนใจหรือคะ?” เด็กหญิงหันมาถาม&lt;br /&gt;ศรัณยักไหล่&lt;br /&gt;“ตื่นเต้นที่จะได้ไปเมืองนอกล่ะสิ” เขาแซว&lt;br /&gt;“ตอนนี้ไม่ค่อยตื่นเต้นแล้วค่ะ …หนูคิดว่าพอกลับมา บ้านเราก็ต้องไกลกัน”&lt;br /&gt;แม่หนูทำตาแดง ๆ &lt;br /&gt;“อ้าว..อย่าร้องไห้นะน้องแป้ง วันนี้ร้องไม่ได้เด็ดขาด ” เขาห้ามยกใหญ่&lt;br /&gt;“ทำไมคะ?”น้องแปลกใจเอียงหน้าถาม&lt;br /&gt;“ก็วันนี้วันแต่งงานของคุณแม่” เขาบอก&lt;br /&gt;“จะไกย เกยอะไรน้องแป้ง…ทำไมคิดมากเหมือนยายแก่..” เขาบ่น&lt;br /&gt;“ไปโรงเรียนก็เจอกัน”ปิงฟ้าบอก&lt;br /&gt;“เจอแต่พี่ปิง..”&lt;br /&gt;“โทรศัพท์ก็มีโทรคุยกันทุกวันยังได้ วันหยุดให้คุณน้าพามาเที่ยวก็ได้ ไม่เห็นจะมีปัญหาตรงไหนเลย เชียงใหม่ไม่กว้างเกินไปหรอกน้องแป้ง” เขาว่า&lt;br /&gt;“ความจริงหนูอยากอยู่อย่างเก่ามากกว่า”   &lt;br /&gt;“เรื่องบางเรื่องมันจำเป็น” ศรัณบอกน้อง&lt;br /&gt;“พี่สองคนกับพี่ใหญ่ก็อยู่ไกลกัน  โอ้โห… ไกลกว่าตั้งเยอะเลย”&lt;br /&gt;ปิงฟ้าหัวเราะในข้อเปรียบเทียบของน้องชาย&lt;br /&gt;“เพราะฉนั้นแค่ย้ายบ้านแค่เนี๊ยะ..”เขาทำเสียงให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องเล็กขี้ประติ๋ว&lt;br /&gt; น้องแป้งจึงหัวเราะคิก ๆ ออกมาแต่ก็อดพ้อไม่ได้อยู่ดี &lt;br /&gt;“พี่ปิงกับพี่ศรัณไม่เหงาหรอกค่ะ เพราะถึงยังไงก็ยังมีพี่เหมยอีกทั้งคน” &lt;br /&gt;เหมยไม่มาด้วยก็เพราะเธอกับครอบครัวไว้ทุกข์ยาวนานถึง1ปี ระยะไว้ทุกข์งดเว้นการออกงานมงคลทุกอย่าง  เมื่อพ่อของปิงฟ้าไม่อยู่และปิงฟ้ากับแม่และน้องต้องมางานอย่างนี้เหมยจึงกลับไปอยู่บ้านของเธอเสียหนึ่งคืน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1413630981646618663-3373166820163583469?l=vilunda.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vilunda.blogspot.com/feeds/3373166820163583469/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/51.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/3373166820163583469'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/3373166820163583469'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/51.html' title='ตอนที่ 51'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1413630981646618663.post-6116824218867747460</id><published>2009-05-19T23:55:00.001+07:00</published><updated>2009-05-19T23:57:15.638+07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 50</title><content type='html'>และเพื่อที่จะพบว่าคนที่เธอรักและต้องการจริง ๆนั้นไม่ได้รอเธออย่างที่บอกไว้  วิลันดาไม่เดียวดายอย่างที่คิด หากกลับมีใครอื่น..&lt;br /&gt;ความจริงหล่อนอันตราย..หาไม่แจ้คงไม่เตือน ทำไมปิงฟ้ารู้สึกเสียใจและรู้สึกย่อยยับถึงเพียงนี้… &lt;br /&gt;เธอสู้เดินฝ่าฝน ย่ำโคลนเข้ามา เธอได้พบวิลันดา ได้สวมกอดกันซาบซึ้ง อยู่ ๆทอมคนหนึ่งก็โผล่มา!!&lt;br /&gt;ฮือ..บ้าสิ้นดี ฉันมันบ้าไปแล้ว..ทั้งบ้าทั้งโง่งั่งอะไรอย่างนี้…ปิงฟ้ากรีดร้องและสะดุดล้มลง เธอซมซานลุกขึ้น ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ เห็นรถของวิลันดาตามมา… และเสียงแตรก็ดังขึ้น&lt;br /&gt;วิลันดาคนนี้..หล่อนเป็นแม่มดหรืออย่างไร? รักหล่อนทำไม? วิ่งมาหาหล่อนแล้วต้องวิ่งกลับ กระเซอะกระเซิงเหมือนคนบ้าคลั่ง  &lt;br /&gt;หล่อนตามมาทำไมกัน? ความรักของผู้หญิงคนนี้คืออะไร? ความรักของปิงฟ้าล่ะคืออะไร? แต่…จะอะไรหรืออย่างไรก็ช่าง แต่มันก็ทำให้เธอเสียใจเหลือเกินแล้ว…&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า…ปิงขา…หยุดก่อน ปิง…หยุดก่อนเถอะ” เสียงหล่อนตะโกนเรียกสลับเสียงแตรดังอยู่ท่ามกลางห่าฝนที่ซัดกระหน่ำ  &lt;br /&gt;ฟ้าร่วมร้องไห้ด้วยกันหรืออย่างไร?  ฮือ ๆ ฉันเป็นอะไร เป็นบ้าละมัง?  ชีวิตก่อนหน้านี้แสนสงบ แต่ตอนนี้แสนบัดซบ..แล้วต่อไปอีกล่ะ? ต่อไปจะเป็นอย่างไรอีกหรือ?&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า…อย่าหนี..ไม่นะ อย่าหนีคุณอีก..” วิลันดาบีบแตรเรียก ขับรถตาม ตะโกนเรียกตลอดเวลา แต่ปิงฟ้ายังคงวิ่งไปเรื่อย ๆหยาดน้ำตาของเธอมันไหลออกจากตาแล้วปลิวกระเซ็น..ไม่ร้องไห้มานานแค่ไหนแล้วปิงฟ้าจำไม่ได้ แล้วนี่ร้องทำไมกัน? ..&lt;br /&gt;วิลันดาตัดสินใจขับรถแซงขึ้นไปดักหน้าเอาไว้  ปิงฟ้ากลับวิ่งลงข้างทาง  ซอกซุนไปตามแปลงกุหลาบเหล่านั้นราวคนที่กำลังไร้สติ..&lt;br /&gt;“ปิงขา  ปิง ไม่นะ  ไม่..”&lt;br /&gt;วิลันดาตะโกนเรียก  หล่อนทิ้งรถไว้แล้วออกวิ่งตามอย่างสุดชีวิตเช่นกัน  ..อย่าหนีฉัน ได้โปรดเถอะ.. ฉันไม่มีวันยอม..&lt;br /&gt;ปิงฟ้าวิ่งย่ำเปะปะไปตามต้นกุหลาบอย่างเตลิดเปิดเปิง และหันมามองหล่อนเป็นระยะ หล่อนตามมาเหมือนคนบ้าอีกคนหนึ่ง ร้องเรียกชื่อปิงฟ้าเสียงลั่นอย่างโหยหวนเช่นกัน&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า…ปิงฟ้า …”&lt;br /&gt;“ไปให้พ้น!” ปิงฟ้าตะโกนไล่  ก้าวย่ำฝ่าไปในดงกุหลาบ ล้มลุกคลุกคลาน  ลุกขึ้นแล้วซุนซอนต่อไปด้วยความปวดร้าวและคลุ้มคลั่ง  &lt;br /&gt;มิไยที่หนามไหน่จะเกี่ยวเนื้อตัวหน้าตา ผมเผ้าของเธอกระเซอะกระเซิง  ปิงฟ้าไม่ไยดีอะไรอีกแล้ว..เธอได้แต่ถามตัวเองว่ามาที่นี่ทำไม?  แล้วเธอก็กรีดร้องสุดเสียงเมื่อวิลันดาโถมร่างเข้าหาเธอ  และสองคนก็ล้มกลิ้งก่ายกัน ทับต้นกุหลาบระเนระนาด  ต่างคนต่างถูกหนามแหลมเกี่ยวแทง&lt;br /&gt;“ไปให้พ้น!!”เธอยังตะโกนไล่และผลักไสดิ้นรณจะให้พ้นจากการเกาะกุม  วิลันดากอดไว้แน่นขณะเดียวกับที่ร้องไห้เสียจนตัวคลอน หล่อนส่ายหน้าไปมาดื้อดึงไม่ยอมปล่อย&lt;br /&gt;“ไม่..ไม่ปล่อย ..ไม่ปล่อย..ไม่มีวัน” หล่อนร้องเสียงสั่น ใบหน้าเหยเก&lt;br /&gt;“ไปให้พ้น”&lt;br /&gt;“ไม่”&lt;br /&gt; ปิงฟ้ายังผลักหล่อน พยามจะลุกขึ้นและไปเสียให้พ้น ปิงฟ้ารู้สึกว่าถูกทรยศอย่างรุนแรง!!! ถูกทำให้เสียใจ ผิดหวัง และมองเห็นหล่อนสกปรกโสมมมากรักมากมายา..หล่อนเป็นผู้หญิงตอหลดตอแหล.. ปิงฟ้าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้&lt;br /&gt;“ไม่..” หล่อนกอดเอาไว้แน่น แนบแก้มกับแก้มของปิงฟ้า&lt;br /&gt;“คุณรักปิง  คุณไม่ปล่อย..ไม่ยอม ไม่มีวันยอมได้ยินไหม?”&lt;br /&gt;คราวนี้ปิงฟ้าได้แต่ร้องไห้  วิลันดาก็ได้แต่ร้องไห้  สองคนร้องไห้และกอดกันไว้ด้วยเนื้อตัวที่เปียกปอนและเต็มไปด้วยบาดแผลจากหนามกุหลาบ&lt;br /&gt;น้ำฝนได้ชะเอาเลือดที่ซึมออกมาจากรอยเกี่ยว แต่สองคนก็เจ็บแสบ..&lt;br /&gt;ทว่า! ในท่ามกลางความเจ็บแสบนั้น ปิงฟ้าและวิลันดาต่างก็มีความสุข…&lt;br /&gt;“คุณไม่ยอม” หล่อนพึมพัม คลึงแก้มไปมา ใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางดูขาวซีดและเปียกปอนแทบมองหาความงามไม่ได้ แต่นี่ก็คือวิลันดาที่ปิงฟ้ารัก..&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า…คนที่เธอเห็นเป็นคนรักเก่าของคุณ เขากับผู้หญิงของเขา เขาแวะมาเยี่ยมคุณเท่านั้น..ปิงจ๋าคุณจะไม่ยอมให้ปิงหนีไปไหนอีกแล้ว..ปิงไม่รู้หรือว่าการรอคอยมันทรมานแค่ไหน?”&lt;br /&gt;ทำไมจะไม่รู้?  &lt;br /&gt;แปลกที่เธอเชื่อวิลันดาอย่างง่ายดาย  .. วิลันดาพาเธอออกจากสวมเข้าเวียงค์  สภาพของสองคนทำให้ป้าพิณแม่บ้านของหล่อนงุนงงและตกใจยิ่งนัก&lt;br /&gt;“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” หล่อนบอกแค่นั้น…&lt;br /&gt;“แล้วทำไมคุณสองคนถึงเปียกมอมแมมแล้วก็…มีแผลด้วย..ตายแล้ว ไปถูกข่วนมาจากไหนกันคะ”ป้าแกยั้งคำว่า หรือข่วนกัน..ทะเลาะกัน?แต่สองคนก็ถ้อยที ถ้อยอาศัยกันดีนี่นา&lt;br /&gt;วิลันดาคิดหาคำตอบไม่ได้ หล่อนจึงพาปิงฟ้าเลี่ยงเข้าห้อง แล้วอาบน้ำสระผมจนสะอาดดี บอกแม่บ้านซักเสื้อผ้าให้ปิงฟ้าแล้วหาเครื่องดื่มร้อน ๆเอาไว้รอท่า  ข้างนอกฝนยังตกแต่หัวใจสองดวงชุ่มชื่นสดใส  วิลันดารู้สึกเหมือนกลับเป็นเด็กสาวอีกหน หล่อนเป่าผมให้ปิงฟ้า คุยกันอย่างแจ่มใส แล้วดื่มชาร้อน ๆที่ควันขึ้นเป็นสายและมีกลิ่นหอมกรุ่น..&lt;br /&gt;“ปิงจะบอกที่บ้านว่าไงคะเนี่ยะ” หล่อนถาม วิตกแทนเพราะสำหรับหล่อน เมื่อตอบคำถามของแม่บ้านไม่ได้ก็แค่ไม่ตอบเท่านั้น &lt;br /&gt;“คะ?” &lt;br /&gt;ปิงฟ้าแต้มยาให้หล่อนอย่างใจเย็น&lt;br /&gt;“ก็บอกตามความจริงสิคะ”&lt;br /&gt;วิลันดาแหงนหน้ามอง สบตากันนิ่ง ๆคราวนี้ปิงฟ้ายิ้มพลางโคลงเคลงศีรษะไปมา&lt;br /&gt;“ก็ปิงล้มทับต้นกุหลาบ…”&lt;br /&gt;คราวนี้วิลันดาหัวเราะ..เบาใจได้ในวิธีการของปิงฟ้า หล่อนนึกถึงอุบัติเหตุประหลาดแต่ละหนของปิงฟ้า.. ตกจากอัฒจรรย์เชียร์เอย ทำถั่วต้มลวกมือเอย หรือแม้นแต่ที่ปิงฟ้าเคยเล่าให้ฟังว่าโดนมีดในอ่างล้างจานบาดมือ!&lt;br /&gt;ถ้าเธอจะล้มทับต้นกุหลาบมันก็ดูไม่ค่อยแปลก.. และเธอก็ไม่ได้โกหก..&lt;br /&gt;“คุณจะไปทำงานยังไงคะ?” &lt;br /&gt;วิลันดาทำหน้าร่าเริง..หน้าที่ไม่มีเครื่องสำอางแลดูโล่ง ๆเซียว ๆด้วยวัยของหล่อนไม่ผุดผาดสักเท่าใดแล้ว แต่ในสายตาของปิงฟ้า ๆมองว่าหล่อนสวยเสมอ &lt;br /&gt;นึกดีใจที่ได้พบหล่อน ดีใจที่ได้เห็นหล่อนทั้งในยามสวยและไม่สวย ดีใจที่ได้ใกล้ชิดและได้เปิดเผยความรู้สึกที่มีทั้งหมดต่อกัน &lt;br /&gt;วิลันดาลอบมองแม่บ้าน เมื่อลับตาแล้วหล่อนก็ยื่นจมูกเข้าชิดแก้มปิงฟ้าซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยปฏิบัติกับใคร แต่หนนี้หล่อนรู้สึกสนุกและมีความสุขที่จะได้ทำอะไรแบบนี้&lt;br /&gt;“ถ้าสภาพดูแย่มากก็ไม่ไปสิคะ-ลาหยุด..” หล่อนว่าด้วยกริยาน่ารัก&lt;br /&gt;“ปิง…” หล่อนเอื้อมมือมาบีบมือปิงฟ้าเบา ๆ &lt;br /&gt;“คุณหวังว่านี่จะเป็นความรักครั้งสุดท้ายของคุณ” &lt;br /&gt;ปิงฟ้าหันมามองหน้านั้น ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแต่ก็มีความหวังเช่นเดียวกันนั้น ว่านี่จะเป็นความรักครั้งเดียวของเธอ&lt;br /&gt;เสื้อผ้าปิงฟ้าถูกซักและอบจนแห้งดีในเวลาไม่นานเลย  ฝนยังไม่ซาเม็ดลงเมื่อเธอจะกลับออกไป&lt;br /&gt;“ท่าทางคุณคงจะเป็นไข้แล้วล่ะค่ะ” ปิงฟ้าคลำหน้าผากหล่อน&lt;br /&gt;“ห่วงตัวเองบ้างเถอะคนดี เดินเข้าบ้านต้องโดนฝนอีกนะคะ อยากไปส่งปิงจัง..ได้ไหมคะ?”&lt;br /&gt;“อย่าเลยค่ะ..คนดี” ปิงฟ้าล้อเลียนคำของหล่อน แล้วสองคนก็ยิ้มให้กัน  ความรักฉายฉานอยู่ในดวงตาของหญิงต่างวัยทั้งสองคน&lt;br /&gt;“คุณให้ยืมร่มแล้วไงคะ ปิงไม่เป็นไรหรอก ไปนะคะ” &lt;br /&gt;คำบอกลานั้นเต็มไปด้วยเยื่อใย..&lt;br /&gt;โอ้..สายใยใส ๆของหล่อน สายสัมพันธ์ที่มีจริง  ..&lt;br /&gt;วิลันดาเฝ้ามองคนที่หล่อนรักจนลับตา มีสายตาของแม่บ้านสูงวัยลอบมองดูอยู่อีกมุมหนึ่ง ป้าพิณถอนใจยาว.. ที่สุด นายก็มีคนรักเป็นหญิงอยู่นั่นเอง หากหนนี้ไม่ใช่ทอม ไม่ใช่หญิงที่คล้ายชาย  หรือเพียงแต่..ยังไม่ใช่ในตอนนี้!!&lt;br /&gt;  ..&lt;br /&gt;ปิงฟ้าทำให้คนที่บ้านแปลกใจในสิ่งที่ปรากฏตามเนื้อตัวของเธอ แต่สีหน้าเธอกลับสดชื่นยิ่งนัก&lt;br /&gt;“ปิง..” คุณนภางค์เดินวนดูลูกสาวอย่างฉงนใจ โชคดีที่ไม่เห็นปิงฟ้าในสภาพเปียกปอนมอมแมม  เท่าที่เห็นเพียงแต่ รอยแผลที่ถูกหนามเกี่ยวแทงมากมายตามใบหน้า คอ แขน มียาแต้มตามรอยทุกรอย แต่ริ้วรอยมันเต็มไปหมด เต็มจนตัวลาย..&lt;br /&gt;“ตายแล้ว..ไปทำอะไรมาลูก?” คำถามหลุดออกมาอย่างงุนงงเหลือเกิน  &lt;br /&gt;น้องแป้งและศรัณวิ่งกวดกันเข้ามาร้องทักปิงฟ้าว่า&lt;br /&gt;“กลับมาแล้วเหรอคะพี่ปิง  พี่ปิงขาวันนี้คุณแม่พาหนูไปลองชุด…ส..ว..ย..”&lt;br /&gt;น้องแป้งตั้งใจจะคุยถึงชุดสวยของเธอ  แต่เมื่อเห็นตัวพี่ปิงฟ้าของเธอชัดถนัดตา แม่หนูก็หยุดพูดเรื่องที่ตั้งใจไว้เสีย&lt;br /&gt;“นั่นอะไรคะ?” &lt;br /&gt;“อ้าว! เป็นอะไรฮ๊ะ” ศรัณเอ่ยถาม&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรโดนหนามเกี่ยวนิดหน่อย” ปิงฟ้าบอกเหมือนเป็นเรื่องนิดหน่อย  น้องแป้งอ้าปากหวอ .. คุณนภางค์ขมวดคิ้วนิ่วหน้า&lt;br /&gt;“นี่เหรอนิดหน่อย” น้องแป้งทำหน้าแหยง&lt;br /&gt;“ไปทำท่าไหนล่ะปิง” แม่ซักเอาความ&lt;br /&gt;“ทำอะไรกันแม่ลูก.. หอมกลิ่นขนมถ้วยฟูนะเหมยทำขนมถ้วยฟูหรือ?” พ่อเดินลงบันไดมา ในมือมีหนังสือเล่มโปรด&lt;br /&gt;“ทำไมเงียบไป” เขาถามอีก แต่ไม่มีใครตอบ ทุกคนกำลังมองปิงฟ้าเป็นจุดเดียว ปิงฟ้ายิ้มให้พ่อ แล้วคุณนพรัตน์ก็เห็นเนื้อตัวลูกสาว เขาไล่สายตาสำรวจ พบว่ามีริ้วรอยมากมายน่าตกใจ&lt;br /&gt;ปิงฟ้าบอกว่าเธอไปเยี่ยมวิลันดาที่สวน แล้วเดินชนต้นกุหลาบ..!&lt;br /&gt;ผู้เป็นแม่หลับตา นึกถึงภาพลูกสาวตามที่บอกง่าย ๆสั้น ๆ.. ศรัณถอนหายใจแล้วยิ้มออกมาแม้นว่าจะสงสารพี่สาวแค่ไหนก็ตามแต่เขาก็ขำ..&lt;br /&gt;“ทานขนมกันเถอะฮ๊ะ” เหมยเดินเข้ามาเรียก กลิ่นขนมหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน  ข้างนอกฝนตก ในบ้านมีขนมร้อน ๆหอม ๆท่าทางน่าอร่อยของเด็กเหมย&lt;br /&gt;“มีอะไรกันเหรอฮ๊ะ แล้วพี่ปิงเอาอะไรมาป้ายแก้มน่ะฮ๊ะ..อ้าว..เฮ้ย!!” แล้วเสียงเหมยก็เปลี่ยนเป็นตกใจ เธอวางถาดขนมแล้วปราดเข้ามาพลิกแขน พลิกมือปิงฟ้าสำรวจดูร่องรอยบาดเจ็บ  ปิงฟ้าได้แต่ยิ้ม&lt;br /&gt;“นี่ไปทำอะไรมาฮ๊ะ?”&lt;br /&gt;“พี่ปิงเขาเดินชนต้นกุหลาบ!” น้องแป้งบอก&lt;br /&gt;“หา!”เหมยอ้าปาก&lt;br /&gt;“อุบัติเหตุแต่ละอย่างของพี่ปิงเค้าประหลาด ๆอย่างงี้แหล่ะฮ๊ะพี่เหมย”   ศรัณบอก เขาอ่อนกว่าเหมยหนึ่งปี                 &lt;br /&gt;“เช่น..”&lt;br /&gt;“ตกจากอัฒจรรย์” น้องแป้งเสริมบท&lt;br /&gt;“ถั่วเขียวต้มลวกมือ” ศรัณสลับฉาก&lt;br /&gt;“แถมยังเคยถูกมีดในอ่างล้างจานบาดมือ!” เขาว่า&lt;br /&gt;น้องแป้งหลับตาปี๋  ศรัณยักไหล่ พ่อส่ายหน้าแล้วเอื้อมมือมาลูบหัวลูกสาว&lt;br /&gt;“จะเสียโฉมไหมนี่ลูกสาวพ่อ” เขากอดลูกเอาไว้&lt;br /&gt;“คงไม่หรอกค่ะ รอยไม่ลึก” แม่ออกความเห็น&lt;br /&gt;“ไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่ปิงจะ.. ค่อนข้างซุ่มซ่ามแบบนี้” &lt;br /&gt;ใครต่อใครพากันยิ้มในความเห็นที่เหมยวิจารณ์ออกมา&lt;br /&gt;เหมยเป็นเด็กมีเสน่ห์ เพราะมีอารมณ์ขัน และมีฝีมือในการทำอาหาร แถมยังช่างเอาอกเอาใจ ถึงแม้นว่าเหมยจะมีท่าทางเป็นทอม แต่เธอก็มีความสามารถที่จะเข้ากับใครต่อใครได้ง่ายดาย&lt;br /&gt;บรรยากาศของบ้านอบอุ่นไปด้วยความรักและห่วงใย เป็นบรรยากาศที่  ปิงฟ้ารู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดเป็นลูกบ้านนี้..&lt;br /&gt;“ปิงคงทำให้คุณวิลันดาเธอตกใจมากล่ะสิแบบนี้” แม่คาดเดา ห่วงไปถึง วิลันดาด้วย  &lt;br /&gt;ปิงฟ้าไม่ตอบอะไร เธอหันไปใส่ใจกับขนมเสีย&lt;br /&gt;พ่อของเธอมองด้วยสายตาห่วง ความห่วงของเขามันมากกว่าเรื่องความไม่รอบคอบหรือความซุ่มซ่ามของปิงฟ้า  ซึ่งมักทำให้เกิดอะไรแปลก ๆขึ้น เขาห่วงเรื่องความสนิทสนมของปิงฟ้ากับพวกม่อนคำหวานต่างหาก...&lt;br /&gt;แต่เขาจะมีเหตุผลใดยกมาห้ามปรามลูก ในเมื่อเขาไม่ต้องการให้ทั้งลูกและภรรยารับรู้เรื่องในอดีตของเขากับ “คนรักเก่า”.. เขาจึงได้แต่ห่วงใยอย่างนี้เท่านั้น..&lt;br /&gt;ตอนค่ำ ปิงฟ้าอาบน้ำเสร็จ เดินนุ่งผ้าขนหนูออกมาจากห้องน้ำหยุดยืนดูตัวเองอยู่หน้ากระจก เหมยเดินเข้ามาพร้อมขวดยาในมือ&lt;br /&gt;“คุณลุงให้เหมยเอายามาให้พี่ปิงฮ๊ะ”&lt;br /&gt;“ขอบใจ” ปิงฟ้าเอื้อมมือไปรับ&lt;br /&gt;“ให้เหมยทาให้ไหมฮ๊ะ” เหมยอาสา สายตานั้นกึ่งกล้า กึ่งกลัว ปิงฟ้ามองเห็นจากกระจก..เธอยื่นขวดยาคืนให้&lt;br /&gt;“พี่ปิงอย่าคิดมากนะฮ๊ะ”&lt;br /&gt;“เรื่องอะไร?”&lt;br /&gt;“ก็..”เหมยอิดออด แต่ก็เริ่มแต้มยาให้โดยใช้ก้านสำลีชุบยาแตะแต้มเบา ๆ&lt;br /&gt;“พี่ปิงคิดว่าการที่เหมยเป็นทอมอย่างนี้มันผิดไหมฮ๊ะ”เหมยระบายความรู้สึกของเธอออกมาเป็นคำถาม &lt;br /&gt;ปิงฟ้าถอนใจเบา ๆ&lt;br /&gt;“ไม่รู้สิ.. ถ้าพี่ว่าผิดเหมยจะเลิกเป็นหรือไง?”&lt;br /&gt;“ทำไมพี่ปิงไม่ด่า หรือตะเพิดเหมยไปเสียล่ะฮ๊ะ เหมยคิดว่าเหมยทำผิดต่อพี่.. คือเรื่องแบบนี้…ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ชอบหรือไม่เล่นด้วย มันก็จะกลายเป็นเรื่องผิด” สีหน้านั้นละอายใจ&lt;br /&gt;“พี่ว่าเหมยลืมมันเถอะ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่จนพี่ต้องโกรธเกลียดเหมย เอาเป็นว่าไม่ว่าเหมยจะเป็นอะไร พี่ก็คิดว่าเหมยเป็นน้อง..อย่าคิดมาก”&lt;br /&gt;“พี่ปิง”เหมยมองปิงฟ้าจากกระจกด้วยสายตาซาบซึ้ง แล้วเธอก็เปลี่ยนท่าทีเป็นสดใสเหมือนเดิม แต้มยาให้ปิงฟ้าจนทั่ว และบอกว่า&lt;br /&gt;“พี่ปิงไม่น่าเป็นคนเลินเล่อเลยนะฮ๊ะ ท่าทางไม่เหมือนคนที่จะเดินชนนั่นชนนี่ หรือ.. ร่วงลงมาจากอัฒจรรย์..” &lt;br /&gt;ปิงฟ้าหัวเราะเบา ๆ &lt;br /&gt;“เลินเล่อแปลว่าซุ่มซ่ามใช่ไหม?”&lt;br /&gt;“ก็คล้าย ๆ กันแหล่ะฮ๊ะ ใช้กับคนที่ไม่ค่อยเรียบร้อยน่ะฮ๊ะ  แปลกชมัด พี่ปิงดูเป็นคนเรียบร้อยออก”&lt;br /&gt;“ภาษาไทยมีมากมายจริง ๆ” ใบหน้านั้นยิ้มละไมอย่างมีความสุข&lt;br /&gt;“ยังมีอีกนะฮ๊ะ ไอ้คำที่มีความหมายในธรรมนองนี้.. มีเซ่อซ่าอีกคำ”..&lt;br /&gt;“ฟังคล้ายโง่นะ” ปิงฟ้าหัวเราะอีก&lt;br /&gt;“คำเมืองยังมีเซอะอีกนะฮ๊ะ เหมยเคยได้ยินเพื่อน ๆ มันว่ากันบ่อย”เหมยรู้สึกสนุกและรู้สึกเข้าใจในมิตรภาพระหว่างเธอกับปิงฟ้า เข้าใจว่ามันควรจะแค่ไหน และอย่างไร  &lt;br /&gt;และเธอกับปิงฟ้าต่างเกิดความสบายใจ ปลอดโปร่ง.. มิตรภาพอันดีงามกลับคืนมา มิตรภาพที่เหมือนผีเสื้อสีสวยตัวเล็ก ๆ…ที่เป็นความงามประดับโลกเราให้น่าอยู่…น่าพิสมัย&lt;br /&gt; ... &lt;br /&gt;วันต่อมาเป็นวันอาทิตย์ วิลันดาเป็นไข้ และปิงฟ้าเองก็เป็นไข้ต้องไปหาหมอ&lt;br /&gt;“ไปโดนอะไรมาเนี่ยะ?” หมอหนุ่มเอ่ยถามตามประสาของคนเป็นหมอ&lt;br /&gt;“หนามค่ะ” ปิงฟ้าตอบเรียบ ๆเธอมองเห็นหมอทำหน้าแปลกใจ&lt;br /&gt;“หนามเกี่ยว ..” เขาทวนคำตอบของเธอ&lt;br /&gt;“อืม …มันก็รอยหนามนั่นแหล่ะนะ แต่ไปทำท่าไหนถึงโดนเกี่ยวมากขนาดนี้?”&lt;br /&gt;เขาถามอีก มองเธอคล้ายกำลังประเมินว่าไม่น่าซน โตหรือก็โตจนจะเป็นสาวแล้ว ท่าทางก็ดูเรียบร้อยนิ่ง ๆดี ปิงฟ้าเฉยเสียแต่เธอก็ไม่ได้บูดบึ้ง&lt;br /&gt;“ก็.. แปลกใจ” คุณหมอว่าอย่างเกรงใจนิดหน่อย&lt;br /&gt;“เจ็บมากไหมครับ..คงเจ็บล่ะสิ มันระบมเลยเป็นไข้แต่ไม่เป็นไรนะคนไข้ดูสดชื่นดีนี่ทานไข่แล้วก็ดื่มนมนะครับ แล้วต้องทานยาให้ครบด้วยนะ..กลัวเข็มหรือเปล่า  เนี่ยะ? ฉีดยาซักเข็มดีกว่านะ”&lt;br /&gt;ปิงฟ้าอยากรู้ว่าวิลันดาเป็นอย่างไรบ้าง..สภาพของหล่อนก็คงพอกัน แต่ ปิงฟ้าห่วงหล่อนมากกว่าห่วงตัวเอง ความห่วงครั้งนี้มันเต็มที่ ไม่เหมือนคราวก่อน.. ที่หล่อนไม่สบายถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล  ปิงฟ้ารู้จากกัลยาแต่ความห่วงใยมันไม่พุ่งออกมาตรง ๆมันเหมือนเส้นหยัก เหมือนความรู้สึกมันไม่สุจริตอย่างไรพิกล  คิดแล้วปิงฟ้าเกลียดชังความรู้สึกในตอนนั้นเหลือเกิน..มันคงทำให้วิลันดาเสียใจมาก..&lt;br /&gt;ปิงฟ้าโทรศัพท์หาหล่อนทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1413630981646618663-6116824218867747460?l=vilunda.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vilunda.blogspot.com/feeds/6116824218867747460/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/50.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/6116824218867747460'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/6116824218867747460'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/50.html' title='ตอนที่ 50'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1413630981646618663.post-6522975016302506008</id><published>2009-05-19T23:51:00.001+07:00</published><updated>2009-05-19T23:55:02.140+07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 49</title><content type='html'>“รู้เรื่องไหม? ไม่รู้เรื่องหรอกรึ? เมื่อกี้ได้ยินสวัสดีกันอยู่นี่นา” เจ้าของร้านหัวเราะ แล้วเขาก็เปลี่ยนภาษาคุยกับเจ้าหนุ่มต่างชาติ แต่เจ้าหนุ่มก็ยังงุนงงปักหลักยืนทำท่าไม่เข้าใจอยู่อย่างนั้น เพราะที่ตรัยบอกนั้นมันดูวกวนยากที่จะเข้าใจได้ง่าย ๆ&lt;br /&gt;“คุณคิดค่าบริการก็ได้ ช่วยนำทางผมหน่อย” เขาบอกอย่างนี้แหล่ะ  ตรัยยักไหล่  หันมามองปิงฟ้า แจ้นั่งยิ้มนิด ๆ  &lt;br /&gt;“ฉันพาคุณไปเอง.. ไม่คิดเงิน” ปิงฟ้าว่าแล้วคืนกระดาษให้เขา เด็กหนุ่มผมทองทำตาลุกวาวน่ามอง  จมูกเขาโด่งพอสวย ปากสีสวยเหมือนผลไม้สุกที่สดใส&lt;br /&gt;ปิงฟ้านำเขาไปที่ร้านที่เขาต้องการ &lt;br /&gt;“คุณพูดภาษาอังกฤษได้ดี” เขาชม&lt;br /&gt;“ขอบคุณ” เธอเอ่ยพลางหมุนตัวกลับ&lt;br /&gt;“เดี๋ยวสิ.. ผมยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลยนะ .. ขอบคุณที่กรุณา”&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;“เดี๋ยว! ” เขาตามมาดักหน้าไว้อีก ท่าทางลิงโลดน่ารักเหมือนกระรอกกระแตตัวโต ๆ มีขนสีทองเงางาม&lt;br /&gt;“ผมชื่อเดวิด” เขาแนะนำตัวเอง  &lt;br /&gt;มีอะไรบางอย่างเหมือนดาวนับล้าน ๆ ดวงเต้นระยิบระยับอยู่ในดวงตาสีสวยของเขา  ซึ่งดูเหมือนว่าขณะนี้เขาไม่เห็นสิ่งอื่นใดนอกเหนือไปจากใบหน้าของปิงฟ้าเท่านั้น..&lt;br /&gt;“ฉันปิงฟ้า..”&lt;br /&gt;“พิง-ฟา..” เขาพยามเรียก ปิงฟ้าหัวเราะแล้วเขาก็ยักไหล่&lt;br /&gt;“เรียกยากนะ เรียกพิ้งได้ไหม  มันดูง่ายกว่า” เขาต่อรองน่าเอ็นดู รอยยิ้มของเขา ดวงตาของเขา และท่าทางของเขาอีก..มันแสดงออกมาหมดราวกับพระเอกวัยรุ่นที่แสดงได้เก่งกาจ&lt;br /&gt;และกำลังแสดงบทตกหลุมรักนางเอกอย่างปุบปับยังไงก็อย่างงั้น .. เธอรู้สึกได้.. แต่เธอแค่รู้สึกยินดี.. แค่รู้สึกดี.. รู้สึกแปลกใหม่.. แต่แล้วเธอก็คิดถึงวิลันดาอีกแล้ว..เธอไม่สามารถห้ามไม่ให้คิดถึง..&lt;br /&gt;“แล้วแต่คุณเถอะ” ปิงฟ้ายิ้มให้เขา&lt;br /&gt;“ผมจะอยู่เชียงใหม่อีก15วัน.. ผมจะพบคุณอีกได้ไหม?” เขาว่า&lt;br /&gt;คราวนี้ปิงฟ้านิ่งคิด … เพื่อนชาย?.. &lt;br /&gt;“ฉันทำงานที่ร้านนั้นตอนเย็นถึงค่ำวันธรรมดา กับตอนกลางวันของวันหยุด” เธอบอก&lt;br /&gt;“ผมจะมาพบคุณอีก” ดวงตาสีครามของเขาวาววาม ปิงฟ้าเดินจากมาพร้อมรอยยิ้ม.. นี่ถ้าเพื่อน ๆ ที่มีเพื่อนชายแล้วทั้งหลายมาเห็นเด็กหนุ่มหล่อผมทองตาสีครามสวยคนนี้เข้า คงพากันอิจฉาที่เขาทำท่าอย่างนี้ ทำตาอย่างนี้ใส่เธอ..&lt;br /&gt;มันน่าตื่นเต้นเหมือนกัน มันทำให้เธอยิ้ม และทำให้เธอถูกตรัยแซว..&lt;br /&gt;“ส่งถึงที่หรือเปล่าสาวจี๋?”&lt;br /&gt;ปิงฟ้าหัวเราะแล้วหันไปเห็นรอยยิ้มเหมือนโล่งใจของแจ้เข้า.. เธอยิ้มให้แจ้ด้วย และเธอคิดว่าตัวเธอคงหน้าแดง..&lt;br /&gt;“เขาไปซื้ออะไรที่ร้านนั้นล่ะ?” ตรัยถาม&lt;br /&gt;“ไม่รู้ค่ะ”&lt;br /&gt;“อ้าว.. ไม่ถามอะไรเลยเรอะ” รงค์เอ่ยถามเสียงหลง น้ำเสียงนั้นตั้งใจหยอกเย้าเต็มที่&lt;br /&gt;“เปล่าค่ะ”&lt;br /&gt;“ไม่เป็นเลย..”รงค์บ่นพลางส่ายหน้าไปมา&lt;br /&gt;“ไม่เป็นอะไรรงค์ ?” แจ้หันไปถาม&lt;br /&gt; “ไม่เป็นแม่รีแม่แร่ดเหรอ?”เธอถามต่อด้วยหน้าตาเฉย&lt;br /&gt;“แหม..” รงค์ค้อนพลางขมวดคิ้ว&lt;br /&gt;“พี่แจ้..”เขาลากเสียงเสียยาว..&lt;br /&gt;“เป็นผู้หญิง.. แร่ดมั่งเล็กๆน้อย ๆจะเป็นไร..” เขาว่าเข้านั่น&lt;br /&gt;“ฮึ!”แจ้แค่นหัวเราะ&lt;br /&gt;“พอเห็นบ่าวหล่อเอาสวิงช้อนเสีย..”แจ้ว่าแกมประชด  แล้วเสียงหัวเราะก็ครืนขึ้น&lt;br /&gt;“แต่หล่อมากนะนั่น..ได้ลูกกับพ่อพันธุ์หล่อๆแบบนี้ คลอดออกมาสองเดือนไปเป็นดาราได้เลย”รงค์ว่าอย่างคนคิดไปไกลหากค่อนข้างเพ้อเจ้อและบ้าบอ&lt;br /&gt;“กะเอารวยล่ะนะ”ตรัยหัวเราะหึ ๆ&lt;br /&gt;“คนเพิ่งพบกันนะไอ้รงค์มึงว่าไปถึงมีลูกมีเต้า”&lt;br /&gt;“อ้าว..นี่แหล่ะเขาเรียกมีวิสัยทัศน์” รงค์หัวเราะสนุก&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;แล้ววันต่อมาเด็กหนุ่มเดวิดก็โผล่มาให้ปิงฟ้าถูกแซวหนักกว่าเดิมเข้าไปอีก  เพราะเขาเข้ามาคุยด้วย และขอนัดปิงฟ้าไปเที่ยวเสีย..&lt;br /&gt;เมื่อเขาไปแล้วรงค์จึงว่า&lt;br /&gt;“อย่างงี้สมควรที่เราจะหวงไหมเนี่ยะ?” สีหน้าเขาครุ่นคิด&lt;br /&gt;“หวงหน่อยก็ดี”ตรัยบอก&lt;br /&gt;แต่แม้นหวง เดวิดก็มาทุกเย็น มานั่งคุยด้วย  ทุกคนก็ฟังเขาเพลิด ชนิดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง และทำงานไปด้วย แถมมีอะไรก็ชวนเขากินด้วย&lt;br /&gt;เดวิดก็น่ารัก เขาเล่าเรื่องของเขาให้ฟังว่าเขาเพิ่งจบชั้นไฮสครู ตัวเขาอยากเรียนดนตรี แต่พ่อแม่อยากให้เขาเรียนหมอ เขาอยู่ในระหว่างการตัดสินใจ&lt;br /&gt;เขามีญาติที่เคยมาเมืองไทยในโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม  ญาติคนนั้นเล่าให้เขาฟังถึงเมืองเชียงใหม่ ทำให้เขาอยากมาเห็นด้วยตา เขาจึงบินมาเที่ยวเสียก่อน ๆ ที่จะคิดตัดสินใจว่าตัวเองควรจะเลือกทางไหน&lt;br /&gt;“คุณคิดว่าผมควรเลือกอะไร?” เขาถามปิงฟ้า &lt;br /&gt;“คำถามของคุณเหมือนไม่ใช่คนอเมริกัน”เธอยิ้ม&lt;br /&gt;“คนอเมริกันในความคิดของคุณเป็นอย่างไรหรือปิงฟ้า?”เขาจ้องตาพลางยิ้มละไม&lt;br /&gt;“มีอิสระทางความคิด”เธอว่า&lt;br /&gt;เขายักไหล่&lt;br /&gt;“ผมอยากเป็นนักดนตรี” เขาว่าแล้วทำหน้าย่น&lt;br /&gt;“แต่อนาคตทางดนตรีเต็มไปด้วยการแข่งขัน.. ผมว่าพ่อผมคิดถูก แต่.. ผมอยากลองใช้ชีวิตโลดโผน..”เขาหัวเราะแล้วส่ายหน้า&lt;br /&gt;“ฉันช่วยคุณคิดไม่ได้หรอกคุณต้องคิดเองเพราะมันเป็นชีวิตของคุณนี่คะ” &lt;br /&gt;“เป็นหมอก็เล่นดนตรีได้นี่เดวิด” ตรัยออกความเห็น&lt;br /&gt;“บ้านเราหมอเป็นโฆษกก็มี หมอร้องเพลงก็มี..เป็นสส.ก็เยอะ”เขาว่า เดวิดทำตาโตอย่างแปลกใจ&lt;br /&gt;“จริงหรือครับ? เก่งจริง.. ผมไม่สามารถเรียนหมอพร้อม ๆกับเรียนดนตรี..” เขายักไหล่คราวนี้ตรัยขมวดคิ้ว&lt;br /&gt; “เออเว้ย..พวกฝรั่งเขาจะเป็นนักดนตรีเขาต้องเรียนเป็นเรื่องเป็นราว…เขาไม่สวมหมวกหลายใบ..”เขาพึมพัมเป็นภาษาไทยพลางพยักหน้าหงึกหงัก&lt;br /&gt;“อะไรเหรอพี่ตรัย?” รงค์สะกิดถาม&lt;br /&gt;“พี่ว่าบ้านเราเป็นหมอก็เป็นโฆษก เป็นดาราเป็นนักร้องได้ เป็น สส. ก็มี” เขาพากษ์ไทยอีกรอบ&lt;br /&gt;“เจ้าเดวิดเขาคิดไม่ตกว่าเขาจะเรียนอะไรดี เขาชอบอยากเป็นนักดนตรี ข้างพ่ออยากให้เขาเป็นหมอ”&lt;br /&gt;“อ๋อ…” รงค์พยักหน้ารับรู้&lt;br /&gt;“เป็นนักดนตรีมีสิทธิ์ดังเหมือนกันนะ หล่อลาก..อย่างนี้” รงค์ว่า&lt;br /&gt;“อยากเป็นอะไรก็เป็น” แจ้ว่า หน้าตาเธอเฉยเมยอย่างเคย&lt;br /&gt; เดวิดมาหาปิงฟ้าแทบทุกวัน..จนกระทั่ง&lt;br /&gt;“พิ้ง…พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของผมแล้วนะ” เขาเอ่ยแก่ปิงฟ้าพลางทำตาปรอย  ใครต่อใครพากันมองหน้ากัน..เออหนอ  เวลามันช่างรวดเร็ว พ่อหนุ่มผมทองคนนี้มาสุงสิงอยู่ด้วยระยะหนึ่ง พอรู้ว่าเขาจะไปแล้วก็ดูว่าน่าอาลัย&lt;br /&gt;ดวงตาของเขาทอดมองเด็กสาวปิงฟ้า ผู้สวมชุดนักเรียนมัธยมปลายด้วยแววละห้อย&lt;br /&gt;“ฉันอยากไปเที่ยวกับเธอ เพื่อเก็บเป็นภาพแห่งความทรงจำครั้งหนึ่งของชีวิต.. ได้ไหมพิ้ง  พรีท..” ดวงตาสีครามใสสวย.. สีหน้าวิงวอนของเขาด้วย.. ทุกคนที่นั่นนิ่งเงียบ  ต่างรอคอยคำตอบจากเด็กสาววัยแรกแย้ม..&lt;br /&gt;ปิงฟ้ายังเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลาย  สวมเครื่องแบบนั่งประคองกระดานวาดรูป หากเดวิดเป็นเด็กไทย ๆ เป็นนักเรียนชายหัวดำ ๆ หรือเป็นหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยปีต้น ๆคงมองเห็นเป็นเรื่องน่าเกลียด ที่เที่ยวได้มานั่งเว้าวอนขอนัดเด็กสาวนักเรียนอยู่ในท่ามกลางผู้ใหญ่อย่างนี้&lt;br /&gt;แต่เนี่องจากเดวิดเป็นชาวต่างชาติ  ต่างทั้งภาษาและวัฒนธรรม  เขาไม่รู้หรอกว่าเรื่องแบบนี้คนไทยไม่ชักชวนกันเปิดเผยอย่างนี้  เขาเป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นมาจากทิศตะวันตก ที่นั่นผู้คนแสดงถึงความต้องการของตนอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาได้มากกว่าผู้คนซีกนี้&lt;br /&gt;ปิงฟ้านิ่งคิดอยู่นานกว่าเธอจะหันไปทางตรัย  เขาทำเป็นไม่สนเธอกับเพื่อนชายผมทอง.. เดวิดเป็นเสมือนปลาตัวสวยมาจากทะเลไกล พลัดมาติดตาข่ายใยเสน่ห์ของสาวน้อยปิงฟ้า  คนที่เป็นเหมือนน้องสาวของเขา&lt;br /&gt;ห่วงหรือ? .. เขาห่วง หวงอยู่เหมือนกันนะ แต่เขาก็ออกจะเห็นใจพ่อหนุ่มฝรั่งที่นั่งทอดสายตาวิงวอนอันแสนอ่อนหวาน เขาเคยเป็นอย่างนี้เหมือนกันแหล่ะ เจ้าหนุ่มต่างชาติคนนี้ทำให้ตรัยมองเห็นตัวเองในวัยน้อย&lt;br /&gt;“พรุ่งนี้ปิงลางานนะคะพี่ตรัย” เธอเอ่ยกับตรัย เดวิดจึงยังไม่รู้เรื่อง และสีหน้าเธอก็เฉย ๆ เรียบ ๆ ตรัยทำท่างง  เขารู้สึกว่าไม่รู้ว่าจะตีสีหน้าอย่างไร หน้าเขาจึงดูแปลก ๆ ประดักประเดิกพิกล&lt;br /&gt;เขามองรงค์แล้วก็ขมวดคิ้ว  ส่วนแจ้นั้นอมยิ้มนิด ๆ แต่นงนุชแฟนสาวของแจ้ที่นั่งอยู่ด้วยใกล้ ๆ ตีหน้าเฉยที่สุด แต่หน้าที่เฉยกว่าปรกติอย่างนี้ก็บอกให้รู้ว่าเธอเก็บอะไรบางอย่างไว้ข้างใน..&lt;br /&gt;“เที่ยวให้สนุกนะปิง” แจ้บอกเบา ๆ &lt;br /&gt;“ค่ะ”ปิงฟ้าพยักหน้า&lt;br /&gt;เดวิดมองคนนั้นที คนนี้อีกที และมองปิงฟ้าสาวน้อยด้วยสายตาที่มีคำถาม&lt;br /&gt;“ตกลง”เธอบอกเขาพลางยิ้มให้&lt;br /&gt;เท่านั้นเอง เธอและใครทุกคนก็ได้เห็นเดวิดเด็กหนุ่มผมทองลุกขึ้นมา กระโดดโลดเต้นด้วยความยินดียิ่งนักและร้องอุทานออกมาว่า&lt;br /&gt;“วิเศษณ์!!!” ดวงตาเขาพราวด้วยความฝันอันบรรเจิด  เธอและเขานัดหมายกันมั่นเหมาะ แล้วเดวิดก็ลากลับเกรทเฮ้าท์ที่พัก &lt;br /&gt;“เดทแรกใช่ไหมเนี่ยะ?” ตรัยเปรยคำถามลอยลม ไม่กล้ามองปิงฟ้าด้วยเกรงว่าจะทำให้เธออาย หรือที่แท้เขาอายแทนเธอก็อาจใช่  ปิงฟ้ายิ้มและตอบคำถามเขาแบบลอย ๆเช่นกันว่า&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;คราวนี้ตรัยหันมามอง.. ถ้าปิงฟ้าเป็นน้องสาวเขา เขาคงแย้ง เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้ชายไทย คิดอย่างชายไทยธรรมดา ๆคนหนึ่ง ที่มีหน้าที่ดูแลน้องสาว  ถ้าน้องจะคบใครสักคนน่าที่เขาจะต้องรู้สึกเห็นดีเห็นงามด้วย และเขาน่าจะได้รู้จักผู้ชายคนนั้นให้ดีกว่านี้ นานกว่านี้ และน่าจะต้องรู้สึกว่าไว้ใจได้แน่และ…อะไรต่ออะไรอีกสารพัดสารพัน&lt;br /&gt;แต่สาวน้อยคนนี้ไม่ใช่น้องสาวจริง ๆ และพ่อหนุ่มคนนั้นก็เป็นฝรั่ง  การรู้จักกันของคนสองคนก็แสนสั้น จริงอยู่เขาอาจชอบเดวิด เพราะเป็นเด็กหนุ่มอัธยาศัยดี ช่างพูดช่างคุย เข้าใจผูกมิตร &lt;br /&gt;แต่ยังไงเขาก็ห่วง ๆ หวง ๆ เขาเหมือนเห็นลูกหมาหยอกเล่นกันอยู่ เขาห่วง กลัว และกังวลอะไรไม่รู้&lt;br /&gt;“ทำใจลำบากหรือไงพี่ชาย?” แจ้ถามเบา ๆ แต่ตรงใจเขาเป๊ะทีเดียว.. เออนะ.. ทำใจลำบากนั่นล่ะที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้  ตรัยได้รู้จักตัวเองมากขึ้นอีกนิดว่า ต่อไปถ้าเขามีลูกสาว เขาต้องเป็นพ่อที่หวงลูกมากทีเดียว  &lt;br /&gt;แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เสีย ปิงฟ้าเองก็หาได้สนใจท่าทีของใครสักเท่าใด เธอทำงานของเธอต่อไปเงียบ ๆ เธอไม่ได้คิดถึงวันพรุ่งนี้กับการที่จะออกไปเที่ยวกับเดวิด แต่เธอกลับคิดถึงผู้หญิงที่นั่งทำงานอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลหน้าปากซอย.. &lt;br /&gt; ..&lt;br /&gt;เธอรู้สึกดีที่รู้จักชอบเดวิด และอยากพาเขาไปเที่ยว  อย่างน้อยก็ทำให้เธอรู้ว่าเธอไม่ใช่คนที่แปลกกว่าใคร เธอมีเพื่อนผู้ชายได้และชอบเขา..มากพอที่จะไปเที่ยวกับเขา.. เธอมองเห็นความน่ารักของผู้ชายคนนี้ มองเห็นว่าผมเขาสวย หน้าตาเขาน่ามองเพลิน ปากก็สวย ตายิ่งสวยซึ้ง ท่าทางหรือก็น่ามองนัก และ… เขาทำให้เธอรู้สึกดีต่อตัวเอง &lt;br /&gt;แต่เธอยังคงคิดถึงวิลันดา และภาพเดิม ๆก็ยังอยู่ มันยังไม่เคลื่อนหรือเลือนหายไปไหน มันเหมือนหนังที่ฉายอยู่ ฉายย้อนไปย้อนมาในความทรงจำของเธอ แต่ก็มีหนังเรื่องใหม่ฉายซ้อนเข้ามา…มีหนุ่มผมทองตาซึ้งเป็นตัวเอกของเรื่อง..&lt;br /&gt;แล้วคืนนั้นเองที่ปิงฟ้าฝัน..เธอฝันเห็นวิลันดา เธอรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างมันตกตะกอนแปรเป็นความฝันครั้งนี้ อาจเป็นความคิดถึงก็ได้ เธอคงเก็บมันเอาไว้เยอะ มันเต็ม และที่สุดก็ล้นหลั่ง มันเป็นจินตนาการหรือจิตใต้สำนึกลึก ๆ …&lt;br /&gt;เธอและวิลันดานั่งด้วยกันที่ซุ้มไม้สีขาว ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีม่วงอ่อนๆที่พลิ้วไหวด้วยต้องสายลม แลดูเหมือนคลื่นดอกไม้สีม่วงไสว ๆสวยงามและอ่อนโยน  วิลันดาสวมชุดยาวสีม่วงเข้มที่กรุยกราย  ปล่อยเส้นผมสยายเป็นอิสระที่พลิ้วพัดไปตามลม ปิงฟ้าอยู่ในชุดอย่างเดียวกันสีเทาอ่อน ๆ สองคนนั่งฟังดนตรีที่บรรเลงแผ่ว ๆแว่วมากับสายลม  …&lt;br /&gt;เป็นเสียงดนตรีไพเราะเพราะพริ้ง..แต่มีเสียงที่เพราะกว่าพลิ้วออกมาจากริมฝีปากที่เหมือนกลีบดอกไม้…ปิงฟ้า..ฉันรักเธอ ..ฉันรอเธออยู่…ฉันรักเธอ..&lt;br /&gt;แต่แล้วภาพทั้งหมดก็ดับวูบหายไป ทุกสิ่งมืดมิด …แล้วปิงฟ้าก็พบตัวเองสวมชุดนอนสีขาววิ่งอยู่บนถนนกรวดที่แสนจะขรุขระ  ถนนนั้นมืด และทุกอย่างก็ช่างน่ากลัว… เธอวิ่ง…วิ่ง..และวิ่งไปข้างหน้า…&lt;br /&gt;มีแสงลิบ ๆมองเห็นยู่เบื้องหน้าไกลแสนไกล …ปิงฟ้าเหนื่อยเหลือเกิน… กลัวเหลือเกิน ..และเธอก็รู้สึกเจ็บปวดฝ่าเท้า และรู้สึกเศร้าใจหดหู่ ….. &lt;br /&gt;แต่เธอก็ยังคงวิ่งไปเรื่อย ๆเส้นผมของเธอปลิวสยายไปเบื้องหลัง  ..&lt;br /&gt;เธอสะดุดหกล้มและกลิ้งไป…เธอกัดฟันลุกขึ้นมาได้ แล้วเริ่มต้นวิ่งต่อไป.. หกล้มอีก…ลุก…และวิ่งต่อไปอีก..แล้วเธอก็หกล้มลงอีก เธอรู้สึกว่าเธอมีเลือดไหลตามแขนขา ฝ่าเท้า และข้อศอก..แต่เธอก็พยุงร่างลุกขึ้นกระเซอะกระเซิงวิ่งต่อไป…&lt;br /&gt;แสงสว่างใกล้เข้ามา…เธอค่อยรู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ กำลังใจเอ่อ…ไม่นานนักเธอจะหลุดพ้นจากถนนมืด ๆที่ขรุขระนี้..เท้าสองข้างจะพาเธอเข้าสู่เขตุแดนอันสว่างไสวและน่ายินดี …ขอเพียงเธอจงอดทน..&lt;br /&gt;ปิงฟ้าเหนื่อยสุดชีวิต แต่เธอก็กัดฟันวิ่ง … หกล้ม และลุกขึ้น เธอมีบาดแผลมากมาย  เลือดคงไหลย้อยแต่เธอไม่มีวันยอมเสียเวลาหยุดดูมันสักนิด แสงสว่างใกล้เข้ามาเรื่อย ๆแล้ว..แสงนั้นสว่าง…สว่าง…แล้วสว่างโร่…&lt;br /&gt;และดูเหมือนคราวนี้มันกลับเป็นฝ่ายเคลื่อนเข้าหาเธอ จนกระทั่งทุกสิ่งทุก อย่างสว่างโพลงขาวจ้าไปหมด มันเจิดจ้าเสียจนทำให้เธอมึนงง…และล้มลงไป…&lt;br /&gt;ปิงฟ้าเห็นใบหน้าของหนุ่มเดวิดลอยเด่นอยู่ในดวงสว่างที่จ้าตานั้น…ดวงตาสีครามของเขาช่างสวยงาม .. แต่แล้วมันค่อยเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้วก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ…จนกระทั่งกลายเป็นดวงอาทิตย์สองดวงสว่างขาวจ้า…และทำให้เธอมองไม่เห็นอะไรอีกเลย &lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;ปิงฟ้าตกใจตื่นเหงื่อพราวไปทั่วหน้า เหนื่อยแทบขาดใจ เห็นเด็กเหมยนั่งมองเธออยู่ข้างเตียง&lt;br /&gt;“พี่ปิงฝันร้ายหรือฮ๊ะ?”&lt;br /&gt;ปิงฟ้าพยักหน้ารู้สึกตัวชื้นไปด้วยเหงื่อแม้นจะอยู่ในห้องปรับอากาศ  &lt;br /&gt;“ฝันอะไรฮ๊ะะ? เหมยเห็นพี่ปิงหอบใหญ่เลย”เหมยบอก&lt;br /&gt;“ฝันว่าวิ่ง..”ปิงฟ้ายังเหนื่อย&lt;br /&gt; “มิน่าล่ะฮ๊ะถึงเหนื่อยหอบอย่างนี้..”&lt;br /&gt;“ไปนอนเถอะเหมย พี่ขอโทษนะคะที่ทำให้ตื่น”&lt;br /&gt;“ขอโทษทำไมฮะ เหมยคิดว่าพี่ปิงไม่สบายหรือเป็นอะไรไปเสียอีก”&lt;br /&gt;“… ขอบใจ” เธอยิ้มให้&lt;br /&gt;“พี่ไม่ได้เป็นอะไร แค่เหนื่อยเท่านั้นเอง”&lt;br /&gt;จวนสว่างแล้ว ปิงฟ้าไล่เหมยกลับไปนอนที่เตียง ส่วนตัวเองลุกไปอาบน้ำแล้วออกไปวาดรูปที่ห้องทำงานของเธอที่พ่อทำให้สำหรับวาดรูปและเก็บรูปภาพต่าง ๆที่เธอวาดไว้&lt;br /&gt; ที่ห้องนั้น…เธอเปิดเพลงเบา ๆนั่งแต้มสีบนภาพที่ทำค้างเอาไว้…กระทั่งแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้าอยู่ต่อหน้าต่อตา…และเธอคิดถึงบรรยากาศที่กระท่อมวิลันดาอย่างเหลือเกิน…ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ?&lt;br /&gt;...ปิงฟ้านั่งรถเมล์หน้าโรงเรียนอนุบาลวิลันดาตามเคย วันนี้วันหยุดเธอไม่ไปทำงานที่ไซน์บาร์ซาร์  แต่นั่งรถเมล์ที่ป้ายนี้เพื่อไปพบเพื่อนชายชาวต่างชาติ.. เธอจะไปเที่ยวกับเขา ..เธอรู้สึกว่านี่คือเรื่องราวแห่งชีวิตจริงปรกติ ซึ่งมันน่าจะดำเนินไปอย่างนี้&lt;br /&gt;เธอเป็นผู้หญิง..ผู้หญิงก็ต้องมีเพื่อนชาย..ต่อมาก็ต้องมีคนรัก..คู่หมั้น คู่สมรส  มีลูกมีหลานสืบสายเลือดต่อกันไป .. มันเป็นวัฎจักรแห่งชีวิตธรรมดา  มันเป็นอย่างนี้แหล่ะ  เป็นมานานแสนนานแล้วไม่แปลกอะไร..&lt;br /&gt;แต่ปิงฟ้ากลับรู้สึกเศร้าซึม ทั้งที่เธอน่าจะสดชื่นและตื่นเต้น เธอจะเที่ยวกับเพื่อนชายที่เธอชอบเขามากพอที่จะไปเที่ยวกับเขา เธอชื่นชมเขา.. และเขาก็ชอบเธอมากมายจนออกนอกหน้าอย่างนั้น แต่ว่าเธอไม่ตื่นเต้นเลย  &lt;br /&gt;เมื่อพบกันเดวิดชมว่าเธอสวย ปิงฟ้าแต่งตัวธรรมดาด้วยเสื้อยืดสีฟ้าใสที่ได้รับเป็นของฝากจากฮ่องกง และกางเกงยีนส์ สวมรองเท้าผ้าใบ รวบผมถักเปียเดี่ยวง่าย ๆ&lt;br /&gt;เธอพาเขานั่งรถโดยสารขึ้นดอยสุเทพฯ …&lt;br /&gt;“ความจริงผมขึ้นมาหนหนึ่งแล้ว แต่ว่ามากับคุณ อะไร ๆกลับสวยกว่าตอนมาหนแรกตั้งเยอะ..จริง ๆนะพิ้ง” เขาว่าหวาน ๆ ตามประสาเด็กหนุ่มที่ใกล้ชิดกับเด็กสาวที่เขาชอบเป็นพิเศษ&lt;br /&gt;ส่วนปิงฟ้าไม่รู้สึกว่าอยากพูดจาหวาน ๆอย่างนี้กับเขาเลย ไม่ใช่เพราะเธอเป็นหญิงจึงต้องสงวนท่าที แต่เพราะเธอไม่มีอะไรหวาน ๆในใจกับเขาต่างหาก &lt;br /&gt;เธอรู้สึกว่าบางทีเธออาจยังใหม่มาก ยังไม่ชินกับการมีเพื่อนชายอย่างนี้  แต่ถ้อยคำคล้ายกันอย่างนี้เธอก็เคยได้รับมาบ้างจากพี่ชายของเพื่อนบางคน  &lt;br /&gt;ปิงฟ้าคิดไปว่าเพื่อน ๆของเธอจะพูดจากับเพื่อนชายของพวกตนอย่างไรกันนะ?..&lt;br /&gt;“คุณน่าจะบอกฉันก่อน จะได้ไปที่อื่นไม่ต้องขึ้นมาบนนี้”&lt;br /&gt;“ผมไปเที่ยวมาหมดแล้วล่ะ ดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์ น้ำตกแม่สา น้ำพุร้อนสันกำแพง ถ้ำเชียงดาว ไปถึงแม่สายเชียงรายนะ”&lt;br /&gt;“งั้นลงจากที่นี่ฉันจะพาคุณหาอะไรกินกันในเมืองก็แล้วกัน แล้วเดินดูวัดกันก็ได้”เธอว่า&lt;br /&gt;“โอ เค.” &lt;br /&gt;“แต่ฉันคงอธิบายให้คุณเข้าใจอย่างละเอียดไม่ได้หรอกนะคะ ฉันไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับเรื่องวัด อย่างเช่นประวัติความเป็นมาต่าง ๆหรือพวกงานจิตรกรรมฝาผนัง  ฉันแค่เคยเห็นวัดเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมที่แปลกตาน่าสนใจเท่านั้น”&lt;br /&gt;“ใกล้เกรทเฮ้าท์ที่ผมพักอยู่ก็มีวัดแปลก ที่แตกต่างจากวัดอื่น ๆที่เคยเห็นทั่วไปในเมืองนี้” เขาบอกว่าเขาพักอยู่แถววัดกู่เต้า  วัดที่มีสิ่งก่อสร้างแปลกตาดั่งว่า เธอพยักหน้ารับรู้….&lt;br /&gt;“พิ้ง…”&lt;br /&gt;เขาเรียก&lt;br /&gt;“ทำไมผู้หญิงเอเชียมักจะเป็นคนเงียบ ๆ?” เขาถามแล้วจ้องมองเธอด้วยดวงตาคู่สวย&lt;br /&gt;“ดูเหมือนมีมนต์ขลังอะไรบางอย่างอยู่ในผู้หญิงเอเชียที่มีผมสีดำ มีตาสีดำ…โดยเฉพาะคุณ” นี่คือที่เขารู้สึก&lt;br /&gt;“คุณคิดอย่างนั้นหรือคะ?” เธอยิ้มให้เขา&lt;br /&gt;“โลกสองซีกที่มีความต่างกันมากอาจทำคุณคิดอย่างนั้นก็ได้”เธอว่า&lt;br /&gt;“แต่ความจริงเราก็เป็นคนธรรมดาฉัน…ไม่รู้จักมนต์ขลังหรอกค่ะมัน…ไม่ใช่เรื่องของคนรุ่นฉัน”&lt;br /&gt; และเธอกับเขาก็คุยกันเรื่องโลกตะวันออกและโลกตะวันตก&lt;br /&gt;“ผมชอบคุณ”&lt;br /&gt;“ขอบคุณ” เธอยิ้มให้เขา พอใจอยู่หรอกที่ได้ยิน เดวิดเอื้อมมือมาจับมือเธอ  มือของเขาใหญ่ หนาและนุ่ม มันมีพลังกระชับ.. ปิงฟ้ามิได้ถอนมือออกจากเขา คงปล่อยอย่างนั้น..และเธออยากรู้ว่ามันจะดำเนินอย่างไรต่อไป..&lt;br /&gt;เมื่อมองเข้าไปในดวงตาของเขา  เธอพบความตื่นเต้นซ่านอยู่เต็มไปหมด  มันพลอยทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย แต่ไม่มากมายเท่ากับเขา&lt;br /&gt;คราวนี้ปิงฟ้ากลับคิดว่าถ้าเธอจะไม่คิดถึงวิลันดาก็คงดี  เพราะความคิดถึงผู้หญิงคนนี้ทำให้เธอเหมือนเป็นโรคชักกระตุก อะไรต่ออะไรมันไม่เต็มที่ และดูไปเหมือนไม่จริงใจต่อตัวเองหรือต่อใครเลย  เธอห่วงหน้าพะวงหลังหวาดวิตก…และที่สุด ปิงฟ้าก็กระชากตัวเองออกมาจากการหลอนหลอนของวิลันดา..!!!&lt;br /&gt;เธอกระชับมือของเธอไว้กับมือของเด็กหนุ่มผมทองแน่น ส่งผลให้เขาโอบไหล่เธอโน้มเข้าหาตัวทันที&lt;br /&gt;เมื่อลงจากดอย เธอพาเขาไปกินข้าวซอยร้านดัง แล้วเดินดูวัดวาอาราม  เดวิดจับมือเธอไว้ตลอดเวลาเหมือนในหนังรักโรแมนติก ท่าทางเขามีความสุขหวานซึ้ง  &lt;br /&gt;เขาได้แต่พร่ำเพ้อว่า&lt;br /&gt;“ผมจะจดจำวันนี้ไปตลอด”&lt;br /&gt;“ผมจะส่ง จม. ถึงคุณได้ที่ไหนพิ้งกี้?”&lt;br /&gt;“คุณจะไม่ยอมให้ที่อยู่ของคุณเลยหรือ?”&lt;br /&gt;“ผมจะให้ที่อยู่ของผมไว้ก็แล้วกัน”&lt;br /&gt;“ผมมีความสุขแสนหวาน…”&lt;br /&gt;“ผมรักเมืองนี้จริง ๆ…”&lt;br /&gt;และแล้ว …&lt;br /&gt;เมื่อเขาชวนเธอไปที่พักของเขา ปิงฟ้าก็ตกลงใจไปกับเขา!!!&lt;br /&gt;เธอคิดว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ…เธอจะลองดู..ปิงฟ้าเคยดูหนังรักวัยรุ่นที่เด็กหนุ่มสาววัยรุ่นออกเดทกันหนแรก ชักชวนกันไปที่พัก..แล้วที่สุด…&lt;br /&gt;ที่สุดปิงฟ้าก็ปล่อยให้เดวิดโอบกอด โน้มร่างของเธอลงบนเตียงเล็ก ๆนั้น  .. เขาจูบเธอ …มันหนักแน่นและทะนุถนอมในเวลาเดียวกัน  &lt;br /&gt;ปิงฟ้าเฝ้าถามตัวเองว่า เธอเป็นอย่างไรหนอ กับผู้หญิงคนหนึ่งเธอก็ยอมให้เกิดปฏิบัติการขึ้นและคล้อยตามอารมณ์นั้น &lt;br /&gt;กับเดวิด เธอก็อยากลองดู..&lt;br /&gt;เธออยากรู้จักตัวเอง..  &lt;br /&gt;ในโลกนี้มีผู้หญิงและผู้ชาย เธออยากรู้จริง ๆว่าเธอต้องการอะไร-อย่างไหนกันแน่? ปิงฟ้าปล่อยตัวไหลไปกับกระแสอารมณ์รักใคร่ของเด็กหนุ่มต่างชาติ ในขณะที่ตัวเธอเองรู้สึกเจ็บร้าวอึดอัด จิตใจเธอผลักต้านเขาอย่างรุนแรง แต่เธอไม่ได้ผลักตัวเขาออกจากตัวเธอ  &lt;br /&gt;เธอมิได้โอบกอดเขาแม้นในเวลาที่เดวิดผนึกเนื้อกายของเขาแทรกเข้าไปในร่างกายของเธอ เธอรู้สึกเจ็บร้าวไร้ความกำซาบซ่าน เธอได้ทำให้เขาข้องใจก้มมองหน้าเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความฉงน &lt;br /&gt;ไม่นานเท่าใดปฏิบัติการของเขาก็สิ้นสุดลง สภาพของปิงฟ้าทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นนักรักที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง  เขารู้สึกผิดที่ไม่อาจทำให้เธอมีความสุข ไม่อาจทำให้เธอกอดเขาอย่างหลงใหล… สายตาของเขาที่มองมาช่างดูน่าสงสาร&lt;br /&gt;“คุณไม่มีความสุขใช่ไหม?” เขาถามด้วยเสียงแผ่ว&lt;br /&gt;“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกเดวิด” ปิงฟ้าว่า&lt;br /&gt;เขากอดเธอไว้และซุกหน้ากับซอกคอของเธอ&lt;br /&gt;“ผมขอโทษ”&lt;br /&gt;“ฉันบอกแล้วว่าไม่ใช่ความผิดของคุณ”&lt;br /&gt;“เราน่าจะมีความสุขด้วยกัน..” เดวิดคร่ำครวญ&lt;br /&gt;ปิงฟ้าค่อย ๆเบี่ยงตัวออกมาจากเขาเธอลุกขึ้นสวมใส่เสื้อผ้า&lt;br /&gt;“อย่าโทษตัวเองเลยเดวิด  ลืมมันเสีย … ลืมฉันเสียด้วย” นี่เป็นคำพูดสุดท้ายที่เธอพูดกับเขาก่อนจากมา  &lt;br /&gt;ปิงฟ้าเดินออกจากเกรทเฮ้าท์แห่งนั้น และเดินไปเรื่อย ๆ …ทุกย่างก้าวเธอรู้สึกเจ็บแสบ แต่แปลกที่เธอดีใจ เธอไม่เสียใจที่ได้รู้ว่าเธอไม่มีความสุขกับการ “นอน” กับผู้ชาย.. เธอดีใจที่ได้รู้และเข้าใจความปรารถนาที่แท้จริงของตัวเอง…&lt;br /&gt;เธอเพิ่งผ่านการร่วมรักกับผู้ชาย…แล้วเดินเรื่อย ๆ อยู่ริมทาง ไม่รู้สึกเสียใจหรือเสียดายเนื้อตัวหรือพรหมจรรย์ ทั้งที่เธอเองก็ถูกสั่งสอนมาเหมือนลูกผู้หญิงอื่น ๆให้รู้จักรักนวลสงวนตัวเอาไว้จนถึงวันวิวาห์ แต่สำหรับเธอความต้องการที่จะเข้าใจตัวเองมันมีมากกว่า..&lt;br /&gt;เธอเห็นเดวิดสวมถุงยางอนามัย เห็นอวัยวะแห่งความเป็นชายของเขาชัดเจน เธอมิได้มองว่ามันเป็นอวัยวะที่น่ากลัว มันเป็นอวัยวะของเพศชายที่แข็งแรงและอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ มันอาจมีความหมายมากมายหากเธอมีใจแก่เขาจริง ๆ &lt;br /&gt;แต่มันกลับไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับเธอ…และนั่นคือคำตอบที่เธอค้นหาและเฝ้าสงสัย!!!&lt;br /&gt;ปิงฟ้าเดินจนถึงบ้าน เธอยอมเจ็บปวดทุกย่างก้าว…อยากเดินคิดอะไรต่ออะไรท่ามกลางแสงแดดสว่างจ้าและอากาศร้อนระอุ..ความฝันของเธอที่มองเห็นดวงตาของเดวิดแปรเป็นดวงอาทิตย์ขับแสงออกมากลบทุกสิ่งทุกอย่างให้ขาวโพลง…บัดนี้.. ทุกสิ่งทุกอย่างขาวโพลงแล้วจริง ๆ…ขอบใจเดวิด!&lt;br /&gt; ..&lt;br /&gt;อีกฟากฝั่งหนึ่งคือโรงเรียนอนุบาลของวิลันดา ปิงฟ้ายืนมองมันอยู่ด้วยรอยยิ้ม…และแล้วน้ำตาของเธอก็เอ่อออ  …&lt;br /&gt;ปิงฟ้ากระพริบตาถี่  ผลักมันกลับลงไปอยู่ ณ ที่เดิม แล้วเดินเข้าซอยไปอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่ง เธอรู้สึกว่าร่างกายกำลังระบม และครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ … &lt;br /&gt;เธอคิดถึงวิลันดาที่สุด เธอคิดว่ายามป่วยไข้ หัวใจดวงดำของเธอเพิกเฉยต่อผู้หญิงคนนั้น ยามนี้ปิงฟ้ารู้สึกป่วยไข้บ้าง..เธอกลับต้องการเห็นหน้าวิลันดาเหลือเกิน  เธออยากรู้ว่าวิลันดาเป็นอย่างไร อยากแตะต้องตัวหล่อนสักปลายเล็บ.. อยากทำความเข้าใจกันและกัน ด้วยว่า..เธอรู้แล้วว่าเธอรักวิลันดา!!!&lt;br /&gt;ปิงฟ้าเป็นไข้หลายวัน   &lt;br /&gt;“ไปคลินิกไหมลูก” แม่ถามเธอด้วยความห่วงใย ลูกสาวส่ายหน้าไปมา  เธอนั่งมองเหมย  น้องแป้ง และศรัณเดินออกจากบ้านไปโรงเรียนและโบกมือให้พวกเขา&lt;br /&gt;“เป็นไข้สองวันแล้วนะ” แม่ยังห่วง&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกค่ะค่อยยังชั่วบ้างแล้ว” ความจริงเธอป่วยเพราะอวัยวะบางส่วนระบม เธอเพิ่งเข้าใจว่าทำไมคนที่แต่งงานใหม่จึงต้องมีเวลาสำหรับดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์หลายวัน   &lt;br /&gt;แล้วเธอก็คิดถึงผู้หญิงที่ถูกขืนใจ ถึงกับถูกแบกหามเข้าโรงพยาบาล  ต้องใช้เวลาเนิ่นนานรักษาให้หายบาดแผลที่อาจฉีกขาด ซ้ำยังมีแผลใจที่ถูกกระทำย่ำยี…  &lt;br /&gt;ปิงฟ้าไม่ได้ถูกขืนใจ เธอคิดว่าเธอเรียนรู้จากมันแต่เธอก็รู้สึกว่ามันเป็นบทเรียนที่แสนแพง..&lt;br /&gt;... &lt;br /&gt;วิลันดารู้จากกัลยาว่าปิงฟ้าไม่สบายเมื่อฤกษ์ฤทธิ์และกัลยาแวะไปแจกการ์ดแต่งงานในตอนเย็นวันหนึ่ง…&lt;br /&gt;“เป็นไข้มาหลายวัน” กัลยาว่าอย่างนั้น&lt;br /&gt;“ไปหาหมอหรือเปล่าคะ?” วิลันดาถาม ห่วงจนความห่วงใยนั้นฉายแววออกทางสีหน้า  กัลยามองเห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่า ทียามที่วิลันดาไม่สบายฝ่ายนั้นไม่เห็นออกอาการแบบนี้  นั่งนิ่งเหมือนนางชีอย่างนั้นแหล่ะ  &lt;br /&gt;“คงไม่กระมังคะคุณดาขา เห็นพี่นภางค์บ่นอยู่ว่าดื้อ”&lt;br /&gt;“ถ้าไข้หวัดใหญ่จะยุ่งนะ” ฤกษ์ฤทธิ์ออกความเห็น&lt;br /&gt;“คงไม่กระมังคะ” วิลันดาแย้ง แต่ก็กังวลมากทีเดียว หล่อนอึดอัดเหมือนคนที่ถูกขังเอาไว้ในที่แคบ ๆ อยากรุดไปหา แต่ความกล้าของหล่อนก็มีไม่พอ ความเฉยของปิงฟ้าอาจทำให้หล่อนทรุด…อาจทำให้ร้าวรานสุดทน  &lt;br /&gt;แค่คิดถึงความเฉยเมยของเด็กคนนั้น หล่อนก็เหมือนได้ยินเสียงเปรี๊ยะ ๆ เหมือนเสียงแก้วที่ปริแตก..&lt;br /&gt;“คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ เด็กรุ่น ๆเขาเป็นอะไรหายเร็วออกเดี๋ยว ๆก็เดินปร๋อ”กัลยาปลอบ&lt;br /&gt;ปิงฟ้าฝันเห็นวิลันดาอีก เห็นหล่อนอยู่ท่ามกลางหมอกขาว สวมชุดสีม่วงชุดนั้น…หล่อนตะโกนเรียกปิงฟ้า… ปิ ง ฟ้ า …ทางนี้ .. ปิงฟ้า  ฉันรอเธออยู่ตรงนี้… สองแขนหล่อนกางออกกว้างเพื่อรอรับ   ..&lt;br /&gt;ปิงฟ้าวิ่งเข้าไปหา ผวาเข้ากอด… เมื่ออยู่ในอ้อมกอดนั้นแล้วอันความทุกข์กังวลทุกสิ่งก็มลายหายสูญ  ..ฉั น รั ก เ ธ อ…ทำไมเธอต้องทำถึงขนาดนี้… เธอรักฉัน..  แค่เธอยอมรับเท่านั้น…ไม่ต้องทำถึงเพียงนี้ก็ได้…&lt;br /&gt;ปิงฟ้าร้องไห้อย่างมีความสุข … กอดหล่อนเอาไว้แนบแน่น …นี่คือความสุข… นี่คือความรักของเธอ  คือสัมผัสที่เป็นของเธอ มันรวมหลอมลงเป็นกันและกัน มันไม่ต้องการลีลาอะไร ไม่ต้องการกฎเกณฑ์อะไร มันปราศจากความผิดถูก..มันเป็นความรู้สึกของคนสองคนที่มีต่อกัน  .. &lt;br /&gt;ปิงฟ้าถูกกอด และได้กอดใครจริง ๆ..ใครคนหนึ่ง…&lt;br /&gt;เธอลืมตาขึ้นมา และพบว่าเหมยกำลังคล่อมอยู่บนตัวเธอ สองคนกอดกันอยู่และร่างของเหมยก็ปราศจากเสื้อผ้า  มันเปลือยอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน เหมยหลับตาพริ้ม ลำตัวท่อนล่างบดเบียดขยับเคลื่อนเป็นจังหวะ&lt;br /&gt;ปิงฟ้าใจเต้นโครมคราม เหมยหายใจถี่  การเคลื่อนไหวทางสรีระและอารมณ์ของเหมยดำเนินไปอย่างไร้การควบคุม  เธอได้ยินเสียงครวญครางอย่างกระสันสวาท  สีหน้าของเหมยเหมือนกำลังเจ็บปวด  แต่เธอรู้ว่าเหมยกำลังมีความสุขต่างหาก  สุขอยู่กับการปลดเปลื้องอารมณ์กับเนื้อตัวของปิงฟ้า  &lt;br /&gt;ปิงฟ้าคอแห้งผาก อาจเป็นที่เธอเองหลับฝันไป เธออาจเผลอไปกอดเด็กเหมยเข้าให้  เมื่อคืนฝนตกหนัก ฟ้าร้องฟ้าแลบปลาบแปลบน่ากลัว เธอเห็นเหมยกลัว เธอจึงยอมให้มานอนด้วยกันบนเตียงของเธอ&lt;br /&gt;เธอถามตัวเองว่าชอบอย่างนี้ไหม มีความสุขหรือไม่? เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ปิงฟ้าปล่อยทุกอย่างดำเนินไปจนเสร็จสิ้น ร่างของเหมยสั่นสะท้าน  อาการขยับเขยื้อนเปลี่ยนเป็นกระแทกถี่  มีเสียงครวญครางเบา ๆราวกำลังจะขาดใจ  สองมือสองแขนที่โอบกอดปิงฟ้านั้นแน่นหนารัดรึงเหมือนจะยึดเกี่ยวผูกพันเอาไว้ชั่วนิรันดร์.. &lt;br /&gt;ครั้นเมื่อบรรลุถึงจุดสุดยอดแห่งอารมณ์  เหมยก็ส่งเสียงร้องอุทานบางอย่างออกมาไม่เป็นภาษา  เกร็งลำตัวส่วนกลางผนึกติดกับลำตัวของปิงฟ้า เหมยผ่อนคลายลง แต่ปิงฟ้ายังคง"ตื่นอยู่"ทั้ง ๆที่เธอหลับตา&lt;br /&gt;ปิงฟ้ารู้สึกตื่นเต้น แต่เธอได้แต่อยู่เฉย ๆนิ่ง ๆ..เสียงหายใจของเหมยเมื่อครู่  และสิ่งที่เด็กคนนี้ทำ มันทำให้เธอมีอารมณ์คล้อยตาม แต่…&lt;br /&gt;แต่เธอไม่ได้รักเด็กคนนี้… เธอรักวิลันดา!!!   &lt;br /&gt;เธอไม่ได้ตอบสนอง แต่เธอก็ไม่ได้หยุดยั้งเหมย… นี่คือสิ่งที่เพื่อน ๆของเธอห่วง กลัวว่ามันจะเกิดขึ้นกับเธอ…ห่วงในความเป็นทอมของเด็กคนนี้..&lt;br /&gt;“เหมย” ปิงฟ้าเอ่ยเรียกอยู่ในความมืดสลัวของห้อง&lt;br /&gt;“ฮ๊ะ..” เหมยขานด้วยเสียงเบาหวิว  เอื้อมมือมากอดเธอไว้อีก  ปิงฟ้ารู้สึกสงสารเอ็นดูเด็กเหมยเหมือนน้อง เธอคิดว่าเธอมีน้องเป็นทอมคนหนึ่ง ไม่ใช่น้องชายหรือน้องสาว แต่เป็นน้อง  &lt;br /&gt;เป็นน้อง..ไม่ใช่เป็นคู่รักคู่สวาท เธอไม่ได้เห็นว่าเรื่องที่เพิ่งผ่านมาสด ๆร้อน ๆนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดคอขาดบาดตาย&lt;br /&gt;เพียงแต่มันไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก..&lt;br /&gt;“ไปนอนเตียงเธอเถอะ..คิดว่ามันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น” เธอบอก  &lt;br /&gt;“พี่ปิง..”&lt;br /&gt;“เรื่องแบบเมื่อกี้…มันต้องไม่เกิดขึ้นอีก” &lt;br /&gt;“แล้วทำไมพี่ปิงยอมให้มันเกิดล่ะฮ๊ะ” เสียงนั้นน้อยใจและออกจะงุนงง&lt;br /&gt;“ไม่รู้…พี่คิดว่าพี่รู้สึกต่อเหมยอย่างน้องเท่านั้น..ไม่ใช่อย่างนี้  มันจะไม่มีอย่างนี้อีก”&lt;br /&gt;“เหมยรักพี่ปิง”&lt;br /&gt;“พี่ก็รักเธอ  เธอเป็นน้องพี่”&lt;br /&gt;“ทั้ง ๆที่เรา…นอนด้วยกัน..” ประโยคหลังของเหมยยิ่งเบาลงอีก&lt;br /&gt;“ลืมมันเถอะ”&lt;br /&gt;“พี่รับไม่ได้หรือฮ๊ะ?” เหมยถามตรง ๆ&lt;br /&gt;“เปล่า…พี่อาจรับได้ถ้าพี่รักเธอแบบนี้..”&lt;br /&gt;“พี่ไม่ได้รักเหมย”&lt;br /&gt;“พี่คิดว่าเธอเป็นน้อง..เอาล่ะไปนอนเตียงเธอได้แล้ว แล้วลืมเสียว่าเคยเกิดอะไรขึ้น  ”&lt;br /&gt;“ทำไม?..”&lt;br /&gt;“ถ้าเหมยมีปัญหา เราคงอยู่ด้วยกันไม่ได้” เสียงปิงฟ้าเฉยเมย&lt;br /&gt;“พี่เสียใจ”&lt;br /&gt;“เหมยก็เสียใจฮ๊ะ”&lt;br /&gt; ปิงฟ้าหลับตาลง..เธอรู้สึกว่าความรักนั้นอัศจรรย์ เหมือนกับที่นงนุชเคยบอกเอาไว้  ความจริงเธอพึงใจความไร้เดียงสาและอารมณ์รักของเหมยอยู่เหมือนกันแต่  มันไม่ใช่ความรัก! &lt;br /&gt;ความรักของเธอคือวิลันดา คราวนี้ให้หล่อนเป็นผู้ชาย เป็นทอม หรือเป็นเกย์ เป็นกระเทย เป็นอะไรก็ช่าง  !&lt;br /&gt;วิลันดาเท่านั้นที่เธอรักและปรารถนา..รักโดยไม่สนว่าหล่อนจะเป็นอะไร  แต่เป็นคนที่เมื่อจับมือกันไว้แล้ว ทุกอย่างพลันสวยงามอย่างน่าอย่างอัศจรรย์ เป็นคนที่ คิดถึงอยู่เสมอตลอดเวลา ทำไมหนอเธอจึงต้องกดมันไว้ให้มันต้องล้นลามออกมาเป็นความฝันที่ทรมานสิ้นดีอย่างนี้?...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 21&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันเสาร์  ปิงฟ้าออกไปที่โรงเรียนของวิลันดา หล่อนเข้าสวนไปแล้วตั้งแต่เย็นวันศุกร์ ปิงฟ้าไม่ได้พบหล่อนเสียนานทั้งที่คิดถึงอยู่ทุกเวลานาที  &lt;br /&gt;ชื่อของวิลันดาแทรกซึมอยู่ในลมหายใจเสมอ ไม่เคยที่จะไม่ร่ำร้องหาหล่อน เพียงแต่ปิงฟ้าทำเมินเฉยกับความคิดถึงเหล่านี้เพื่อทรมานตัวเองอย่างโง่เขลา&lt;br /&gt;ไม่มีใครหรอกที่จะรู้และเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ปิงฟ้าเองก็เป็นคน ๆ หนึ่งที่ต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ… เธอรู้สึกว่าเธอต้องการเวลาที่จะทำความเข้าใจอะไร ๆ เสียก่อน.. ก่อนที่จะยอมรับสิ่งที่แปลกออกไปจากธรรมดานี้ แต่มันก็หาใช่เรื่องที่แปลกเกินไปแต่อย่างใด..เธอกับวิลันดาไม่ใช่ผู้หญิงคู่แรกที่รักกัน…&lt;br /&gt;ฝนตกพรำ ๆแต่ปิงฟ้าไม่ได้กลับเข้าบ้านหรือไปทำงานที่ไนท์บาร์ซาร์  เธอนั่งรถเมล์ไปขึ้นรถที่คิวรถโดยสารสายสันป่าตอง ฝนตกตลอดทางเจ้าของรถใจดีเลี้ยวไปส่งให้ถึงปากทางเข้าสวน&lt;br /&gt;“ส่งให้แค่นี้นะน้อง อ้ายเข้าไปส่งถึงข้างในให้ไม่ได้เดี๋ยวผู้โดยสารคนอื่นเขาจะว่าได้ น้องวิ่งไปหลบฝนที่โคนไม้โน้นก่อนเน้อ เดี๋ยวถ้ามีรถของสวนผ่านมาค่อยโบกติดเข้าไป พวกในสวนนี้เขาใจดีอย่างอ้ายนี่แหล่ะ มีรถเข้าออกเรื่อย ๆไม่ต้องห่วงหรอกเน้อ”&lt;br /&gt;คนขับรถบอกเอาไว้อย่างนี้เมื่อเธอยื่นเงินค่าโดยสารให้ เธอพยักหน้ารับรู้ด้วยความขอบคุณ ถนนเข้าสวนเป็นสีส้มเฉอะแฉะ แต่คนที่เธอรักอยู่ในนี้…ดังนั้น ท่ามกลางสายฝน ปิงฟ้าจึงเดินย่ำไปบ้าง วิ่งบ้างเรื่อย ๆ.. หนาวไหมนี่?.. ฝนตกเนื้อตัวเปียกโชกเส้นผมมีน้ำฝนย้อยหยด รองเท้าและขากางเกงเลอะไปด้วยโคลนสีส้ม แต่ปิงฟ้าก็เดินย่ำไปไม่หยุดยั้ง …&lt;br /&gt;ย่ำไปหาหล่อน..เพราะรักหล่อน.. ปิงฟ้าไม่รู้สึกว่าหนาว  หากกลับร้อน เหมือนมีกองไฟเผาผลาญอยู่ภายใน และไฟกองนั้นมันผลักให้ก้าวไปข้างหน้า  ..&lt;br /&gt;ความรู้สึกในหัวใจมันร่ำร้องหาวิลันดา เวลาที่ผ่านมาหล่อนอยู่อย่างไร คิดอะไร และเป็นอย่างไรบ้างนะ หล่อนคงคิดถึง..ก็ปิงฟ้ายังคิดถึงหล่อนเสมอนี่&lt;br /&gt; ตอนนี้ปิงฟ้าไม่สนใจวัฎจักร ไม่สนการแต่งงาน ไม่สนการจะมีลูกหลานสืบทอดต่อไป หรือการฝากเชื้อสายเอาไว้บนโลกใบนี้  &lt;br /&gt;มันไม่สำคัญสำหรับเธออีกแล้ว และเธอไม่รู้สึกกลัวเส้นทางสายนี้อีกต่อไป  เธอจะเดินบนมัน เดินไปกับคนทีเธอรักและรักเธอ..เธอรู้สึกว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอร้อนรน  เมื่อร้อนรน ฝนฟ้าและระยะทางแม้นลำบากยากเย็นแค่ไหนก็ไม่ทำให้เธอท้อแท้  เพราะใจนั้นแล่นลิ่ว ๆไปหาหล่อนที่กระท่อมโน่นแล้ว.. วิลันดาคงแปลกใจ.. และคงดีใจ!!&lt;br /&gt;ปิงฟ้าน่าจะหนาวแต่กลับไม่ ทั้งที่เธอเพิ่งจะสร่างไข้ แต่..ที่สุดกระท่อมหลังสวยก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าจนได้ กุหลาบหนูดอกดกสีขาวเจือชมพูที่แสนอ่อนหวาน  หนนี้นอกจากที่ซุ้มแล้ว ยังมีกุหลาบหนูอีกมากมายปลูกรายล้อมกระท่อมเอาไว้  เหมือนมันตั้งอยู่ท่ามกลางดงกุหลาบแสนสวย มันมีกลิ่นหอมละไมแม้นในยามฝนตกพรำอย่างนี้ความหอมยังโชยรินไร..&lt;br /&gt; วิลันดาปลูกกุหลาบหนูไว้มากมาย หล่อนซ่อนตัวอยู่ในท่ามกลางกลิ่นหอมบริสุทธิ์นั้น.. หล่อนเป็นผู้หญิงแสนละมุนละไม เสียงเพลงบรรเลงแว่ว ๆออกมา เสียงจากเปียโนพลิ้วหวานของโชแปงคีตกวีคนโปรดของหล่อน..&lt;br /&gt;รถหล่อนจอดอยู่ในโรงรถ แต่มีรถคล้ายกันอีกคันจอดอยู่ที่หน้ากระท่อม.. หล่อนคงมีเพื่อนมาหา  .. &lt;br /&gt;ปิงฟ้าหยุดยืนอยู่ที่ซุ้มไม้ที่วิลันดาเคยนั่งเป็นแบบให้วาดภาพ  ที่เสามีออดติดไว้สำหรับเรียกแม่บ้าน  ปิงฟ้ากดออดนั้น.. เนื้อตัวเธอเปียกโชก เธอคงเข้าไปทำให้กระท่อมสกปรก เธอจะรออยู่ตรงนี้ก่อน..&lt;br /&gt;นานหลายนาทีที่รอ… &lt;br /&gt;ที่สุด  วิลันดาก็เปิดประตูออกมา หล่อนกางร่มสีขาว เดินกึ่งวิ่งเหยาะ ๆมาหาพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ตื่นเต้นปิติ..&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า” ดวงตาของหล่อนเบิกกว้าง ริมฝีปากสั่นริก ๆ &lt;br /&gt;และเมื่อก้าวเข้ามาในซุ้มไม้ สองคนได้แต่จ้องมองกัน คุยกันด้วยดวงตา ..ปิงฟ้าบอกหล่อนว่า ฉันมาแล้ว.ฉันอยู่ตรงหน้าเธอนี่ไง  ..&lt;br /&gt;และแล้ว..วิลันดาก็ผวาเข้าหา  &lt;br /&gt;ผู้หญิงต่างวัยสองคนสวมกอดกันไว้แนบแน่น.. ต่างคนต่างรู้สึกเหมือนเป็นตัวต่อสองตัวที่ต่อเข้ากันได้พอดี..สัมผัสนั้นบอกได้ว่า คนทั้งคู่จะไม่ยอมจากกันอีกแล้ว..&lt;br /&gt;อา…ปิงฟ้า ในที่สุดเธอก็มา..เธอรักฉัน ฉันรู้..เธอต้องการเวลา และฉันต้องให้เวลาแก่เธอและรอ..และบัดนี้เวลาแห่งการรอคอยนั้นสิ้นสุดแล้ว…&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า" หล่อนเรียกอย่างครวญครางเนื้อตัวสั่นเทิ้ม&lt;br /&gt;“คุณดา”ปิงฟ้ากอดหล่อนไว้แน่น แนบแก้มกับแก้มของหล่อน &lt;br /&gt;“ปิงรักคุณ”&lt;br /&gt;ปิงฟ้าทำให้หล่อนสะอื้นไห้ สองคนกอดกันอยู่ที่ซุ้มไม้สีขาวที่หอมละมุน จวบกระทั่งมีเสียงหนึ่งเอ่ยเรียกหล่อนขึ้น…&lt;br /&gt;“น้องดา!”&lt;br /&gt;..เจ้าทับทิมยืนอยู่ข้างซุ้มไม้  ปิงฟ้ามองเห็นเป็นทอมคนหนึ่ง ท่าทางองอาจ สวมชุดคลุมชั้นดี  ยืนกางร่มสีดำร้องเรียกวิลันดาด้วยสุ้มเสียงที่มีอำนาจ   ..&lt;br /&gt;ท่าทาง ทรงผม..บอกชัดว่าเป็นทอม  &lt;br /&gt;ปิงฟ้าถอนตัวแยกออกจากหล่อน มองหน้าหล่อน… และนี่คือคำตอบว่า วิลันดาคนนี้ทำอะไรบ้างในเวลาที่ผ่านมา.. หล่อนมีคู่รักไงล่ะ  ..&lt;br /&gt;ปิงฟ้ารู้สึกเหมือนฟ้าคว่ำ!!!&lt;br /&gt;วิ่งถลันออกไปบนถนนที่เต็มไปด้วยโคลน เสียงเธอกรีดร้องโหยหวนเหมือนคนบาดเจ็บสุดแสน.. ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างแตกเปรี้ยง..มันกระจัดกระจายเป็นเสี่ยง ๆไม่เหลือดี!!!&lt;br /&gt;ปิงฟ้าวิ่งสุดชีวิต ล้มลุกคลุกคลานเหมือนที่เคยฝัน เธอร้องไห้โหยหวนน่าเวทนาเพราะเธอเจ็บเหลือเกิน..เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โง่และบ้าสิ้นดี..&lt;br /&gt;ที่ผ่านมา เธอคงบ้าไปแล้ว  &lt;br /&gt;ผู้หญิงคนนี้ทำให้เธอรัก ผู้หญิงคนนี้ฝากคำหวานไว้ในจิตใจเธอมากมาย  ผู้หญิงคนนี้น่าสงสาร แต่..ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยขาดคู่รัก&lt;br /&gt;คน ๆนั้นอาจเป็นคนรักรายล่าสุด มันช่างโหดร้ายและมันไม่ยุติธรรมกับเธอเลย  กับการที่เธอต้องสับสนงุนงงกับตัวเอง และหาหนทางทดสอบตัวเองด้วยการ “นอน” กับผู้ชายคนหนึ่ง..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1413630981646618663-6522975016302506008?l=vilunda.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vilunda.blogspot.com/feeds/6522975016302506008/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/49.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/6522975016302506008'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/6522975016302506008'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/49.html' title='ตอนที่ 49'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1413630981646618663.post-6173570700246710151</id><published>2009-05-19T23:44:00.001+07:00</published><updated>2009-05-19T23:47:39.491+07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 48</title><content type='html'>หล่อนรักปิงฟ้าทั้งที่ปิงฟ้าเป็นเด็กผู้หญิงผมยาว  คิดถึงปิงฟ้าในชุดสีขาวตุ่น ๆ อันเป็นชุดอยู่บ้านที่หลวมสบายตัวนั้น  ตัวที่ใส่ออกมา โขยกเขยกมากับไม้ค้ำยันในวันที่เธอบาดเจ็บจากอุบัติเหตุตกจากอัฒจรรย์เชียร์..!! ปิงฟ้ายามนั้นสวยงามน่ามอง เหมือนภาพทูตสวรรค์..&lt;br /&gt; ..&lt;br /&gt;“เมื่อวานซืน  คุณแม่กับคุณลุง กับผอ. วิลันดาก็มา”&lt;br /&gt;น้องแป้งคุยฟุ้งอยู่ในรถระหว่างทางจากบ้านไปกาดสวนแก้ว สถานที่จัดนิทรรศการที่ทั้งหมดพากันออกมา “ชม” &lt;br /&gt;เป็นตอนสาย ๆของวันเสาร์ คุณนภางค์เป็นคนขับรถ มีศรัณนั่งคู่อยู่ข้างหน้าส่วนปิงฟ้าน้องแป้งและเหมยนั่งที่นั่งด้านหลัง &lt;br /&gt;คุณนพรัตน์ออกตัวว่ามีนัดตีกอร์ฟกับก๊วนเพื่อน…ลึกลงไปกว่านั้น เขาเกรงว่าจะไปพบปะกับพวกม่อนคำหวานเข้าให้.. &lt;br /&gt;เขาเกรงกลัวหรือ? เกลียดชังหรือ?ใยเขาต้องหลบหลีกไม่กล้าพบปะคนตระกูลโตพวกนี้ด้วย  เขารู้สึกเหมือนเป็นคนตัวเล็กกระจิ๋วหลิวหรือ? ..&lt;br /&gt;เขาอยากอยู่อย่างสงบสบายต่างหาก … เขาอยากอยู่อย่างเงียบ  เงียบ เชียบอย่างกับว่า  เรื่องราวของเขามันเป็นนิยายที่อ่านจบลงแล้ว  มันเป็นนิยายเศร้าที่เขาไม่ปรารถนาจะเปิดมันขึ้นมาอีกเพราะเขาจดจำทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในหัวใจโดยไม่มีวันลืม… &lt;br /&gt;จะให้เขาทำตัวเหมือนกลัวก็ได้  เพราะเขาอยากอยู่เมืองนี้ เขารักเมืองนี้  แต่เขาต้องอยู่อย่างสงบ  และหลีกเลี่ยงพวกม่อนคำหวานเท่าที่จะทำได้  &lt;br /&gt;แท้แล้วเขามาปักหลักที่นี่เพราะผู้หญิงเชียงใหม่คนหนึ่งที่ตายจากโลกนี้ไปนานแล้วแต่ความรักยังอยู่!!! &lt;br /&gt;และมันพาเขามาเมืองนี้….&lt;br /&gt;“คุณลุงฤกษ์จองเอาไว้สองภาพ คุณลุงชอบงานศิลปะมากจริง ๆนะคะ”&lt;br /&gt;“ท่าทางคงเป็นนักสะสม..” คุณนภางค์คาดคะเน&lt;br /&gt;“ถ้าไม่รวยก็สะสมไม่ได้” ศรัณว่า&lt;br /&gt;“พี่ปิงฮ๊ะ” เหมยแตะแขนปิงฟ้าเบา ๆ&lt;br /&gt;“อะไร?”&lt;br /&gt;“เป็นอะไรฮ๊ะ?นั่งเงี๊ยบ เงียบ”&lt;br /&gt;“ไม่เป็นอะไรนี่” ปิงฟ้าตอบ น้องแป้งหันมามองเหมยแล้วยิ้มให้&lt;br /&gt;“พี่ปิงเป็นแบบนี้แหล่ะค่ะ ยิ่งถ้าไปเดินนะคะพี่เหมยขา..ถ้าเดินดูงานศิลปะพี่ปิงจะยิ่งเงียบกว่านี้อีกค่ะ” น้องแป้งเปลี่ยนเสียงเป็นกระซิบกระซาบ&lt;br /&gt;ปิงฟ้าไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาขัดลำแต่อย่างใด ไม่มีอารมณ์จะต่อล้อด้วย  เธอจึงปล่อยให้เด็กคุยวิจารณ์ตัวเธอตามสบาย&lt;br /&gt;“จริงเหรอฮ๊ะน้องแป้ง”&lt;br /&gt;“จริงค่ะ..พี่ปิงจะเอาแต่มอง..มอง…มองอย่างเดียวเท่านั้น”&lt;br /&gt;“สองคนนินทาอยู่แค่ปลายจมูก.. เดี๋ยวพี่ปิงเค้าก็ได้ยินเอาหรอก” คุณนภางค์หัวเราะ  ศรัณหันไปมองเห็นเหมยกับน้องแป้งที่ทำหน้าเหรอหรา ส่วนปิงฟ้าหน้าเฉยเหมือนไม่ได้ยินอะไรเลย&lt;br /&gt;“พี่ปิงไม่ได้ยินอะไรเลยหรือฮ๊ะ” เขาแกล้งถาม&lt;br /&gt;“ได้ยิน..”พี่สาวตอบ&lt;br /&gt;“อ้าว!”&lt;br /&gt;“แล้วจะให้พูดอะไร?” เธอถามเขาเรียบ ๆไร้อารมณ์&lt;br /&gt;“นั่นสิ” ศรัณยักไหล่ รู้สึกว่าพี่สาวอารมณ์บ่จอย&lt;br /&gt;แม่ได้แต่ส่ายหน้า หากหน้าก็ยิ้มละไม เด็กแต่ละคนล้วนแต่ต่างกันออกไป  ไม่มีลูกคนไหนมีนิสัยเหมือนกันสักคนเดียว&lt;br /&gt;อาการไม่อยากพูดของปิงฟ้านั้นหาใช่อาการผิดปรกติสักเท่าใด บางทีพูดคุยกันอยู่หลายคน พูดกันยืดยาวหลายเรื่อง อยู่ ๆปิงฟ้าก็หยุดไปเฉย ๆเพราะหมดเรื่องพูด  แต่หากศรัณมีอาการไม่อยากพูดละก็ น่าจะเป็นเรื่องใหญ่!&lt;br /&gt;เหมยมองปิงฟ้าอย่างแปลกใจ ปิงฟ้าไม่พูดอะไรเลย ได้แต่ยืนมองภาพอยู่นั่นแหล่ะ มองนาน ๆเดี๋ยวเขยิบเข้าใกล้ เดี๋ยวก็ถอยออกห่าง  &lt;br /&gt;บางภาพปิงฟ้ายืนมองดูพลางขมวดคิ้วเพ่งพินิจ บางภาพก็มองผ่านแปลบเดียว และเหมือนกับว่าเธออยู่ในโลกคนเดียว ไม่มีใครอื่นอยู่ด้วยอย่างงั้นแหล่ะ&lt;br /&gt;“ไงคะพี่เหมย..เห็นหรือยัง  พี่ปิงเค้าเป็นอย่างนี้แหล่ะค่ะ” น้องแป้งพยัก   เพยิด &lt;br /&gt;“แปลกจัง” เหมยว่าพลางยิ้ม ตอนแรกเธอคิดว่าปิงฟ้าไม่พอใจอะไรเธอ หรือเคืองใครเสียอีก แต่หน้าตาก็ไม่บึงตึงนี่นะ &lt;br /&gt;“พี่ปิงเขาอิน” ศรัณบอก&lt;br /&gt;“พี่คิดว่าพี่ปิงโกรธอะไรพี่เสียอีก”&lt;br /&gt;“โอ๊ย! คนอย่างพี่ปิงจะโกรธใคร” น้องชายว่า&lt;br /&gt;“อย่าคุยกันเสียงดัง ” คุณนภางค์จุ๊ปาก&lt;br /&gt;“เชื่อไหมแม่ ไม่มีใครรักษามารยาทในการชมภาพเท่าพี่ปิงของเราหรอก..”เขากระซิบกระซาบหยอกเย้าทำให้แม่หัวเราะออกมาเบา ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับปิงฟ้าแล้วการได้ชมภาพดี ๆทำให้เธอลืมทุกสิ่งไปชั่วขณะ  รู้สึกอิสระจริง ๆ อิสระที่จะละเมียดมองหาเหตุผลและอารมณ์แห่งเส้นสายและสีสัน ตีความหมายแก่นแกนของภาพว่าแสดงออกถึงอะไร ให้ความรู้สึกอย่างไร มีความงามเด่นตรงไหน?  &lt;br /&gt;ภาพแต่ละภาพล้วนแต่เป็นหน้าต่างของจิตใจของจิตรกรคนนั้น ๆ..ปิงฟ้าสัมผัสกับมันอย่างอิสระและมีความสุข เป็นความสุขที่บริสุทธิ์และเธอสามารถเสพมันได้เต็มที่จริง ๆ &lt;br /&gt;ไม่เหมือนกับที่เธอมีความรู้สึกต่อผู้หญิงคนหนึ่ง.. คนที่ทำไปทำมาเธอกลับรู้สึกครึ่ง ๆกลาง ๆสุขไม่เต็มสุข  และมีทุกข์แฝงสุขก้ำกึ่งพิกล&lt;br /&gt;ขากลับคุณนภางค์แวะห้างสรรพสินค้า ซื้อของหลายอย่าง และแวะซื้อดอกไม้ที่ร้าน “วิลันดา” ด้วย …&lt;br /&gt;ร้านที่ปิงฟ้าเคยพบหล่อนกับคุณเปรมจิตคนนั้น….&lt;br /&gt;“ดอกไม้สวย  กับวันอารมณ์ดี” คุณนภางค์ว่าขณะพากันเดินเข้าไปในร้าน.. บรรยากาศวันนี้สำหรับแม่ของปิงฟ้านั้น  การได้เดินชมภาพสวย ๆท่ามกลางเสียงดนตรีที่ไพเราะ  ..หากได้ซื้อหาดอกไม้สวย ๆ ติดมือกลับบ้านเอาไปจัดแจกัน..เพื่อว่าตอนบ่ายจะได้มีดอกไม้สวย ๆที่โต๊ะหน้าระเบียงและดื่มน้ำชากันพร้อมหน้า  .. &lt;br /&gt;สามีกลับจากสนามกอร์ฟ ลูก ๆสองคน และสองแม่ลูกข้างบ้าน กับสามแม่ลูกมิตรใหม่…คือคุณวันดี หลิน และเหมย&lt;br /&gt;คุณวันดีนั้นนัดว่าจะมาเยี่ยมลูกสาวพร้อมรับประทานของว่างด้วยกัน..นับเป็นวันสบาย ๆที่สวยงามและอบอุ่นทีเดียว  วันที่อารมณ์ดีพอที่จะคิดถึงดอกไม้สวยสดจากสวนของคนที่หล่อนรู้จักมักคุ้นและชื่นชมในอัธยาศัย..&lt;br /&gt;“ปิงเอาดอกอะไรลูก  ศรัณ น้องแป้ง เหมย  อยากได้ดอกอะไรกันบ้าง?”&lt;br /&gt;วิธีของแม่ของปิงฟ้าคือใครอยากได้ดอกอะไรก็ให้เลือกได้ตามใจชอบ  แล้วซื้อเฟินกับยิปโซต่างหาก เอาไปจัดเองที่บ้าน&lt;br /&gt;ทั้งหมดจึงออกจากร้านสวยนั้นพร้อมด้วยดอกไม้หลากชนิด เมื่อจัดเข้า จริง ๆ ต้องแบ่งให้บ้านน้องแป้งและจัดใส่แจกันให้บ้านคุณวันดีด้วย&lt;br /&gt;ดังนั้นตอนบ่าย  นอกจากดื่มชาแล้ว ยังเพลิดเพลินกับการช่วยกันจัดอกไม้  ของบรรดาแม่บ้านลูกบ้านทั้งสามบ้าน…&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;จากแบบทดสอบในห้องเรียน  เหมยทำคะแนนได้น่าพอใจ ทำให้ทั้งตัว เหมย และปิงฟ้า อีกทั้งครอบครัวของทั้งสองต่างพอใจ คุณวันดีถึงกับขอเลี้ยงตอบแทนที่ภัตตาคาร  พ่อปิงฟ้าออกตัวเป็นพัลวันว่า&lt;br /&gt;“อย่าให้เอิกเกริกอย่างนั้นเลยครับคุณวัน..เหมยแกตั้งใจเองต่างหาก”&lt;br /&gt;แต่เขาก็ยิ้มอย่างภูมิใจในตัวเด็กเหมย  เขาดีใจที่ครอบครัวเล็ก ๆของเขาอบอุ่นพอจนสามารถแบ่งปันความอุ่นไปให้ผู้อื่นบ้าง&lt;br /&gt;“ไม่ได้ค่ะ ดิฉันถือว่าเรื่องของเหมยเป็นเรื่องใหญ่หมายถึงอนาคตของแกเลยเชียว ถ้าดิฉันไม่ได้ตอบแทนพวกคุณบ้างละก็เห็นจะไม่สบายใจหรอกค่ะคุณนพ”&lt;br /&gt;“ทำทานกันเองก็ได้นี่คะคุณวัน..เหมยแกก็มีฝีมือ” คุณนภางค์เสนอ  แต่เหมยกลับบอกว่า&lt;br /&gt;“คราวนี้เหมยอยากทานอาหารภัตตาคารบ้างนี่คะคุณน้า”&lt;br /&gt;“เห็นไหมคะ” คุณวันดีหัวเราะ  &lt;br /&gt;คุณนภางค์นั้นได้เห็นสีหน้าแม่ลูกบ้านนี้หัวเราะสดใส  มีสีหน้ามีความสุขก็รู้สึกพอใจ และได้แต่หวังไว้ว่าจะได้เห็นสีหน้าที่มีชีวิตชีวาอย่างนี้ไปนาน ๆ&lt;br /&gt;“เอาล่ะค่ะ ถ้างั้นก็เห็นจะไม่ขัดล่ะ..ประเดี๋ยวจะเสียความตั้งใจ”&lt;br /&gt;เหมยกระโดดร้องไชโย  เธอสนิทกับครอบครัวปิงฟ้าอย่างรวดเร็วจนรู้สึกเป็นหนึ่งในครอบครัวนี้ไปแล้ว  &lt;br /&gt;เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างสนุกสนาน  พวกเด็กๆ  พากันแยกไปแต่งเนื้อแต่งตัว..  &lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;ภัตตาคารที่ไปนั้นเป็นภัตตาคารอาหารจีน  ตั้งอยู่สายนอกเมือง  แต่กระนั้นลานจอดรถก็แน่นเอี้ยด  ต้องมีพนักงานคอยจัดแจงให้รถเข้าจอดได้อย่างเรียบร้อยมีระเบียบ  แต่ก็เสียเวลากับการเข้าจอดอยู่นานพอดู&lt;br /&gt;“อย่างนี้แสดงว่าฝีมือดี” คุณนพรัตน์เดาจากปริมาณลูกค้า&lt;br /&gt;“ได้ยินมาว่าอร่อย ” ภรรยาบอก&lt;br /&gt;“หวังว่าคงไม่ถึงกับต้องเล่นเก้าอี้ดนตรีนะคะคุณ” หล่อนคิดถึงร้านอาหารอร่อยเลิศที่ฮ่องกงหลายแห่ง  ที่อร่อยเหลือหลายแต่ต้องรีบ ๆกิน รีบ ๆลุก เพราะมีคนคอยคิวอยู่ยาว มีเสียงโหวกเหวกตลอดระยะ เหมาะสำหรับคนขี้เหงาโดยแท้เทียว&lt;br /&gt;ร้านที่มีระดับขึ้นมาหน่อยก็ต้องมีการโทรจองล่วงหน้า หาไม่ก็จะไม่ได้เข้าไปนั่งในร้านเพราะมีคิวเต็มตลอดเวลาทั้งที่ราคาหรือก็แสนแพง..&lt;br /&gt;ขณะนั่งรออาหารอยู่ที่โต๊ะนั้น  ปิงฟ้าพบเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนชั้นเดียวกันแต่คนละ ห้องชื่อดารณี  เป็นลูกสาวเจ้าของภัตตาคารแห่งนี้ เธอช่วยงานที่นี่ในตอนเย็นถึงค่ำทุกวัน&lt;br /&gt;“มาทานอาหารเหรอปิงฟ้า... อ้าว  นั่นวันทนานี่?” เธอทักทายปิงฟ้าแล้วหันมาทักหลินหรือวันทนา  ซึ่งเป็นนักเรียนใหม่เพิ่งเข้าเรียนปีนี้แต่อยู่กันคนละห้อง เธอจึงเพียงแค่เคยเห็นกันเผิน ๆไม่กี่ครั้งเท่านั้น&lt;br /&gt;“หลินนี่ดารณีนะอยู่ห้องสาม  ..”ปิงฟ้าแนะนำ&lt;br /&gt;หลินยิ้มให้&lt;br /&gt;“แล้วนี่พ่อกับแม่ของฉัน”&lt;br /&gt;ดารณียกมือไหว้ ซึ่งก็ได้รับไหว้ตอบจากพ่อแม่ของปิงฟ้า&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ” เด็กสาวทักทายอย่างนอบน้อมน่ารัก&lt;br /&gt;ปิงฟ้าแนะนำให้รู้จักจนครบถ้วนตามมารยาทอันดี&lt;br /&gt;“มากับใครหรือหนู” คุณวันดีถาม&lt;br /&gt;“หนูไม่ได้มาทานอาหารหรอกค่ะคุณป้า  ร้านนี้เป็นร้านของป๋า”&lt;br /&gt;“อ๋อ…”&lt;br /&gt;“มาฉลองอะไรกันหรือปิงฟ้า?”เธอถาม&lt;br /&gt;“ฉลองที่เทสต์ผ่านฮ๊ะ” เหมยบอกแล้วก็หัวเราะเขิน ๆ&lt;br /&gt;“เทสต์อะไร?”&lt;br /&gt;“ภาษาอังกฤษฮ๊ะ”&lt;br /&gt;“เหรอ?.. มันคงสำคัญสำหรับเธอมากสิ”ดารณีหัวเราะเบา ๆอย่างแปลกใจ&lt;br /&gt;“ของแน่”เหมยทำท่าเก๋&lt;br /&gt;พี่ชายของดารณีมองเห็นน้องสาวทักทายกับเพื่อนจึงเข้ามาหาด้วยท่าทางมีอัธยาศัยเพราะเขาเห็นปิงฟ้านั่งอยู่ด้วย  &lt;br /&gt;สำหรับเขานั้นปิงฟ้าเด่นที่เป็นจิตรกรที่ได้รับรางวัลบ่อย น้องสาวเขาเล่าให้ฟังว่าเธอมาจากฮ่องกง และวันหนึ่งน้องสาวก็มาเล่าว่าเธอพลัดตกจากอัฒจรรย์อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เธอไม่มีท่าทางว่าเป็นเด็กซุกซนหรือซุ่มซ่ามสักนิด  เขาเคยได้พูดคุยกับเธอบ้าง เพราะเพื่อนในกลุ่มของเธอ “ปลื้ม”เขาอยู่&lt;br /&gt;“สวัสดีปิงฟ้า” เขาเอ่ยทักด้วยสีหน้าที่มีรอยยิ้มยินดี&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะพี่ดามพ์”ปิงฟ้าไหว้เขา&lt;br /&gt;แล้วแนะนำให้รู้จักทุกคน &lt;br /&gt;“โอ้โห.. รวมสองครอบครัวเลยหรือครับ? สั่งอาหารหรือยังครับ  ถ้าขาดตกบกพร่องยังไงต้องผมต้องขอโทษด้วยนะครับ  ฉลองชนะประกวดหรือเปล่าปิงฟ้า..” ดามพ์หันมาถาม เขารู้นี่ว่าเธอส่งภาพเข้าประกวดอยู่เนือง ๆ และมักจะชนะเสมอ  &lt;br /&gt;“เปล่าค่ะ” เธอตอบ&lt;br /&gt;“เราแค่ครึ้มอกครึ้มใจเลยชวนกันออกมาทานข้าวนอกบ้านเปลี่ยน บรรยากาศน่ะฮะ” เหมยคุยกับเขาเสียงแจ้วด้วยลีลายียวนเล็กน้อย&lt;br /&gt;“ออ” เขาทำเสียงอยู่ในคอพลางพยักหน้า&lt;br /&gt;“ที่นี่ขายดีนะคะ คนแน๊นแน่น เลยทำให้ร้อน ความจริงอยู่บ้านทำทานเองดีกว่าอีก” เหมยรวนด้วยนึกหมั่นใส้ท่าทางเจ้าชู้มีหูมีตาของเขา&lt;br /&gt;“แหมใจเย็น ๆสิครับน้อง” เขาหัวเราะเบา ๆ &lt;br /&gt;“ตามสบายนะครับทุกคน ปิงฟ้าพี่ต้องขอตัวก่อนนะครับ  แล้วเดี๋ยวจะเร่งอาหารให้” สองพี่น้องขอตัวออกไปแล้ว  เหมยเหลือบตามองตามดามพ์ไปด้วยท่าทางโล่งอก  &lt;br /&gt;ท่าทางของเธอทำให้หลายคนเกิดรอยยิ้ม แต่คุณนพรัตน์กับภรรยามองสบตากัน คุยกันด้วยสายตาว่า ลูกสาวคนนี้โตแล้วนะ… เหมือนดอกไม้แรกแย้ม เริ่มมีภมรมาบินโฉบ  แต่เขาก็ยังมองเห็นลูกเป็นเด็กในสายตาอยู่เสมอ.. และท่าทางปิงฟ้าก็ไม่ประสีประสาที่จะตอบรับสายตาวิบวับของเด็กหนุ่มแม้นแต่น้อย&lt;br /&gt;“แหม..มีลูกขยันอย่างนี้น่าชื่นใจนะคะ”&lt;br /&gt;คุณวันดีเอ่ยชมสองพี่น้องลูกเจ้าของภัตตาคาร&lt;br /&gt;“โถ… เหมยก็ขยันนะคะ” แม่ของปิงฟ้าบอกพลางหันมายิ้มให้เหมย&lt;br /&gt;“แม่อยากมีร้านอย่างนี้บ้างไหมล่ะฮ๊ะ” เธอถามพลางกวาดตามองไป    รอบ ๆ เธอชอบทำอาหาร และเมื่อมาอยู่กับปิงฟ้าผู้รักการวาดภาพเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เธอเริ่มมีความฝันที่จะทำในสิ่งที่เธอชอบให้เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาบ้าง&lt;br /&gt;“จะเปิดร้านหรือไง?” พี่สาวเอ่ยถาม&lt;br /&gt;“ก๊อ..ไม่แน่”&lt;br /&gt;“แต่ก่อนอื่นต้องเรียนให้จบเสียก่อน”คุณวันดีว่า&lt;br /&gt;“ถ้าพี่เหมยเปิดร้าน น้องแป้งจะช่วยนะคะ” น้องแป้งบอก&lt;br /&gt;“ช่วยกินหรือช่วยอะไร?” ศรัณขัดคอขึ้นมา&lt;br /&gt;“แหม!”&lt;br /&gt;ไม่นานนัก พนักงานก็ทยอยเสริฟอาหาร  รสชาดของอาหารอร่อยอย่างที่ใครเขาลือกัน หากแต่ตอนคิดเงิน พนักงานกลับบอกคุณนพรัตน์อย่างนอบน้อมว่า&lt;br /&gt;“คุณดามพ์ลดพิเศษให้ 30% ค่ะ” &lt;br /&gt;คุณวันดีรีบกวักมือให้มาคิดเงินกับตน&lt;br /&gt;“ลดตั้ง 30%” สีหน้าหล่อนยิ้ม ๆหยิบใบรายการอาหารทั้งหมดมาสำรวจดูตามความเคยชิน แล้วหยิบเงินจ่าย&lt;br /&gt;“ไม่ต้องทอนนะจ๊ะ..แล้ววานบอกคุณดามพ์ของเธอด้วย..ว่าขอบใจ”&lt;br /&gt;หล่อนทิปไปพอสมควร คิดเสียว่าทุ่นค่าอาหารไปถึง 30%แล้ว พนักงานสาวยกมือไหว้อย่างนอบน้อมก่อนจะถอยออกไป&lt;br /&gt;เรื่องนี้น้องแป้งเอาไปคุยโวกับคุณกัลยาผู้เป็นแม่ตอนเย็น&lt;br /&gt;“พี่ดามพ์คนนี้นะคะคุณแม่ เค้ามองพี่ปิงตาเยิ้มมากเลยล่ะค่ะ พอจะกลับ  ตอนคิดเงินนะคะ เค้าลดราคาให้เราตั้งเยอะแน่ะค่ะตั้ง 30% นะคะคุณแม่ คุณป้าวันดียังแซวว่าพี่ปิงมีเสน่ห์ แต่คุณลุงบอกว่าพี่ดามพ์แก่แดด..คุณลุงไม่ชอบที่คุณป้าวันดีพูดอย่างนั้นนะคะคุณแม่..คุณลุงหวงพี่ปิงใช่ไหมคะแบบนี้”&lt;br /&gt;“เราก็แก่แดด …” กัลยาจ้องหน้าลูกทำท่าขึงขัง แล้วหล่อนก็กลับยิ้มขำ&lt;br /&gt;“แก่แดดยังไงคะ?”&lt;br /&gt;“ก็แก่แดดที่ไปสนใจเรื่องอะไรที่มันไม่ใช่เรื่องของเด็กน่ะสิคะ..แล้วก็ .. อย่าทำเป็นออกความคิดความเห็นอะไรเข้าเชียวนะคะ”&lt;br /&gt;“ทำไมล่ะคะ?”&lt;br /&gt;“ก็…มันเสียมารยาทน่ะสิคะน้องแป้งขา เสียมารยาทมาก ๆเลยนะคะเรื่องแบบนี้”&lt;br /&gt;“เรื่องแบบนี้มันแบบไหนคะ? แบบที่มีผู้ชายมาทำตาหวานใส่พี่ปิงน่ะเหรอคะ?”&lt;br /&gt;“จุ๊…” ผู้เป็นแม่ใช้นิ้วชี้จุ๊ปาก&lt;br /&gt;“แหม..”&lt;br /&gt;“แล้วก็อย่าไปพูดที่ไหนนะคะ”&lt;br /&gt;“ทำไมคะ?”&lt;br /&gt;“มันไม่เหมาะสิคะ  เดี๋ยวใครเขาจะเข้าใจว่าพี่ปิงของหนูเป็นพวก.. พวกที่ชอบทำตัวให้ผู้ชายสนใจ”&lt;br /&gt;“พวกดัดจริตน่ะหรือคะ?”&lt;br /&gt;“ต๊าย!!!” คุณกัลยาอุทานพลางเอามือทาบอก น้องแป้งถอนใจ&lt;br /&gt;“พี่ปิงไม่ใช่เสียหน่อย พี่ปิงไม่สนใจพี่ดามคนนั้นแม้นแต่นิ๊ดเดียว”&lt;br /&gt;“นั่นแหล่ะอย่าพูดไป เพราะมันไม่เหมาะเข้าใจไหมคะ?”&lt;br /&gt;“พูดแล้วคนจะเข้าใจว่าพี่ปิงของหนูดัดจริตใช่ไหมคะ?”&lt;br /&gt;“จะว่างั้นก็ได้”&lt;br /&gt;คราวนี้ลูกสาวทำปากแบะ&lt;br /&gt; หากทว่า…คนห้ามก็หาได้ห้ามปากของตัวเองได้ไม่ เมื่อพบกับวิลันดาหล่อนก็พลั้งปากเล่าไปจนได้&lt;br /&gt;“เด็กเหมยผลเทสต์ดีขึ้นเยอะค่ะคุณดา พวกนั้นเลยดีใจกันใหญ่เลย” พวกนั้นของหล่อนคือที่บ้านปิงฟ้าและพี่กับแม่ของเหมยนั่นเอง&lt;br /&gt;“อย่าบอกนะว่าฉลองกันใหญ่” คู่หมั้นดักคอ&lt;br /&gt;“แหม..อย่าซื้อหวยนะคะคุณฤกษ์ขาเดี๋ยวเจ้ามือจะไม่มีเงินจ่าย” &lt;br /&gt;คราวนี้ฤกษ์ฤทธิ์หัวเราะก้ากชอบอกชอบใจ กัลยาเองก็ยิ้มหน้าบานทีเดียว  มีแต่วิลันดาเท่านั้นที่ได้แต่ฝืนยิ้ม&lt;br /&gt;“คุณวันดีขอเลี้ยงค่ะ  ไม่ไปเป็นไม่ยอมเลยไปกันทั้งสองบ้านอ้อ..มีลูกสาวคนข้างบ้านติดสอยห้อยตามไปกับเขาด้วยเหมือนเดิม”&lt;br /&gt;“สมมุตว่าอีกหน่อยยายหนูแกเกิดไปเป็นสะใภ้บ้านนั้นเข้าก็เป็นอันว่าไร้ปัญหาเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้..”ฤกษ์ฤทธิ์เย้าแหย่&lt;br /&gt;“อุ๊ย! ..คุณฤกษ์ขา..ตายแล้ว..” กัลยาร้องลั่นพลางหัวเราะคิก ๆ&lt;br /&gt;“ช่างคิดนะคะ คิดได้ยังไงกันเนี่ยะ..”แล้วหล่อนก็กระแนะกระแหนเอาตรง ๆ&lt;br /&gt;“เด็กเล็กเท่าเมี่ยง อุตส่าห์คิดจับคู่ให้เนี่ยะนะคะโอ้แม่เจ้า..” หล่อนส่ายหน้าไปมา โกรธก็โกรธ แต่ขันก็ขัน ฤกษ์ฤทธิ์หัวเราะใหญ่ กัลยาค้อนให้อย่างหมั่นไส้ ทั้งหมั่นไส้ทั้งเอ็นดู..&lt;br /&gt;“ท่าทางพวกเด็กๆ คงสนุกกันใหญ่สิคะ” วิลันดาว่า&lt;br /&gt;“สนุกค่ะคุณดาขา โดยเฉพาะเด็กแป้งแหม..ยายแป้งสนุกทุกเรื่องล่ะค่ะ ทุกเรื่องที่ได้ทำกับพวกพี่ ๆ”&lt;br /&gt;“ไปทานกันที่ไหนล่ะคะ” ฤกษ์ฤทธิ์ถาม&lt;br /&gt;“ภัตตาคารหงส์ขาวค่ะ”&lt;br /&gt;“อ๋อ…อร่อยนี่” &lt;br /&gt;“เคยไปค่ะ” กัลยาทำเสียงประชด  วิลันดามองคนทั้งคู่แล้วก็อดยิ้มไม่ได้ หนุ่มใหญ่ฤกษ์ฤทธิ์ญาติผู้พี่ของหล่อนมองหน้าวิลันดาแล้วยิ้ม ๆ&lt;br /&gt;“น้องดาก็เคยไป” เขาว่า .. กัลยาถอนใจแต่ก็ยิ้มละไม&lt;br /&gt;“บังเอิญเพื่อนของปิงเป็นลูกเจ้าของภัตตาคารเสียด้วย”คู่หมั้นของฤกษ์ฤทธิ์จีบปากจีบคอคุยต่อ&lt;br /&gt;“อ๊าว! เหรอ… ดีสิได้ส่วนลด10 %ชัวร์” เขาเดา แต่อีกฝ่ายส่ายหน้าช้า ๆ&lt;br /&gt;“20%” เขาเดาอีก&lt;br /&gt;“30ค่ะ” หล่อนบอก&lt;br /&gt;“โอ้โห!” &lt;br /&gt;“แต่คนลดให้30%ไม่ใช่เพื่อนปิงหรอกนะคะ.. พี่ชายน่ะ”&lt;br /&gt;คู่หมั้นของหล่อนเลิกคิ้ว.. วิลันดารู้สึกร้อนผ่าว..&lt;br /&gt;“อืม..” ฤกษ์ฤทธิ์ครางเบา ๆในลำคอ&lt;br /&gt;“ก็.. ธรรมดาน่ะนะ  เด็กปิงฟ้าเธอสาวจี๋แล้วนี่” (สาวจี๋*ภาษาเหนือแปลว่าสาวน้อย)&lt;br /&gt;“อะไร ๆแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาของพวกเด็กสาว ๆ..ก็เหมือนดอกไม้แรกแย้มน่ะคุณ” เขาออกความเห็นพร้อมรอยยิ้มอ่อนละไม&lt;br /&gt;“แล้วคุณพ่อของปิงฟ้าว่าไงบ้างคะ” วิลันดาเอ่ยถาม&lt;br /&gt;“เห็นน้องแป้งเธอว่าท่าทางไม่ค่อยชอบนี่คะคุณดา”&lt;br /&gt;“คงต้องเริ่มไว้หนวด หัดถือตะพด”ฤกษ์ฤทธิ์หัวเราะ&lt;br /&gt;“ปิงฟ้าไม่ใช่ลูกสาวคนโตนะคะคุณฤกษ์  ถ้าจะไว้หนวดเพราะมีลูกเป็นสาว  คุณนพรัตน์คงไว้หนวดมาตั้งนานแล้ว” วิลันดาว่า&lt;br /&gt;“นั่นสิคะ เจ้ใหญ่ของปิงน่ะทั้งสวยทั้งหวานนะคะ สวยกว่าปิงอีก..คุณดาเคยเห็นหรือยังคะ?”&lt;br /&gt;“ยังค่ะ” วิลันดายิ้มแต่ก็แห้งแล้งมาก.. หล่อนจะมีโอกาสใกล้ชิดกับคนครอบครัวนั้นอีกหรือ?&lt;br /&gt;“คนนั้นสวยหวาน เอี่ยมอ่อง ช่างแต่งเนื้อแต่งตัวน่ะค่ะ ช่างพูดช่างจา.. ไม่เงียบ ๆเหมือนปิง..แหม ..แต่เรียกว่าสวยกันคนละแบบดีกว่าค่ะ ลูกเค้าหน้าตาดีทุกคน..”&lt;br /&gt;“มีลูกสาวสวยถึงสองคนคุณพ่อกลุ้มบ้างไหมเนี่ยะ  นี่ผมว่าจะเริ่มไว้หนวดแล้วนะคุณ ยายแป้งไม่กี่ปีก็สาวจี๋แล้ว..คุณพ่อต้องเข้มหน่อย.. อย่างผมงดโกนหนวดไม่กี่วันรับรองได้..”&lt;br /&gt;“รับรองว่าเล่นบทโจรได้สบาย” กัลยาประชด  แต่กระนั้นหล่อนก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเขาเล่นบทโจร โจรคนนี้คงเป็นโจรที่หล่อเหลาที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาทีเดียว…&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;ได้ข่าวของปิงฟ้าแต่ละหนวิลันดารู้สึกร้อนรุ่มทุกครั้งทุกหน.. แต่ความเชื่อของหล่อนยังคงอยู่อย่างมั่นคง  หล่อนเชื่อเรื่องสายสัมพันธ์  .. แต่กระนั้นปิงฟ้าก็เติบโตก้าวเดินไปเรื่อย ๆ.. หล่อนเองก็ต้องก้าวเดินไปเรื่อย ๆเช่นกัน  ผิดกันก็แต่ ฝ่ายหนึ่งก้าวไปสู่วัยอันเบ่งบานสดใสหากอีกฝ่าย… ก้าวย่างไปสู่ความร่วงโรย..แต่กระนั้นหล่อนก็ยังรอ…ยังรอ..&lt;br /&gt;วิลันดาแอบย่องไปที่นั่นอีกหลายครั้ง ..ชั้นใต้ดินไนท์บาร์ซาร์ ร้านตรัย อาร์ตที่ปิงฟ้าทำงานอยู่… หลายครั้งที่เมื่อปิงฟ้าเงยหน้าขึ้นจากงานตรงหน้า หล่อนต้องหลบวูบ วิลันดานึกอยากเป็นเพียงวิญญาณที่ไร้เรือนร่าง  ซึ่งสามารถอยู่ใกล้คนที่หล่อนรักได้เสมอทุกเวลา  แต่หล่อนก็ได้แต่คิดเท่านั้น..หล่อนมีตัวตนมีเนื้อหนัง แต่กลับต้องหลบซ่อนไม่ให้คนที่หล่อนรักมองเห็น..&lt;br /&gt;ไม่อยากให้ปิงฟ้าต้องกลัวหล่อนไปมากกว่าที่เป็น ระแวงมากกว่าที่เป็น  .. หล่อนกลับจากที่นั่นด้วยความหดหู่และขมขื่นใจอย่างลึกซึ้งทุกครั้งครา…&lt;br /&gt;     ..&lt;br /&gt;เจ้าทับทิมเปิดตัว “คู่รัก” คนใหม่ด้วยการควักกระเป๋าจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดหรูหราชนิดปิดห้องอาหารของโรงแรมนั่นเชียว สองคนเกี่ยวก้อยกันตัดเค้กราวกำลังฉลองพิธีวิวาห์ตามข่าวว่า.. เจ้าทับทิมเป็นข่าวเสมอแหล่ะ.. &lt;br /&gt;ผู้หญิงคนใหม่ล่าสุดของเจ้าเป็นแม่หม้ายสาว เจ้าของธุรกิจขายอุปกรณ์การเกษตร หล่อนมีชื่อว่าเทียนหยด วิลันดารู้จักเทียนหยดเพราะอุปกรณ์ทำสวน หลายอย่างซื้อหาจากผู้หญิงคนนี้  &lt;br /&gt;เทียนหยดเป็นคนทำงานจริงจัง  และดูจริงจังต่อทุกสิ่งทุกอย่าง.. วิลันดารู้สึกแปลก ๆที่คนคู่นี้รักกัน  หล่อนควรยินดีด้วยกับเจ้าทับทิมและเทียนหยดหรือไม่?.. หล่อนรู้สึกไม่ยินดียินร้าย  รู้สึกเพียงแต่ว่านี่เป็นอีกตอนหนึ่งของเจ้าทับทิม แต่สำหรับเทียนหยด..นี่จะเป็นตอนหนึ่งหรือไม่?..หรือว่านี่คือสิ่งที่เทียนหยดยึดมั่นจริงจังตามนิสัย    &lt;br /&gt;แต่ถึงอย่างไรวิลันดาไม่เชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นคนสุดท้ายในชีวิตเจ้าทับทิม  หล่อนไม่ทุกข์ร้อนต่อข่าวเหล่านี้ แต่ขณะเดียวกันหล่อนก็ไม่รู้สึกหยามหยันเมื่อคาดเดาเหตุการณ์ไปเบื้องหน้า  หล่อนรู้สึกว่าหล่อนเป็นเพียงคนดูที่ดี ที่นั่งดูหนังดู ละคร ไม่คิดเป็นคนกำกับตัวแสดงว่าต้องแสดงไปในทิศทางใด ไม่ดีใจหรือเสียใจกับตัวละครมากมาย เพราะหล่อนมีชีวิตจริงของหล่อน…มีเรื่องราวของหล่อนเองที่มีปัญหาเหมือนกำลังโต้คลื่นอยู่กลางทะเลกว้าง…&lt;br /&gt;ทว่า!.. หลังจากนั้นไม่นานนัก วิลันดาก็ต้องแปลกใจที่เจ้าทับทิมขับรถเข้ามาในสวนพร้อมเทียนหยด&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะน้องดา..” เจ้าเอ่ยทักด้วยสีหน้าและน้ำเสียงแจ่มใส  พบกันหนนี้แปลก..ด้วยเจ้าทับทิมแต่งตัวด้วยชุดม่อฮ่อมเก่า ๆสวมหมวกสาน แต่หมวกก็ยังสวย แว่นกันแดดที่สวมก็สวยมียี่ห้อ  ส่วนเทียนหยดแต่งตัวด้วยชุดเสื้อยืดกับกระโปรงบานลายดอกไม้ง่าย ๆแต่สดใส&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะคุณดา”&lt;br /&gt; “สวัสดีค่ะเจ้า สวัสดีคุณเทียน” หล่อนทักทายยิ้มแย้ม&lt;br /&gt;“ไปไหนกันมาค่ะนี่”&lt;br /&gt;วิลันดาเอ่ยถามตามมารยาท  หล่อนนั่งทำงานอยู่ที่ซุ้มกุหลาบ เมื่อเห็นรถแล่นตรงมาที่กระท่อมจึงเดินออกไปรอดูแล้วเลยยืนคุยกันอยู่ตรงหน้าซุ้มนั่นเอง&lt;br /&gt; “บังเอิญคุณเทียนเธอมีสวนอยู่ถัดไปแถวนี้ เรามาฮอลิเดย์กันก็เลยแวะเข้ามาทักทายเพราะรู้ว่าวันหยุดอย่างนี้น้องดาอยู่ในสวน” เจ้าทับทิมยิ้มละไมอย่างคนที่มีความสุข&lt;br /&gt; “เพิ่งทราบว่าคุณเทียนซื้อที่ไว้แถวนี้” ”&lt;br /&gt; “เพิ่งซื้อค่ะ”เทียนหยดบอกพลางชม้ายชายตาหวานละไมให้เจ้าทับทิม… อย่างที่น่าคิดไปว่า…อ้อ! เจ้าซื้อให้..&lt;br /&gt; “สวนป้าจรัสศรีน่ะค่ะคุณดา คุณดาคงรู้จัก”&lt;br /&gt;วิลันดารู้จัก เพราะเป็นสวนลำใยที่อยู่ถัดไปไม่ไกลจากที่นี่มากนัก จำได้ว่าเมื่อหลายเดือนก่อนป้าจรัสศรีเคยมาเจรจาขายสวนให้  แต่หล่อนบอกปฏิเสธไปเพราะที่ไม่ติดกัน ถ้าเป็นที่ ๆติดกับสวนของหล่อน ๆคงซื้อเอาไว้&lt;br /&gt; “รู้จักค่ะ” หล่อนพยักหน้ารับ เชื้อเชิญให้คนทั้งสองเข้ามานั่งในซุ้ม และเรียกหานางตุ๊แม่บ้านให้หาน้ำมารับรองแขก&lt;br /&gt;นางตุ๊เห็นเจ้าทับทิมก็ทำท่าครุ่นคิด..จำได้คลับคล้ายคลับคราว่าคนๆนี้เคยมาที่นี่เมื่อนานมาแล้ว&lt;br /&gt; “พี่ตุ๊ใช่ไหม?” เจ้าเอ่ยทักด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส นางตุ๊ยกมือไหว้&lt;br /&gt; “จำได้ไหม สมัยก่อนฉันเคยมากับคุณดา  ตอนนั้นเรายังเรียนหนังสือกันอยู่.. นานมากแล้วล่ะ”&lt;br /&gt; “ก็… คลับคล้ายคลับครานะคะ  แต่..” นางส่ายหน้า&lt;br /&gt; “แต่จำไม่ได้หรอกค่ะ”&lt;br /&gt;นางตุ๊ได้แต่ยิ้ม ๆแล้วค่อย ๆเลี้ยงออกไปจัดแจงเรื่องน้ำท่า &lt;br /&gt; “ที่นี่อากาศดีนะคะ” เทียนหยดชวนคุย&lt;br /&gt; “เมื่อก่อนพี่เจ้าเข้ามาที่นี่บ่อยหรือคะคุณดา” แล้วหล่อนก็ตั้งคำถามเหมือนสอบสวนคนรักอยู่กราย ๆ..&lt;br /&gt;เทียนหยดท่าทางจะขี้หึงไม่น้อย วิลันดาเหลือบมองเจ้าทับทิมที่ยืนมอง ออกไปรอบ ๆอย่างไม่รู้ทุกข์รู้ร้อน ใบหน้านั้นแต้มด้วยรอยยิ้มนิด ๆด้วยซ้ำไป&lt;br /&gt; “ไม่บ่อยหรอกค่ะ”&lt;br /&gt;“นั่นสิคะ ขนาดแม่บ้านยังจำไม่ได้เลย”เทียนหยดหัวเราะแก้เก้อ&lt;br /&gt; “พี่กับน้องดาเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน” เจ้าหันมาบอก&lt;br /&gt;“คงป็อปปูล่ามากใช่ไหมคะคุณดา”หล่อนถามอีก&lt;br /&gt;“เอ..” คราวนี้วิลันดานึกขัน.. &lt;br /&gt; “ตอนนี้เป็นยังไงล่ะคะ..” วิลันดาหัวเราะเบาๆใบหน้ายิ้มละไม&lt;br /&gt; “ตอนนี้กับตอนนั้นก็เหมือนกัน ” หล่อนตอบจากใจจริง&lt;br /&gt;“..เนื้อหอมเหมือนน้ำหอมฝรั่งเศส ..” สาวเทียนหยดว่าพลางชายตาหวานฉ่ำ สายตานั้นมันเหมือนกระจกที่วิลันดาส่องเห็นตัวเองในอดีต.. วิลันดาคนที่ทั้งรักทั้งชื่นชม ทั้งแหนหวงเจ้าทับทิม&lt;br /&gt;แต่สายตาของเทียนหยดมีอะไรมากกว่านั้น… มันมีความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างเต็มที่เต็มทาง..&lt;br /&gt; “โอ้โห..” เจ้าหัวเราะ&lt;br /&gt; “อย่างงั้นเชียวหรือคุณ..น้ำหอมฝรั่งเศส..” เจ้าหัวเราะพลางแซว&lt;br /&gt; “อย่างงั้นเลยล่ะค่ะ” สบตากัน เทียนหยดและเจ้าทับทิมก็ทำตาหวานเข้าใส่กัน สายตาเทียนหยดนอกจากจะหวานฉ่ำหยาดเยิ้มแล้วยังมีแววดุอีกด้วย เหมือนมันคอยจะบอกว่าบัดนี้เจ้าหมดสิทธิ์จะหวานกับใครอีกต่อไป...&lt;br /&gt; “ตกลงคุณเทียนซื้อสวนลำไยของป้าจรัสศรีไว้ทั้งหมดเลยหรือคะ?” วิลันดาชวนคุยในเรื่องที่มีสาระบ้าง       &lt;br /&gt; “คนละครึ่งกับพี่ชายค่ะ แต่เทียนให้พี่ชายดูแลส่วนของเทียนด้วย เทียนคงแวะเข้ามาบ้างเท่านั้นล่ะค่ะ แต่พี่เจ้าว่าจะปลูกบ้านหลังใหม่ บ้านเก่าของป้าแกเราจะใช้เป็นบ้านพักคนงาน”&lt;br /&gt;ท่าทางคนบอกออกปลาบปลื้มไม่น้อย..หรือเจ้าทับทิมจะปักหลักกับเทียนหยด จริง ๆแล้ว…ที่ป้าจรัสศรีสามสิบกว่าไร่ ปลูกลำไยประมาณยี่สิบไร่ นอกนั้นปลูกผลไม้อื่นพอกินในครัวเรือน ตอนแกมาถามขาย อ้างเหตุผลว่าลูกคนโตที่กรุงเทพฯเดือดร้อนเรื่องการเงิน ราคาที่แกบอกขายนั้นไม่แพงเพราะร้อนเงิน วิลันดาคิดว่าจะถามญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงเรื่องที่ผืนนี้ แต่แล้วก็ลืมจนได้&lt;br /&gt; เจ้าทับทิมอาจซื้อให้เทียนหยด และดูมันมีความหมายต่อหล่อนเหลือเกิน มันหมายถึงความแน่นแฟ้นอย่างนั้นหรือ? หรือความจริงสมบัติแค่นี้เป็นเพียงการซื้อของเล่นสำหรับเจ้าทับทิม แต่เทียนหยดดูจริงจัง เหลือเกิน…&lt;br /&gt;หล่อนคุยกับวิลันดาเรื่องสวนและเรื่องเครื่องมือเกษตรใหม่ ๆที่มีเข้ามา.. เจ้าทับทิมได้แต่นั่งฟังและมองหน้าคนนั้นที คนนี้อีกที&lt;br /&gt; “ตายแล้ว…คุยเพลินจนจะเย็นแล้วสิคะ”&lt;br /&gt; “ได้เวลาน้ำชาแล้วล่ะค่ะ” เจ้าบอก แต่วิลันดาก็เฉยเสียหาได้เชื้อเชิญให้อยู่ต่อแต่อย่างใด&lt;br /&gt;“จะกลับกันแล้วหรือคะ?” หล่อนกลับว่าอย่างนี้เสียอีก&lt;br /&gt;“คงต้องกลับก่อนล่ะค่ะ รบกวนเวลาทำงานคุณดาตั้งนานแล้วนี่คะ”&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”วิลันดาได้แต่ยิ้มน้อย ๆ&lt;br /&gt;“วันหน้าบางทีเราอาจแวะมาเยี่ยมคุณดาอีกนะคะ..พี่เจ้าคงหิวแล้วล่ะค่ะ  ติดชาค่ะ ต้องรับทุกบ่าย..พวกนักเรียนนอกเป็นอย่างนี้ทุกคนหรือเปล่าคะพี่เจ้า”..&lt;br /&gt;วิลันดาได้แต่ยิ้ม หล่อนเดินไปส่งที่รถคันสวยที่มีฝุ่นจับเสียแล้วด้วยมันถูกใช้วิ่งในที่ ๆไม่เหมาะสมกับรูปหรูราคาแพงของมัน รถเก๋งยุโรปคันงามอย่างนี้ควรวิ่งบนถนนลาดยางดี ๆในเมืองเท่านั้นหรอก มาแล่นบนถนนลูกรังอย่างนี้เสียสวยไปเยอะ&lt;br /&gt;“พี่ว่าใช้ออฟโรดแบบน้องดาน่าจะดีกว่า” เจ้ามองไปที่รถที่จอดในโรงรถ&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ” วิลันดาเจ้าบ้านตัดบท ยกมือไหว้และรับไหว้จากเทียนหยด&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะคุณดา”&lt;br /&gt;“ไปก่อนนะคะน้องดา” เจ้าทับทิมเอ่ยลา  และแล่นรถออกไป..&lt;br /&gt;วิลันดากลับมานั่งที่เดิม นางตุ๊เดินเข้ามาถามว่า&lt;br /&gt;“ไม่อยู่รับของว่างหรือคะคุณ”&lt;br /&gt;“ไปรับที่บ้าน”วิลันดาหัวเราะ&lt;br /&gt;“สองคนนี้เค้าซื้อที่ของป้าจรัสศรีเอาไว้” หล่อนบอก&lt;br /&gt;“สวนลำไยน่ะหรือคะ?”&lt;br /&gt;“ฮื่อ…”&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;ส่วนเจ้าทับทิมและเทียนหยดเมื่อกลับออกไป  เทียนหยดก็เสียดสีไปเกือบตลอดทางอย่างหยิกแกมหยอก&lt;br /&gt;“หมู่นี้คุณดาไม่มีใครมาวอแวเลยสักคน”&lt;br /&gt;“วอแวยังไง?”&lt;br /&gt;“พี่เจ้าแกล้งไม่ทราบ หรือไม่ทราบจริง ๆกันแน่คะว่าคุณดาเธอเป็นดี้..”&lt;br /&gt;เจ้าทับทิมได้แต่ยักไหล่&lt;br /&gt;“แต่ก่อนเทียนเคยเห็นแฟนทอมของเธอที่กระท่อม…”&lt;br /&gt;“มันก็ธรรมดานี่…เทียนยังเป็น..” เจ้าว่า&lt;br /&gt;“เคยเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน.. ไม่เคยชอบเธอบ้างเลยหรือคะ?”&lt;br /&gt;“แต่ก่อนนอกจากรวยแล้ว  น้องดาไม่มีอะไรเด่นมาก  ถึงทุกวันนี้ก็เหมือนกัน นอกจากรวยแล้วก็ไม่มีอะไรเด่น”&lt;br /&gt;“พี่เจ้าชอบคนเด่นหรือคะ?”&lt;br /&gt;“ชอบคนมีเสน่ห์” เจ้าทำตาหวาน บอกสั้น ๆแค่นี้แหล่ะ แต่หวานไปถึงไหนๆ&lt;br /&gt;“แต่เทียนจน” หล่อนประชดอีก&lt;br /&gt;“คุณมีธุรกิจ มีบ้าน มีรถ มีเงิน… มีหน้ามีตาในสังคม ไม่มีใครเรียกคนที่มีทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้ว่าความจนหรอก”&lt;br /&gt;“แต่ก็จนกว่าคุณดา จนกว่าพี่เจ้า”&lt;br /&gt;“ไม่มีใครมีอะไรเท่ากันหรอก…ถ้าพี่กับน้องดาไม่มีสมบัติพ่อแม่…ลำพังต่อสู้ด้วยตัวเองพี่อาจเป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำก็ได้”&lt;br /&gt;“แต่พี่เจ้าก็โชคดี..”&lt;br /&gt;“คุณควรภูมิใจนะที่ทำมาหากินด้วยตัวเองจนมีวันนี้”&lt;br /&gt;“เทียนภูมิใจค่ะ แต่บางครั้งก็รู้สึกว่ากว่าจะมีวันนี้ได้ ต้องฝ่าฟันอะไรต่อมิอะไรยากลำบากเหลือเกิน ไม่เหมือนคนที่เขามีกองทุนมาแต่เกิด พลาดพลั้งอะไรขึ้นมาก็มีคนคอยอุ้ม ..สบ๊ายสบาย”&lt;br /&gt; เจ้าถอนใจ&lt;br /&gt;“มองโลกในแง่ดีบ้างเถอะ แล้วคุณจะมีความสุขกว่านี้” &lt;br /&gt;“แค่นี้เทียนก็มีความสุขมากแล้วล่ะค่ะ ได้เป็นแฟนเจ้าทับทิม..จริง ๆนะคะพี่เจ้า  เทียนรักพี่เจ้าม้าก มาก.. ทั้งรักทั้งหลง ทั้งหวงทั้งห่วงไปหมด เทียนขี้หึงนะคะพี่เจ้า  ฉะนั้น  ตอนนี้ถ้าพี่เจ้าจะกลับใจ… มันก็สายไปแล้ว”&lt;br /&gt;เจ้าทับทิมเหลือบมองหล่อนอีกหนแล้วหัวเราะ  เอื้อมมือไปจับมือหล่อนลูบไล้ไปมาเบา ๆ&lt;br /&gt;“พี่ว่าตั้งแต่พี่ชอบคุณ พี่ยังไม่เคยเหลวไหลเลยนะ”&lt;br /&gt;“หมดสิทธิ์แล้วล่ะค่ะ” เสียงหล่อนเฉียบขาด&lt;br /&gt;“ดุจัง” เจ้าบ่นงึมงัม  หากแต่ทำให้เทียนหยดยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขที่ฝ่ายนั้นยอมให้ข่ม …&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 20&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; “สวัสดีครับ”…เขาเป็นเด็กหนุ่มผมทองรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ผมหยิกเป็นลอนเล็ก ๆยาวระบ่า ใบหน้าเขาแจ่มใสมีรอยยิ้มเป็นมิตร … และดวงตากลมโตสีครามของเขาชวนมองเหลือหลาย…ปิงฟ้าเงยหน้าขึ้นมาจากภาพวาดก็พบดวงตาสีครามคู่นั้นจ้องมองมา&lt;br /&gt;“สวัสดีค่ะ.. มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”ปิงฟ้าพูดกับเขาเป็นภาษาไทยเพราะเขาทักเธอเป็นภาษาไทยนี่นา เธอคิดว่าเขาเข้ามาเพื่อจะใช้บริการที่ร้าน แต่กลับไม่ใช่&lt;br /&gt;“ no..no…" คราวนี้เขาใช้ภาษาอังกฤษ เขารู้ภาษาไทยแค่สวัสดี ขอบคุณ กินข้าว และคำง่าย ๆอื่นอีกไม่กี่คำเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;“ผมอยากให้คุณช่วย” เขาใช้ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน เด็กหนุ่มผมทองยื่นกระดาษชิ้นหนึ่งให้ดู  มันเป็นชื่อร้านขายสินค้าจำพวกไม้แกะสลักสำหรับเป็นของประดับบ้าน ร้านนี้ปิงฟ้ารู้จัก แต่ค่อนข้างหายากเขาคงไปไม่ถูก&lt;br /&gt;“อะไรหรือปิง?” ตรัยหันมาถาม ปิงฟ้ายื่นกระดาษให้เขาดู&lt;br /&gt;“จ๊างแก้ว(ช้างแก้ว)” เขาพึมพัมชื่อร้านแล้วหันมาถามปิงฟ้าว่า&lt;br /&gt;“ใช่ไหมปิง?”&lt;br /&gt;“คงใช่นะคะ ร้านแกะสลักน่ะค่ะพี่”&lt;br /&gt;“อยู่ชั้นบน” เขาชี้มือ..&lt;br /&gt;หนุ่มผมทองมองตามมือแล้วก็ยิ้ม  ยิ้มอย่างน่ามองทีเดียว  ริมฝีปากของเขาแดงใสระเรื่อ..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1413630981646618663-6173570700246710151?l=vilunda.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vilunda.blogspot.com/feeds/6173570700246710151/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/48.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/6173570700246710151'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/6173570700246710151'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/48.html' title='ตอนที่ 48'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1413630981646618663.post-5836541353862858593</id><published>2009-05-19T23:38:00.001+07:00</published><updated>2009-05-19T23:44:23.545+07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 47</title><content type='html'>“ถูกไหมล่ะฮะ?”&lt;br /&gt;ปิงฟ้าถอนใจ&lt;br /&gt;“ไม่รู้สิ มันยังมาไม่ถึงนี่.. เธอชอบใครพี่ชอบด้วยก็แล้วกัน”&lt;br /&gt;“ง่ายดีนะฮะ..แต่ถ้าพี่ใหญ่ไปชอบคนอื่นผมคงห่วงนะฮะ”&lt;br /&gt;“คิดมากเหมือนตาแก่”เธอว่าเขา&lt;br /&gt;ยิ่งถ้าใครมาชอบพี่นะ…ก่อนอื่นต้องเข้ากับผมให้ได้”เขาหัวเราะ&lt;br /&gt; “พี่ก็รู้นี่ว่าผมเป็นผู้รักษาประตู” &lt;br /&gt;เขายังบ้าบอลไม่เลิก&lt;br /&gt; ปิงฟ้าคิดว่าหากเธอไม่ได้รักคนที่ขี้เหร่ โง่หรือยากจน แต่ถ้าเธอรักผู้หญิง  น้องชายจะว่ายังไง เขาจะรับได้ไหม?พี่สาวล่ะ ยังพ่อแม่ของเธออีก..พวกเขาจะรู้สึกอย่างไร?&lt;br /&gt;พวกเขาจะรับได้อย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 18&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปิดเทอมปีที่ปิงฟ้าขึ้นชั้นมัธยม5 ชั้นเรียนของเธอมีเพื่อนใหม่เพิ่งย้ายมาจากกรุงเทพฯ 1 คน ชื่อวันทนา มีชื่อเล่นว่าหลิน เป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูแบบลูกครึ่งจีน รูปร่างอวบ ซอยผมสั้นดูโดยรวมแล้วเป็นเด็กสาวจิ้มลิ้มน่ามอง&lt;br /&gt;หลินได้รับการดูแลจากเพื่อนและอาจารย์อย่างเป็นพิเศษสักหน่อย ด้วยมีเกร็ดประวัติเล่ากันว่าตอนที่หลินสอบไล่ชั้น ม.4 ที่โรงเรียนเดิมนั้น แม่และญาติของเธอที่มารอรับเธอและน้องสาวที่โรงเรียน ต่างสวมชุดดำไว้ทุกข์ทุกคน..&lt;br /&gt;หลินออกจากห้องสอบชั่วโมงสุดท้ายพร้อมกับรับทราบข่าวร้ายว่าพ่อของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่กัมพูชา!!&lt;br /&gt; แม่ของเธอทนความโศกเศร้าไม่ไหว ขายกิจการบ้านช่องหอบลูกย้ายมาอยู่เชียงใหม่ หลินและน้องจึงต้องย้ายโรงเรียน  ..&lt;br /&gt; หลินไปไหนมาไหนกับกลุ่มของปิงฟ้า หลินเป็นคนเงียบซึมและน่าสงสาร บังเอิญในกลุ่มนั้นมีเพื่อนที่ช่างคุยช่างเย้าแหย่ อาจเพราะเหตุนี้ก็ได้ที่ทำให้หลินชอบที่จะอยู่ในกลุ่มนี้&lt;br /&gt;“ปิงมาจากฮ่องกงหรือ? ดีนะได้เปรียบเรื่องภาษา” หลินว่า&lt;br /&gt;“ได้เปรียบแต่ก็เสียเปรียบ” ปิงฟ้าบอก&lt;br /&gt;“.. ช่าย..” ใครอีกคนในกลุ่มสนับสนุนคำพูดนี้&lt;br /&gt;“เธอไม่เห็นตอนที่ปิงมาใหม่ ๆนี่จ๊ะ ถ้าเห็นนะหลินจะไม่พูดอย่างนี้เลย”&lt;br /&gt;“เมื่อก่อนปิงพูดไม่ชัด”คนหนึ่งบอกเล่า&lt;br /&gt;“แต่เค้าก็อึดมากเลยนะ ใครล้อก็ยิ้ม”&lt;br /&gt;“ยิ้มอยู่ได้” &lt;br /&gt;“ไม่ยิ้มแล้วให้ทำไงเหรอ?จะด่าใครก็ด่าไม่ได้ ด่าไม่เป็น พูดยังพูดไม่ชัดเลย” เพื่อนๆแซวอย่างนี้เสมอ&lt;br /&gt;“พวกเรายังเคยล้อปิงเลย  ล้อกันทุกคนล่ะ แต่ต่อมาเราก็ผูกมิตรไว้ เอาเป็นที่พึ่งเรื่องไวยกรณ์ภาษาอังกฤษ”&lt;br /&gt;“น้องสาวเราเรียนภาษาอังกฤษแย่มากเลย มาอยู่นี่ก็ตกเทสต์อีกแล้ว” หลินส่ายหน้า หน้าที่เศร้า ๆอยู่แล้วยิ่งหมองเข้าไปใหญ่&lt;br /&gt;“อ้าว นี่จะหาครูให้น้องหรอกหรือหลิน?” คนหนึ่งในกลุ่มร้องอ้าว&lt;br /&gt;“เราก็ไม่เก่งนะ  พอเอาตัวรอดได้เท่านั้น แต่เหมยสิ เอาตัวไม่รอด..ไม่รู้จะช่วยยังไงนะ เมื่อก่อนแม่ส่งไปเรียนที่สถาบันภาษาก็แว๊บเรื่อย ไม่ตั้งใจแล้วก็เลยไม่ได้เรื่องอะไรเลย” หลินบ่นไปถอนใจไป&lt;br /&gt;“หลินเห็นน้องแป้งน้องสาวปิงไหมล่ะ?” เพื่อนเอ่ย&lt;br /&gt;“ไม่ใช่น้องแท้ ๆนะเพื่อนบ้านน่ะ” อีกคนต้องเสริมความเข้าใจ&lt;br /&gt;“แต่น้องแป้งอยู่กับปิง ฉันหมายถึงปิงไปรับไปส่งตั้งแต่อนุบาลจนน้องแป้งตามมาเรียนที่นี่น่ะ  สองคนนี่คนหนึ่งสอนไทย อีกคนสอนภาษาอังกฤษแบบซึมซับ เหมือน ๆกับพวกนักเรียนโครงการแลกเปลี่ยนไงล่ะ แต่เค้าไม่ต้องไปต่างประเทศหรอก บ้านใกล้กันก็ซึมซับกันได้ คุยกันทุกวันน่ะน้องแป้งเลยเก่งภาษาอังกฤษ พูดงี้ปร๋อเลย”&lt;br /&gt;“แปลว่า..จะแนะนำให้น้องสาวหลินไปอยู่บ้านเด็กฝรั่งหรือไง?  หรือว่า…ให้ยังไง ?ให้ไปอยู่กับปิงที่บ้านเหรอ?” คนถามเอ่ยถามอย่างข้องใจ&lt;br /&gt;“เอ๊อ ก็ดีนะอยู่กับปิงเดี๋ยวก็เก่ง บ้านนี้เขาพูดหลายภาษา” &lt;br /&gt;เพื่อน ๆคุยกันไป ออกความคิดเห็นกันไปเจ้าตัวได้แต่นิ่งฟังเท่านั้น&lt;br /&gt;“ก็ดีนะถ้าปิงเห็นด้วยน่ะ” หลินว่าแล้วเหลือบมองเพื่อนใหม่อย่างเกรงใจ&lt;br /&gt;“แหมเจตนาแรกก็แค่เสนอให้เรียนพิเศษหรอกนะ” คนเจ้าความคิดเอ่ย อ่อย ๆ&lt;br /&gt;“ฉันไม่ค่อยว่างหรอก” ปิงฟ้าบอกไปตามตรง&lt;br /&gt;“นั่นสิ เลิกเรียนแล้วต้องไปวาดรูปที่ไนท์บาร์ซาร์อีก”หลินเอ่ยเสียงอ่อน&lt;br /&gt;“แหมปิง…”เพื่อนฝูงอุทร&lt;br /&gt;“ภาษาอังกฤษมันสำคัญมากนะ เรียนไม่ดีอย่าหวังว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ พ่อหลินมีความหวังเอาไว้มากที่จะให้หลินกับเหมยเรียนมหาวิทยาลัยให้ได้” ท่าทางหลินน่าสงสาร&lt;br /&gt;“ถ้าปิงรับเหมยไปอยู่ด้วยที่บ้าน ถึงปิงไม่ว่างครอบครัวของปิงก็ช่วยได้นะ เหมือนเด็กโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไง..”เพื่อนสนับสนุน&lt;br /&gt;“ขอปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนก็แล้วกัน”ปิงฟ้าว่า&lt;br /&gt;“เออใช่…หลินก็ต้องไปปรึกษาแม่กับน้องด้วยสิ”พรรคพวกจัดแจงเป็นเจ้ากี้เจ้าการ&lt;br /&gt;เมื่ออยู่กันโดยไม่มีหลิน เพื่อนคนหนึ่งก็เอ่ยถามปิงฟ้าว่า&lt;br /&gt;“ถ้าเกิดครอบครัวเธอตกลงรับยายเด็กนั่นไปอยู่ด้วยจริง ๆ..มันจะดีหรือ?”คนนี้มีความห่วง&lt;br /&gt;“อ้าวทำไมหรือ?” ปิงฟ้าถามอย่างฉงน&lt;br /&gt;“อ้าว! เอ.. ไม่รู้สิ นี่เธอดูไม่ออกหรือไงปิง ว่าเด็กเหมยนั่นน่ะมันเป็นทอม!!” คราวนี้คนพูดกระซิบกระซาบ &lt;br /&gt;ปิงฟ้านิ่งไปชั่วครู่หนึ่งแล้วจึงว่า&lt;br /&gt;“เป็นก็เป็นไม่เกี่ยวกันนี่” &lt;br /&gt;“ไม่กลัวเหรอเผื่อเกิดอะไรยังไงขึ้นมา?”&lt;br /&gt;“ไม่หรอก …” เธอว่า&lt;br /&gt;“มันคงไม่ง่ายอย่างนั้น”&lt;br /&gt;แต่ปิงฟ้าก็คิดอะไรอยู่เงียบ ๆในใจ ความแปลกแยกนั้นมีอยู่จริง ความระแวงก็มีอยู่ มันเหมือนไม่รุนแรงอะไรนัก แต่มันมีอยู่ทั่วไป&lt;br /&gt;ในขณะเดียวกัน ความท้าทายว่า เฮ้..ไม่เป็นไรน่า..นั่นก็มีอยู่เหมือนกัน  &lt;br /&gt;ปิงฟ้าเคยเห็นเด็กเหมยเดินอยู่กับเพื่อน ๆเธอเป็นเด็กตัวผอมสูงแลดูเก้งก้าง แต่ท่าทางว่าต่อไปเธอจะสูงโตได้มากกว่าพี่สาว และท่าทางของเธอนั้นเป็นเด็กชายมากว่าเด็กหญิง…ท่าทางทอมบอยนั่นเอง ท่าทางอย่างนี้แหล่ะที่เพื่อนปิงฟ้าออกจะกลัวและห่วงอยู่ และยิ่งทำให้ปิงฟ้ารู้สึกถึงการแบ่งแยกทางความคิดของคนแต่ละคน ที่คิดต่าง ๆกันออกไป&lt;br /&gt; ...&lt;br /&gt;“เด็กอ่อนภาษาอังกฤษ..” พ่อพึมพัมเมื่อปิงฟ้าเล่าสู่ให้ฟัง&lt;br /&gt;“เราจะเซย์โนก็ได้ค่ะพ่อ” ลูกสาวบอก&lt;br /&gt;“แม่ว่าถ้าแกไม่ถึงกับซุกซน สกปรก หรือมีปัญหาเรื่องกินอยู่มากนัก..ตัวแม่เองไม่มีปัญหานะ” แม่มองตาพ่อและลูกชายที่นั่งด้วยกันในห้องนั่งเล่นนั้น&lt;br /&gt;“พ่อก็ไม่มีปัญหา”พ่อเลิกคิ้วแล้วยิ้มให้&lt;br /&gt;“ศรัณล่ะ?” คุณนภางค์หันไปทางศรัณ&lt;br /&gt;“ผมเป็นผู้ชายใจดีเหมือนพ่อ” เขายิ้ม&lt;br /&gt; “ผมโอเค .”&lt;br /&gt; พ่อยิ้มให้ปิงฟ้า&lt;br /&gt; ปิงฟ้าเล่าเรื่องราวของสองพี่น้องให้พ่อแม่ฟังแล้วคร่าว ๆทำให้เด็ก     เหมยได้รับความเมตตาตั้งแต่ยังไม่เห็นตัว &lt;br /&gt;“แต่…เหมยต้องเข้ามีคิวล้างจาน ถูพื้น ล้างห้องน้ำแล้วก็รีดผ้าของตัวเองเหมือนปิงกับศรัณนะจ๊ะ” คุณนภางค์มีข้อแม้&lt;br /&gt;“แน่นอนค่ะ” ปิงฟ้าเอ่ย  &lt;br /&gt;แต่เธอก็ไม่รู้ว่าเด็กท่าทางอย่างนั้นจะทำได้หรือเปล่า ครอบครัวของสองพี่น้องมีฐานะดี แม่ของเธอขับรถเบ๊นซ์รับส่งลูกทุกวัน แม้นว่าขายกิจการไปหมดแล้ว ทว่าฐานะก็ยังอยู่ในขั้นดี  เด็กเหมยอาจเคยชินกับการมีคนรับใช้คอยรองรับทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ แต่ปิงฟ้าก็อธิบายให้หลินเข้าใจอย่างตรงไปตรงมาว่าถ้าเหมยจะมาอยู่ที่บ้านเธอต้องทำ อะไร ๆเหมือนเธอและน้องชายที่ต้องทำงานบ้านบางอย่างเพราะไม่มีคนรับใช้&lt;br /&gt;หลินจับมือเธออย่างแสนยินดี&lt;br /&gt;“ไม่ต้องห่วงหรอกปิงฟ้า เธอเห็นยายเหมยน้องเราท่าทางอย่างนั้นคงคิดว่าทำอะไรไม่เป็นล่ะสิ  เหมยเป็นเด็กแปลกนะ เค้าชอบทำอาหาร ชอบพับผ้า…ไอ้ที่เธอว่ามาน่ะเหมยทำได้ทั้งนั้น ทำไม่ได้อยู่อย่างเดียวคือข้อสอบ..เราดีใจจังที่ครอบครัวของเธอจะช่วยเหมย ขอบใจจริง ๆนี่ถ้าแม่เรารู้เข้าคงดีใจมากแน่ ๆ”&lt;br /&gt;“แม่เธอดีใจแน่อยู่แล้ว แต่เจ้าตัวเค้าล่ะเค้าว่าไงมั่ง? เธอคุยกับน้องแล้วเหรอหลิน” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยถาม&lt;br /&gt;“ไม่ว่าไงหรอกจ๊ะเหมยยอมไป” หลินบอกพลางยิ้มพลาง&lt;br /&gt;คนถามได้แต่เลิกคิ้ว คิดในใจว่า ยอมไปเพราะ..หนึ่ง อยากได้ดีหรือ สอง…ดีใจที่จะได้ไปอยู่กับปิงฟ้าหรือเปล่าหวา? ...&lt;br /&gt;.. &lt;br /&gt;ดังนั้นต่อมาสามแม่ลูกจึงพากันมาที่บ้านปิงฟ้าในวันหยุด เพื่อแนะนำตัวเองและพูดคุยกับพ่อแม่ของปิงฟ้า และปรากฏว่าถูกอัธยาศัยกันดี&lt;br /&gt; น้องแป้งและแม่ของเธอก็อยู่ร่วมวงสนทนาด้วย พวกเขาต่างพูดคุยกันด้วยบรรยากาศสบาย ๆ แม่ของสองพี่น้องชื่อคุณวันดี เป็นชาวกรุงเทพฯ แต่ความเศร้าเสียใจในการจากไปของสามีทำให้หล่อนเหมือนปิดตัวเองจากสังคม ชีวิตประจำวันได้แต่รับส่งลูกโดยมิได้ทำกิจการงานใด&lt;br /&gt;คุณวันดีเป็นแม่บ้านมาตลอดตั้งแต่แต่งงานจนกระทั้งสิ้นสามี แม้นมีกิจการของสามีตกมาถึงมือ หล่อนก็ไม่สามารถดำเนินงานสืบต่อไปได้ แต่หล่อนก็มีทุนรอนใน ชีวิตอยู่มากไม่เดือดร้อนเท่าใด&lt;br /&gt;“จะทำอะไรก็ห่วงลูกค่ะ..แล้วก็ห่วงว่าตัวเองจะดูแลไม่ดี กลัวจะเสียทั้งเวลาเสียทั้งเงินทอง ลูกเต้าก็ไม่ได้อยู่ใกล้ชิด..เลยคิดว่าให้เขาโต ๆกว่านี้ เรียนจนจบมหาวิทยาลัยเสียก่อนถึงค่อยเริ่มทำอะไรกันสักอย่าง..”&lt;br /&gt;“วันไหนว่างแวะมาดื่มน้ำชาด้วยกันนะคะ” คุณนภางค์เอื้อนเอ่ยแสดงน้ำใจ&lt;br /&gt;“ขอบคุณค่ะคุณนภางค์ แหม!ดิฉันน่าจะเป็นฝ่ายเชื้อเชิญมากกว่า บอกตามตรงว่าเกรงใจจริง ๆค่ะ”&lt;br /&gt;“อย่าคิดอะไรมากเลยครับคุณวันดี เด็กๆ เขาก็เป็นเพื่อนกัน”&lt;br /&gt;คุณนพรัตน์บอก&lt;br /&gt;“บ้านนี้เขาใจดีค่ะคุณวัน อย่างน้องนะคะ ไปไหนมาไหนหิ้วยายหนูมาฝากเอาไว้เรื่อย..”กัลยาเอ่ยพลางหัวเราะร่วน&lt;br /&gt;“แหมคุณแม่ขาไม่ต้องหิ้วก็ได้ค่ะน้องแป้งเดินมาเองได้” น้องแป้งทำให้ทุกคนฮาครืน&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;สัปดาห์ต่อมาเหมยก็ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านปิงฟ้า มีเสื้อผ้าและหนังสือเรียนมาด้วยครบถ้วนเหมือนนักเรียนประจำเข้าพักหอพักเพื่อกวดวิชาโดยตรง&lt;br /&gt;ท่าทางของเหมยนั่นไม่มีใครวิจารณ์ อาจเพราะทุกคนไม่สนใจเรื่องนี้ หรือเพราะอะไรสักอย่างหนึ่งก็ไม่รู้&lt;br /&gt;เหมยเป็นเด็กช่างพูด แต่เธอไม่พูดคะ ขา แต่พูดฮ๊ะแบบทอม ๆทั้งหลาย แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยถึงเช่นเคย อยากฮ๊ะ ก็ฮ๊ะ..แล้วก็ไม่มีใครในบ้านเตือนปิงฟ้าให้ระวังเด็กทอมคนนี้ ปิงฟ้ารู้สึกว่าครอบครัวของเธอมีความไว้วางใจ รู้จักให้เกียรติ์และไม่ล่วงเกินสิทธิ์ส่วนบุคคลของกันและกัน &lt;br /&gt;ดูเหมือนทุกคนในบ้านรวมทั้งตัวเธอเองจะต้องอัธยาศัยกับเหมยดีจนถึงดีมาก  บางวันเมื่อเธอกลับมาจากไนท์บาซาร์ จะเห็นเด็กคนนี้คุยอยู่กับศรัณและน้องแป้งอย่างสนุกสนาน พวกเขาคุยกันด้วยภาษาอังกฤษง่าย ๆมีปนภาษาไทยบ้างพอรู้เรื่อง  ตามประสาเด็ก แล้วก็สนุกด้วยกันเพราะขำกับการเดาผิดเดาถูก..&lt;br /&gt;ห้องนอนของปิงฟ้าหลังจากที่มีสมาชิกใหม่มาอยู่ด้วยก็ดูสะอาดเรียบกริบกว่าเดิม และอาหารบางอย่างบนโต๊ะตอนค่ำก็มีรสชาติแปลกออกไป บางอย่างปิงฟ้าพอรู้ว่าไม่ใช่ฝีมือของแม่&lt;br /&gt;“ไก่นึ่งน้ำจิ้มเผ็ดจี๋ เปรี้ยวจี๊ด..แต่อร่อยดีนะ” แม่บอกในค่ำวันหนึ่ง&lt;br /&gt;“ค่ะ” ปิงฟ้านั่งรับประทานอยู่ที่โต๊ะ&lt;br /&gt;“เด็กคนนี้ชอบทำอาหารจริง ๆทำอร่อยดีด้วย นี่ปิงพาแม่ครัวน้อยมาอยู่ด้วยเชียวนะ” แม่บอกแล้วยิ้มกริ่มชอบใจ มองไปยังเหมยอย่างเอ็นดู&lt;br /&gt;“ปิงไม่ค่อยได้สอนอะไรเท่าไหร่แต่กลับมีอาหารอร่อยกิน ห้องก็สะอาดมาก..ยังไงแม่ช่วยด้วยก็แล้วกันนะคะ”&lt;br /&gt;“เราช่วยกันทุกคนแหล่ะลูก เด็กคนนี้ครอบครัวแกน่าสงสาร มีกันแค่สามคนแม่ลูก แถมเป็นผู้หญิงหมดอย่างนี้.. ช่วย ๆให้เด็กคนนี้ผ่านปัญหาของแกไปได้เร็ว ๆแกจะได้กลับไปดูแลครอบครัว.. พี่สาวกับแม่ท่าทางนิ่ม ๆติ๋ม ๆน่าห่วงเหมือนกันนะ”&lt;br /&gt;คราวนี้ปิงฟ้ารู้แล้วว่าทำไมไม่มีใครวิจารณ์ท่าทางของเหมยเลย..คนที่นี่มองว่า ท่าทางอย่างนี้ในท่ามกลางสมาชิกของบ้านที่มีแต่ผู้หญิง มันช่วยให้มีอะไรเข้มขึ้นมาบ้าง.. ฉะนั้นไม่แปลกอะไร  คิดแล้วเด็กสาวก็ยิ้มออกมา…ทำไมเธอไม่เคยคิดถึงประเด็นนี้บ้างเลยนะ..&lt;br /&gt;ปิงฟ้าใช้เวลาคืนละประมาณหนึ่งชั่วโมง สอนไวยกรณ์แก่เหมย บางทีก็สอนจากการบ้านวิชาภาษาอังกฤษ &lt;br /&gt;“พี่ปิงไม่ดุเลยนะฮ๊ะ” เหมยยิ้มละไมเมื่อมองปิงฟ้าที่โต๊ะเขียนหนังสือในห้องนอน&lt;br /&gt;“พี่จะดุทำไม?”&lt;br /&gt;“ไม่รู้สิฮ๊ะ เหมยคิดว่าพี่ปิงอาจดุ”&lt;br /&gt;“กลัวหรือ?ท่าทางเธอไม่เห็นบอกว่ากลัวพี่เลย”&lt;br /&gt;“แหม กลัวแบบเงียบ ๆก็ได้นี่ฮ๊ะ”&lt;br /&gt;คราวนี้ปิงฟ้าได้แต่นิ่งไป&lt;br /&gt;“พี่ปิงเหนื่อยไหมฮ๊ะ ที่ต้องทำงาน แล้วก็ต้องมาสอนเหมยอีกอย่างงี้”&lt;br /&gt;“แล้วเหมยเหนื่อยไหมล่ะ ที่ขยันทำอาหาร ทำห้องจนสะอาด แถมยังรีดผ้าให้พี่ด้วย เหมยไม่ต้องทำให้พี่หรอก ทำแต่ของตัวเองก็พอ”&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกฮ๊ะ .. ”&lt;br /&gt;“อยู่บ้านไม่เคยต้องทำเอง รถเมล์ก็ไม่เคยนั่ง”เธอว่าเพราะสงสารอยู่เหมือนกัน ทุกเช้าเหมยต้องไปโรงเรียนพร้อมเธอและน้องแป้งกับศรัณด้วยรถเมล์สายที่จะมาจอดที่ป้ายหน้าโรงเรียนอนุบาล&lt;br /&gt;“สนุกดีออกฮ๊ะ เหมยดีใจที่ได้นั่งรถเมล์”&lt;br /&gt;“เอาล่ะ นอนเถอะ” ปิงฟ้าตัดบท&lt;br /&gt;“กู๊ดไนท์ฮ๊ะ”&lt;br /&gt;“กู๊ดไนท์” ปิงฟ้าเอ่ยตอบพลางยิ้ม เหมยเดินไปขึ้นเตียงเล็กของเธออย่างมีความสุข คุณนพรัตน์กางเตียงชนิดพับได้เอาไว้ที่ห้องปิงฟ้าอีกเตียงหนึ่งสำหรับสมาชิกใหม่ เป็นเตียงพับที่มีสำรองไว้สำหรับแขกนั่นเอง มันทำให้ห้องปิงฟ้าแคบลงไปอีกนิด แต่ไม่ถึงกับอึดอัด&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;..&lt;br /&gt;“น้องเราทำอะไรให้เธอรำคาญหรือเปล่าปิงฟ้า?” หลินเอ่ยถามเมื่อน้องไปอยู่กับปิงฟ้าได้ระยะหนึ่ง&lt;br /&gt;“ทำ” เธอบอก&lt;br /&gt;“ตายแล้ว..” หลินอุทาน&lt;br /&gt;“ทำห้องฉันสะอาดเอี่ยม แล้วก็รีดผ้าให้ฉันด้วย..ฉันเลยสบายเหมือนเจ้าหญิงไปเลย”&lt;br /&gt;“จริงเหรอ?” หลินทำตาโตแล้วหัวเราะออกมา&lt;br /&gt;“แล้วยังมาแย่งแม่ฉันทำอาหารด้วย ทีนี้พวกเราแทบจะตกงานกันแล้ว”&lt;br /&gt;“ไม่น่าเชื่อนะ ว่าท่าทางอย่างเหมยน้องเธอจะเป็นแม่ศรีเรือนอย่างที่ปิงบอก” เพื่อน ๆเอ่ยอย่างโล่งอกในอะไรบางอย่าง&lt;br /&gt;“เหมยชอบทำอาหาร แม่ถึงกับบอกว่าอีกหน่อยจะเปิดร้านอาหารให้ จะได้ทำให้สะใจแล้วยังได้ตังค์ด้วย” หลินยิ้มย่องเมื่อเอ่ย&lt;br /&gt;“ภาษาแกจะดีขึ้นหรือเปล่าฉันไม่ค่อยแน่ใจนะ แต่ก็เห็นคุยกับน้องแป้งกับศรัณสนุกกันทุกวัน”&lt;br /&gt;“ของอย่างนี้มันต้องใช้เวลา...” เพื่อนว่า&lt;br /&gt;“เหมยบอกว่าปิงสอนคืนละชั่วโมง”หลินเอ่ยขึ้น&lt;br /&gt;“ไม่ค่อยมีเวลาน่ะ”ปิงฟ้าออกตัว&lt;br /&gt;“โถ.. ปิงฟ้า แค่นี้ก็เยี่ยมแล้วล่ะ” หลินจับมือปิงฟ้าแล้วทำตาแดง ๆ&lt;br /&gt;“เอ้า! แล้วจะร้องทำไม ?”เพื่อนเอ่ยทักท้วง&lt;br /&gt;“เรื่องเล็กน้อย”ปิงฟ้าเอ่ยกับเธอ&lt;br /&gt;“เพื่อนกันไม่ช่วยกันแล้วจะไปช่วยใคร”เธอว่าไปตามที่คิดได้&lt;br /&gt;“เออ.. นั่นสิ ไม่ช่วยเพื่อนจะให้ไปช่วยลิงเหรอ จริงไหม?”&lt;br /&gt;คณะพรรคสนับสนุน..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;วิลันดารู้ข่าวคราวของปิงฟ้าจากกัลยาเสมอ &lt;br /&gt;หล่อนผูกสนิทกับกัลยาด้วยเหตุผลสองประการคือ ต้องการให้กัลยารู้สึกว่ามีพวกในม่อนคำหวานบ้าง และอีกประการ หล่อนอาศัยผู้หญิงคนนี้เป็นผู้สื่อข่าวความเคลื่อนไหวของปิงฟ้า  ซึ่งมักเป็นข่าวที่ได้รับการบอกเล่าโดยที่หล่อนแทบไม่ต้องเอ่ยปากถามไถ่อะไรมากมายเลย&lt;br /&gt;“บ้านโน้นรับเด็กมาอยู่ด้วยคนหนึ่งค่ะคุณดา” นี่คือข่าว&lt;br /&gt;“เด็กที่ไหนคะ?” วิลันดาสนใจ คำว่าบ้านโน้นของของกัลยาหมายถึงบ้านปิงฟ้านั่นเอง&lt;br /&gt;“เด็ก ม. 3 ค่ะ น้องสาวของเพื่อนของปิงฟ้าเค้า มาติวภาษาอังกฤษค่ะ เอ.. จะว่าไงดีคะ เพื่อนปิงเค้าฝากน้องมาอยู่ด้วย ให้ช่วย ๆสอนภาษาอังกฤษให้เด็กคนนี้  เพราะเธอเรียนอ่อนวิชานี้”&lt;br /&gt;“ให้ใครสอนคะ?” วิลันดาสงสัย&lt;br /&gt;“สอนกันทั้งบ้านแหล่ะค่ะ สอนแบบเอาเข้ามาอยู่ในครอบครัวเหมือนเด็ก ไทยอยากเรียนรู้ภาษาและความเป็นอยู่ของฝรั่งก็บินไปอยู่กับครอบครัวฝรั่งหรือเด็กฝรั่งบินมาอยู่บ้านคนไทย อะไรอย่างงี้แหล่ะค่ะคุณดา”&lt;br /&gt;“บ้านนั้นเค้าพูดภาษาอังกฤษกันหรือคะ?”&lt;br /&gt;“ปรกติเขาก็พูดไทยนี่แหล่ะค่ะ แหมก็บ้านคนไทย แต่ให้พูดภาคภาษาอังกฤษเขาก็ยินดีช่วย เด็กคนนี้น่าสงสารค่ะคุณดา พ่อของแกตกเครื่องบินตาย แม่เลยขายกิจการขายบ้านช่องทุกอย่างลงมาสงบจิตใจที่เชียงใหม่นี่”&lt;br /&gt;“หรือคะ?เอ้อ…แล้วสอนกันได้ผลไหมคะ?”&lt;br /&gt;“ยังไม่รู้ผลหรอกค่ะคุณดาขา แต่ก็คงดีขึ้นบ้างล่ะนะคะ ต้องรอผลเทสต์ครั้งต่อไป บ้านนี้เค้าใจดีค่ะ อารีเอื้อเฟื้อ น่ารักจริง ๆน้องแป้งเองก็ได้ผลความใจดีของคนบ้านนี้แหล่ะค่ะคุณดา แกเลยสนใจภาษาอังกฤษได้เปรียบเพื่อน ๆ”&lt;br /&gt;“คุณกัลเองก็เก่งภาษานี่คะ ทำงานบริษัทฝรั่งมาหลายปี”&lt;br /&gt;“อุ๊ย! ..ทำกับฝรั่งก็จริงแต่กับลูกกับเต้าไม่ค่อยได้สอนหรอกค่ะ น้องแป้งนี่ก็แปล๊กแปลก แม่พูดภาษาฝรั่งด้วยจะต้องหัวเราะทุกที ทีกับเด็กสองคนนั่นล่ะก็เลียนปากคำกันดิบดีเชียว”&lt;br /&gt;“เด็กที่มาอยู่กับปิงฟ้าโตแล้วนี่คะ ม.3 ใช่ไหมคะที่บอกเมื่อกี้?” หล่อนว่า&lt;br /&gt;“ค่ะ แหมแกขยันนะคะ ทำกับข้าวอร่อยดีเสียด้วย ทำอะไรต่ออะไรสะอาดเรียบร้อย วันก่อนทำขนมบัวลอยน้ำขิงง่าย ๆนะคะไม่คิดว่าจะอร่อยขนาดนั้น ยายแป้งทานเข้าไปตั้งสองชามแน่ะ”&lt;br /&gt;ข่าวที่ได้จากกัลยาทำให้วิลันดาหงุดหงิด  &lt;br /&gt;และยิ่งเต็มไปด้วยความเหงา เดียวดาย และความว้าวุ่นกังวลใจ&lt;br /&gt;เด็กที่มาอยู่ด้วยจะเป็นอย่างไรนะ…ข่าวที่ได้ทำให้หล่อนยิ่งคิดถึงปิงฟ้า เหลือเกิน ยิ่งได้ยินชื่อยิ่งคิดถึง คิดถึงอย่างร้อนรุ่มอยู่ไม่เป็นสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทที่ 19&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิลันดาขับรถเหมือนเลื่อนลอยออกจากโรงเรียน เมื่อรู้ตัวอีกทีหล่อนก็ยืนอยู่บนทางเท้าของถนนสายจอแจที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศและบรรดาพ่อค้าแม่ขาย  &lt;br /&gt;มีสินค้าแผงลอยให้ซื้อหาเรียงรายระดะไปทั้งสายถนน..หล่อนเดินช้า เบียดกับคนมากมายด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหมอง และที่สุด หล่อนก็แอบซุ่มเฝ้ามองปิงฟ้าทำงานที่นั่น…มองเห็นปิงฟ้าแล้วหล่อนยิ้มอย่างขมขื่นใจ&lt;br /&gt;ปิงฟ้า..เธอเป็นอย่างไรบ้าง? สบายดีหรือ?&lt;br /&gt;ปิงฟ้ายามนั่งวาดภาพ เต็มไปด้วยสมาธิ สงบนิ่งและแน่วแน่..&lt;br /&gt;วิลันดาอยากเดินเข้าไปใกล้อีกนิด แต่หล่อนกลัวว่าอีกฝ่ายจะมองเห็นหล่อนเข้าให้...หล่อนกลับขึ้นมาจากชั้นใต้ดินนั้นเหมือนคนไร้วิญญาณ คนที่เหลือเพียงร่างที่ว่างเปล่า..เบียดเสียดผู้คนจนเซซุนไปมาไม่มีมือใครมาฉุดยึด..&lt;br /&gt;หล่อนมาถึงรถ แล้วขับออกมา วิลันดาขับรถเรื่อยเปื่อยขึ้นดอยสุเทพฯโดยไม่เกรงกลัวการถูกจี้ปล้นอย่างที่เคยกลัว ขึ้นดอยคนเดียวยามค่ำมืดอย่างนี้ไม่ค่อยมีใครปฏิบัติโดยเฉพาะผู้หญิง..&lt;br /&gt;แต่หล่อนอยากขึ้นที่สูง…จอดรถที่ริมทางเดินลงไปยืนดูทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองเชียงใหม่  .. ภาพที่ปรากฏแก่สายตาเมื่อมองลงมาจากตรงนั้นคือเมืองเชียงใหม่ที่ระยิบระยับอยู่เบื้องล่างดั่งเมืองตุ๊กตาที่มีแสงสีสวยงาม&lt;br /&gt;สะพานข้ามแม่น้ำปิงด้านโน้นสองสะพานมองเห็นคู่ขนานใกล้กันแค่คืบ  .. แม่น้ำปิงไหลรี่…ปิงฟ้าแปลว่ามีฟ้าอยู่ในลำน้ำแม่ปิงหรืออย่างไร?  ..&lt;br /&gt;เธอรักเมืองนี้ รักลำน้ำ แผ่นฟ้า และภูผาม่อนดอยของที่นี่หรือเปล่า? ผูกพันบ้างไหม? หรือไร้สิ้นไม่มีเยื่อใยใด ๆ ในใจของเธอเลย…&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;วิลันดาลงมือแกงฮังเลทั้งที่มิได้อารมณ์ดีที่จะทำแต่อย่างใด แต่หล่อนลงมือทำด้วยแรงกดดันเหมือนเด็กขี้อิจฉาคนหนึ่งอย่างนั้นแหล่ะ &lt;br /&gt;แกงฮังเลกระท้อนหอมหวาน รสอมเปรี้ยวอมหวานเค็มมัน และเผ็ดเล็กน้อยกำลังดี มันสำเร็จได้ด้วยอารมณ์ริษยา..&lt;br /&gt;หล่อนริษยาเด็กคนนั้นที่หล่อนไม่เคยเห็นหน้า c]tไม่เคยรู้จักมาก่อน.. ริษยาเพียงเพราะเด็กคนนั้นอยู่กับปิงฟ้าอย่างใกล้ชิด.. อย่าให้ใครล่วงรู้ความคิดนี้เข้าเชียวนะ…&lt;br /&gt;“หอมจังค่ะคุณขา” ป้าพิณแม่บ้านยืนชมอยู่เบื้องหลัง&lt;br /&gt;“แบ่งไปบ้านคุณฤกษ์กับบ้านพี่เอก..แล้วก็..”&lt;br /&gt;“บ้านคุณจา”ป้าเอ่ยเสริมขึ้นอย่างรู้ใจ&lt;br /&gt;“วันนี้แกงหม้อใหญ่แจกทั่ว” แกยิ้มย่อง แต่นายไม่ยิ้มด้วย หล่อนวางทัพพีอย่างเนือย ๆแล้วไปอาบน้ำแต่งตัวออกไปข้างนอก&lt;br /&gt;ข้างนอกของวิลันดาคือขับรถออกไป ผ่านถนนสายนั้นเชื่องช้า แล้วเลยไปนั่งห้องขันโตกในโรงแรมที่เคยไปกับปิงฟ้าครั้งแรก…&lt;br /&gt;ครั้งที่มิตรภาพเริ่มต้นอย่างสดใส ดวงตาตื่นเต้นของปิงฟ้ายังอยู่ในความทรงจำ..&lt;br /&gt;อาหารที่นี่วันนี้อร่อยไหม? ..ไม่รู้หรอก หล่อนรู้แต่ว่าหล่อนมาหา บรรยากาศเก่าเพื่อดื่มด่ำกับมัน  &lt;br /&gt;หล่อนกลับไปลัดเลาะผ่านถนนสายนั้นอีกหน แล้ววนรถผ่านสะพานนวรัฐ  สะพานสีขาวสะอาด พาดข้ามลำน้ำแม่ปิง แม่น้ำที่ผ่าเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองอกแตก!!!&lt;br /&gt;หล่อนรักแม่น้ำนี้ขึ้นอีกเยอะเมื่อรักปิงฟ้า…&lt;br /&gt;ปิงฟ้ารู้ที่มาแห่งชื่อตัวหรือไม่หนอ?..และจริง ๆแล้ว ความหมายในชื่อของปิงฟ้าเป็นอย่างคิดหรือเปล่า?&lt;br /&gt; ..&lt;br /&gt;“ฮัลโล.. วันนี้น้องดาทำกับข้าวอีกหรือเปล่าคะ?” &lt;br /&gt; ฤกษ์ฤทธิ์โทรศัพท์มาหาหล่อนตอนบ่ายวันหนึ่ง&lt;br /&gt; “อารมณ์ดีจังนะคะ”  &lt;br /&gt; “ก็โทรมาชม…ว่าแกงฮังเลสะท้อนลำแต๊ลำว่า” (ลำ*อร่อย  ลำแต๊ลำว่า* อร่อยมาก)&lt;br /&gt; “ขอบคุณค่ะ”&lt;br /&gt;“จะชวนไปดูภาพเขียน” เขาว่า วิลันดานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ดีเหมือนกัน..&lt;br /&gt; “ที่ไหนคะ?”&lt;br /&gt;“กาดสวนแก้วนี่เอง ตอนค่ำนะ อืม..ไม่ค่ำสิไปเย็น ๆนะคะดูเสร็จแล้วไปทานข้าวกันต่อ”&lt;br /&gt;“แล้วคุณกัล?”&lt;br /&gt;“ควงสองเลยสิคะ น้องแขนซ้ายคู่หมั้นแขนขวา”เขาหัวเราะมาตามสายอย่างสบายอารมณ์&lt;br /&gt;“ไม่เกะกะหรือคะ?” หล่อนอดยิ้มไม่ได้&lt;br /&gt;“ไม่เกะกะหรอกน้องดา  อ้อ..งานนี้ศิลปินหญิงรวมพลังนะน้องดา มากันเป็นทีมเลยน่าสนใจมาก”&lt;br /&gt;เขาทำให้หล่อนคิดถึงปิงฟ้าอีกแล้ว&lt;br /&gt;“ติดธุระหรือเปล่าน้องดา?”เขาถามมาอีก&lt;br /&gt;“เปล่าค่ะ..ไปค่ะ”&lt;br /&gt;“ตกลงจะไปรับนะคะ  ซัก 6 โมงก็แล้วกัน ”&lt;br /&gt;“ค่ะ ก็ได้ค่ะเอาน้องแป้งไปด้วยสิคะ”หล่อนว่า&lt;br /&gt;“น้องแป้งก็ต้องศรัณ แล้วก็ต้องพี่ปิงฟ้าด้วยสิ.. ดูก่อนนะคะน้องดาดู ๆ แล้วมันเป็นขบวนใหญ่เชียวนะ”    &lt;br /&gt;“เอาเป็นว่า6โมงดารอคุณฤกษ์มารับก็แล้วกัน”&lt;br /&gt;“ดีค่ะงั้นค่อยเจอกันตอนเย็น อ้อ! บอกคุณแม่บ้านให้เรียบร้อยแล้วล่ะ จะได้ไม่ต้องทำกับข้าวให้เก้อ”&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;หล่อนวางกระบอกโทรศัพท์ลง..และทำงานบนโต๊ะต่อไปเหมือนเครื่อง จักรกลที่ทำงานตามหน้าที่ไปเรื่อยๆ หล่อนทำงานหนัก.. หล่อนน่าสงสาร..ความคิดของปิงฟ้าช่างน่าตื้นตันใจ..&lt;br /&gt;แต่ความคิดของปิงฟ้าอีกเช่นกันที่ทำให้หล่อนปวดร้าวใจเหลือเกิน&lt;br /&gt;ฤกษ์ฤทธิ์มารับหล่อนตอนเย็นมีกัลยาคู่หมั้นนั่งรถมาด้วย&lt;br /&gt;“ไม่ชวนน้องแป้งมาด้วยหรือคะ?” หล่อนถามเมื่อก้าวเข้าไปนั่งในรถ &lt;br /&gt;“น้องแป้งจะไปกับพี่ ๆวันหยุดค่ะ เค้าไปกันทั้งครอบครัว ลูกสาวกัลเลยรวมเป็นครอบครัวเดียวกับเขาไปด้วย” บอกแล้วกัลยาก็หัวเราะพลางส่ายหน้าไปมา&lt;br /&gt;“แล้วเด็กที่อยู่ด้วยล่ะคะ?”หล่อนถาม&lt;br /&gt;“อ๋อ.. เด็กเหมย..ใช่..เด็กเหมยก็รวมเป็นครอบครัวนี้ด้วยเหมือนกัน ดีนะคะ ไปไหนไปด้วยอย่างนี้ เรียนระบบนี้น่าสนใจ.. เดี๋ยวนี้เขามีโครงการเชิญพวกฝรั่งที่ปลดเกษียณอายุมาอยู่เมืองไทยนี่คะคุณดา  เห็นว่าเขาทำเป็นหมู่บ้านประเภทรีสอร์ทแบบพักตากอากาศ แล้วก็ให้คนแก่พวกนี้มาสอนเด็กของเรา เข้าใจคิดนะคะ ให้เด็กมาคลุกคลีกับคนแก่ เด็กได้เรียนภาษาอังกฤษ คนแก่มีกิจกรรมที่มีประโยชน์ชีวิตก็มีค่า”&lt;br /&gt;“เด็กเหมยแกไม่กลับบ้านบ้างหรือคะ?” วิลันดาทำทีว่าไม่สนใจนัก &lt;br /&gt;“ไม่ล่ะค่ะ  รู้สึกว่าตั้งแต่มานี่ยังไม่เคยกลับเลย มีแต่แม่กับพี่สาวมาเยี่ยม มาทานข้าวด้วยบ่อย ๆ”&lt;br /&gt;“เลยกลายเป็นเพื่อนกันไปแล้ว” ฤกษ์ฤทธิ์คาดคะเนอย่างอารมณ์ดี&lt;br /&gt;“ค่ะ..คุณวันดีแม่ของเหมยอายุมากกว่าพี่นภางค์สองปีเอง แกน่าสงสารนะคะคุณฤกษ์  สามีตาย คุณวันดีไม่เคยทำกิจการเลยไม่กล้าทำ อีกอย่าง ตอนสามีอยู่ก็เอาแต่ทำงานไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก คุณวันดีเธอรักลูกมากไม่อยากต่องานของสามีเพราะกลัวลูกมีปัญหาด้วย”&lt;br /&gt;“ถ้ามีเงินกองคลังมากพอก็ไม่ลำบากหรอก” ฤกษ์ฤทธิ์ออกความเห็น&lt;br /&gt;“เรื่องลำบากคงไม่ลำบากหรอกค่ะ  รู้สึกว่าคุณวันดีเธอจะมีระเบียบเรื่องเงินทองอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แต่เธอน่าสงสาร เพราะสีหน้าเธอเศร้าหมองเหลือเกิน..”&lt;br /&gt;“ธรรมดาน่า นะน้องดานะ…”&lt;br /&gt; “แหม..ไม่ทราบสิคะ”&lt;br /&gt;“เออ น้องดา ทานแกงฮังเลของน้องดาวันก่อนแล้วคิดถึงวันทำบุญปากปีจังเลย”เขาเปลี่ยนเรื่องเสียใหม่&lt;br /&gt;วิลันดาคิดถึงประเพณีสงกรานต์.. อาหารที่เตรียมทำบุญต้องมีแกงฮังเลเสมอ &lt;br /&gt;สำหรับอาหารอื่นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบ้าน แต่ต้องมีแกงฮังเลทุกบ้าน ..แกงนี้จึงเป็นดั่งสัญลักษณ์ของวันสงกรานต์สำหรับคนที่นี่ และชาวเหนือเรียกวัน  สงกรานต์ว่าวันปี๋ใหม่เมือง  เรียกวันทำบุญสงกรานต์ว่าวันทำบุญปากปี หมายถึงต้นปีนั่นเอง&lt;br /&gt;แกงฮังเลถือว่าเป็นอาหารชั้นดีของชาวเหนือมาแต่โบราณ ว่ากันว่าแต่เดิมเรารับจำมาจากพม่า  ซึ่งพม่าน่าจะรับจำมาจากอินเดียอีกที  ด้วยมีกลิ่นอายเครื่องเทศที่หอมหวน ทว่า.. ทุกวันนี้เมื่อมาเป็นอาหารตำหรับชาวเหนือแล้วอย่างนี้ หากย้อนกลับไปสู่ที่มาดั้งเดิมจริง ๆคนพม่าหรืออินเดียจะรู้จักแกงนี้หรือไม่ไม่ทราบได้…&lt;br /&gt;งานบุญปากปีทีไรแกงฮังเลเป็นแกงที่ต้องแกงกันทุกบ้านทุกหลังคาเรือนแล้วมักจะไปเหลือบานเบอะที่วัด  วันต่อมามันก็จะกลายเป็นแกงใหม่อีกชนิดหนึ่ง หลังจากที่เหลือแล้ว ถูกแต่งเติมด้วยหน่อไม้เปรี้ยว วุ้นเส้น และบรรดาเครื่องเผ็ดต่าง ๆกลายเป็นแกงโฮะ ซึ่งคำว่าโฮ๊ะนั้นแปลว่ารวมนั่นเอง&lt;br /&gt;“พรุ่งนี้ทานแกงโฮ๊ะไหมล่ะคะ” วิลันดาแกล้งหยอก แต่หน้าตาหล่อนก็ไม่สดชื่นสักเท่าไหร่&lt;br /&gt;กัลยานั่งคู่กับคนขับ ไม่เห็นสีหน้าที่ดูเหงาของหล่อน และถึงเห็นก็อาจไม่สังเกต เพราะไม่ช่างจับสังเกต กัลยาจึงหัวเราะคิกคักเพราะคิดถึงวันปากปีกับแกงฮังเลและแกงโฮะเหมือนกัน&lt;br /&gt;“แม่สอนไว้ค่ะคุณฤกษ์ขา ว่าห้ามยกแกงฮังเลไปให้ใครวันปากปี  แล้วอีกวันก็ห้ามยกแกงโฮ๊ะ..”&lt;br /&gt;“ลาบกับแกงอ่อมไม่เป็นไรใช่ไหม?” ฤกษ์ฤทธิ์ว่าแล้วก็หัวเราะสนุก&lt;br /&gt;“ไม่รู้เป็นไง ทำไมต้องแกงกันทุกบ้าน?” เขาสงสัย&lt;br /&gt;ปรกติวิลันดาคงสนุกไปด้วยด้วย  แต่หัวใจหล่อนมันไม่ยอมสนุก..&lt;br /&gt;นิทรรศการภาพเขียนของกลุ่มศิลปินหญิง มีคนสนใจมาก เนื่องจากชื่อเสียงที่ตัวจิตรกรได้สั่งสมมานาน  ..ปิงฟ้าก็จะมาที่นี่ในวันหยุดที่จะถึงนี้  มาเดินดูภาพศิลปะเหล่านี้เหมือนที่หล่อนเดินดูด้วยความสนใจในวันนี้    &lt;br /&gt;เสียงเพลงบรรเลงของศิลปินทางดนตรีชาวญี่ปุ่นผู้น่าทึ่งบรรเลงคลอเคล้าบรรยากาศในห้องนิทรรศการ…บทเพลงชุดเส้นทางสายไหมของ “คิทาโร่” ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางความงามที่มีมนต์  &lt;br /&gt;ทั้งดนตรี และภาพศิลปะที่แสดง ทำให้จิตใจที่รุ่มร้อน หรือความเร็วแรงต่าง  ๆ มันชลอลง…ช้าลง สงบลง แม้นไม่ถึงกับสงบราบคาบ…&lt;br /&gt;นี่คือความดีงามของศิลปะล่ะ .. ความดีที่สามารถกล่อมเกลาจิตใจของมนุษย์ให้กลมกลึงเรียบลง  ..ให้มองเห็นความงาม ให้รู้จักมองหาความนัยที่ซอกซ่อนอยู่ในความสลับซับซ้อน และให้รู้จักจินตนาการไม่รู้จบรู้สิ้น…&lt;br /&gt;วิลันดาปลีกตัวออกมาเดินต่างหาก ปล่อยให้คู่รักเดินคลอกันตามสบาย  ผู้คนที่เดินชมภาพในห้องนิทรรศการ ส่วนใหญ่เดินเชื่องช้า ชื่นชมอย่างสงบ จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์บ้างก็เบาพอได้ยินกันระหว่างกลุ่มตน  &lt;br /&gt;มารยาทในการชมงานศิลปะคล้าย ๆ มารยาทในการใช้ห้องสมุด..&lt;br /&gt;วิลันดาเห็นผู้สื่อข่าวหลายคนที่หน้าห้อง และที่นั่น เจ้าของผลงานตั้งโต๊ะแจกแผ่นพับพร้อมแจกลายเซ็นอย่างใกล้ชิด&lt;br /&gt;หล่อนอดจินตนาการถึงอนาคตของศิลปินปิงฟ้าไม่ได้…วันหนึ่ง ปิงฟ้าจะต้องจัดแสดงผลงานอย่างนี้เช่นกัน  ปิงฟ้าอาจแต่งตัวด้วยชุดขาว หากมิใช่ขาวอย่างจะจำศีลภาวนา  แต่แต่งขาวก็เพราะเธอชอบสีขาว…&lt;br /&gt;ในจินตนาการ…หล่อนเห็นปิงฟ้ารวบผมเป็นมวย ผูกด้วยผ้าลูกไม้ชั้นดีที่งดงามอ่อนหวาน  หล่อนไม่เคยมีจินตนาการเห็นปิงฟ้าแต่งตัวแบบสาวทอมบอย.. คิดไม่ออกสักนิดว่าถ้าปิงฟ้ามีผมสั้น สวมเสื้อเชิ้ตร์กับกางเกงคล้ายชาย..จะเป็นอย่างไร?&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1413630981646618663-5836541353862858593?l=vilunda.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vilunda.blogspot.com/feeds/5836541353862858593/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/47.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/5836541353862858593'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/5836541353862858593'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/47.html' title='ตอนที่ 47'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1413630981646618663.post-7874521475852415571</id><published>2009-05-19T23:18:00.001+07:00</published><updated>2009-05-19T23:21:31.817+07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 46</title><content type='html'>คืนนั้น  ..&lt;br /&gt;วิลันดานอนกอดปิงฟ้าตั้งแต่เข้านอน ไม่นานช้าฝ่ายนั้นก็หลับไปอย่างง่ายดาย ส่วนหล่อนยังลืมตาอยู่ในอ้อมกอดนั้นจนล่วงเข้าดึกดื่นจึงเคลิ้มหลับไปเช่นกัน  ..&lt;br /&gt;มันเป็นนิทราที่แสนหวาน..ทว่า! เมื่อปิงฟ้าขยับตัวผละออกวิลันดาก็รู้สึกตัว  และรู้สึกเวิ้งว้างเดียวดายขยับตามไปชิด  &lt;br /&gt;ครู่ใหญ่ฝ่ายนั้นจึงพลิกกลับมาโอบกอดหล่อนไว้อีก  &lt;br /&gt;คราวนี้หล่อนยิ้มอยู่ในความมืด..น้ำตาปริ่มขอบตา  &lt;br /&gt;หล่อนรู้สึกอยากจูบปิงฟ้าสักหน จูบ..จูบเหมือนเจ้าทับทิมจูบหล่อนหนแรก  &lt;br /&gt;แต่!  ไม่เหมือนเสียทีเดียวกระมัง หล่อนคิดว่าหล่อนรักปิงฟ้ามากกว่านั้นมากมาย หล่อนไม่เหมือนเจ้าทับทิมและปิงฟ้าก็ไม่เหมือนหล่อนไม่เหมือนเจ้าทับทิม..&lt;br /&gt;หากหล่อนกับปิงฟ้ารักกัน…หล่อนและปิงฟ้าคงไม่มีใครใหญ่เหนือใคร ปิงฟ้าจะเจ้าชู้ไหมนะ? หล่อนไม่เคยเห็นแววอย่างนั้นจากคน ๆนี้หูตาของปิงฟ้าไม่เคยแพรวพราว &lt;br /&gt;แต่ปิงฟ้าก็มีเสน่ห์นิ่งลึก ตาที่ไม่วับวาวพราวระยับนั้นกลับเป็นตาที่มีความลึกแลนิ่งสงบ หากมันกลับทำให้คนมองรู้สึกถูกเร้าอย่างประหลาด&lt;br /&gt;  ..&lt;br /&gt;เช้ามืดหล่อนหายดีแล้วออกไปตรวจสวน ปิงฟ้ามิได้ท้วงติงแต่ก็ไม่ ตามออกไปด้วย &lt;br /&gt;ความจริงมันไม่ใช่ธุระอะไรที่เธอจะต้องตามไปทุกที่ แต่วิลันดาก็รู้สึกหงอย  หล่อนขับรถไปคิดไป.. หรือความจริงปิงฟ้าไม่คิดไม่รู้สึกอะไรเลย หล่อนเป็นแค่ผู้หญิงผู้ใหญ่คนหนึ่งที่สนิทสนมกันระดับหนึ่งเท่านั้น…แล้วก็เท่านั้น…&lt;br /&gt;ทุกสิ่งเป็นที่หล่อนรู้สึกรู้สมเอาแต่ฝ่ายเดียว ปิงฟ้าจะรู้หรือก็หาไม่ ว่าหล่อนรักหลง หลงรักหลงใคร่แทบจะขาดใจ ...&lt;br /&gt;ตอนสายหล่อนนั่งมองปิงฟ้าลงสีฉากหลังของภาพ แรก ๆยังไม่มีรูปร่างอะไรน่าสนใจ มันแลเหมือนการป้ายสีเล่นเป็นสีอ่อน ๆเลือน ๆแต่ก็พอมองรู้อยู่บ้างว่าคือสีของท้องฟ้าสีของทิวเขาที่ไกลลิบ ๆแต่มันยังไม่สวยเลย&lt;br /&gt;ตกบ่ายท้องฟ้าและทิวเขาในภาพเริ่มชัดขึ้นมาแล้วปิงฟ้าก็ลงสีกระท่อม…&lt;br /&gt;“แหมไม่ใช่ของง่ายนะคะปิงฟ้า” หล่อนออกความเห็น แต่มองปิงฟ้าอย่างทึ่งปนชื่นชม ดวงตาหล่อนหวานละไมน่ามองนักหนา&lt;br /&gt;“ไม่ยากเกินไปหรอกค่ะ”&lt;br /&gt;“คุณเชื่อว่าปิงทำได้”&lt;br /&gt;คราวนี้จิตรกรยิ้มอ่อนโยน&lt;br /&gt;“อย่าเชื่อมากเกินไป” &lt;br /&gt;“แหม”&lt;br /&gt;“งานชิ้นแรกบอกไม่ได้หรอกค่ะว่าจะออกมายังไง แต่ก็ทำเต็มที่”&lt;br /&gt;“คุณถ่ายรูปเอาไว้เป็นระยะ ๆนะคะ ได้ไหม?”&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;“ถ่ายปิงด้วยนะคะ”&lt;br /&gt;ปิงฟ้าได้แต่ยิ้ม มองเห็นแววหวานนั้นจากหล่อนอีกแล้ว มันโจ่งแจ้งเหมือนหล่อนเปิดหน้าต่างไว้กว้าง  .. &lt;br /&gt;แต่เธอก็ชอบมันแม้นจะรู้สึกแปลกๆแฝงอยู่ด้วย เธอคิดถึงคุณเปรมจิตคิดถึงแจ้ และคิดถึงใครต่อใครที่เคยรู้จัก..คนที่มีลักษณะเป็นหญิงคล้ายชายทั้งหลายที่เธอเคยรู้จักเคยพบเคยเห็น…&lt;br /&gt;วิลันดากำลังใส่ความรู้สึกเหล่านี้ในตัวเธอหรือ? .. ปิงฟ้ารู้สึกอย่างนั้นจากสายตาจากการกระทำหลายอย่าง แต่เธอก็บอกกับตัวเองว่าไม่หรอกน่า.. ไม่..&lt;br /&gt;แต่ขณะที่ความรู้สึกมันปฏิเสธว่าไม่อยู่นั้น ปิงฟ้ากลับกอดผู้หญิงดี้คนนี้เอาไว้ในราตรี  สองคนกอดกันเหมือนต่างถูกส่งมาเกิดเพื่อแสวงหากัน แต่ปรากฏว่าเมื่อพบเจอกันแล้วคนสองคนที่ว่านั้นกลับเป็นมนุษย์เพศเดียวกัน!!!&lt;br /&gt;หรือการใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างผู้หญิงสองคนอาจทำให้เกิดความผิดพลาดบางประการหรือว่า  มันเป็นอย่างนี้เอง…โลกนี้มีผู้ชายกับผู้หญิงแต่…ก็มีผู้ชายที่อยากเป็นผู้หญิงที่เรียกกันว่ากระเทย และมีผู้หญิงที่อยากเป็นผู้ชายที่เรียกกันว่าทอมบอย&lt;br /&gt;แล้วยังมีผู้ชายที่รักกระเทย  และมีผู้หญิงที่รักกับทอมซึ่งเรียกกันว่าเลดี้ หรือดี้..&lt;br /&gt;นอกจากนี้ยังมีผู้ชายที่ไม่ใช่กระเทย แต่เป็นผู้ชายที่มีคนรักเป็นผู้ชาย..ที่เรียกว่าเกย์ ซึ่งแบ่งแยกออกไปอีกเป็นเกย์คิงและเกย์ควีน&lt;br /&gt;และมีผู้หญิงที่ไม่ใช่ทอมบอยแต่ก็มีความรักกับผู้หญิงด้วยกัน…ที่เรียกว่า     เลสเบี้ยน &lt;br /&gt;คนพวกนี้ “ปรารถนา”จะเป็นเช่นนี้หรือ ? &lt;br /&gt;ปรารถนาจะแตกต่างจากผู้คนส่วนใหญ่หรือ?&lt;br /&gt;หรือมันเป็นอย่างนี้เอง…เป็นไปตามธรรมชาติ..!!!&lt;br /&gt;  ..&lt;br /&gt;เด็กสาวรู้สึกว่าเธอยังอายุน้อย และฟ้านี้ก็ออกจะกว้างใหญ่มีผู้คนมากมายอยู่ใต้ฟ้า บางที.. ผู้หญิงคนนี้อาจเป็นเพียงกับดักหนึ่งในชีวิตของเธอ กับดักอันแรกที่จะดักให้เธอหลงไป ความรู้สึกที่เสมือนว่าสองคนดึงดูดผูกพันต่อกันนั้นอาจไม่จริง อาจเป็นแค่ความรู้สึกลวงเท่านั้นก็ได้&lt;br /&gt;คราวนี้รู้สึกยุ่งเหยิงมากจนต้องเลิกคิดไปเสีย  ความจริงไม่มีอะไร.. เธอเองยังต้องเรียนรู้ชีวิตในโลกนี้ไปอีกยาวนาน สิ่งที่เกิดขึ้นแปลก ๆเหล่านี้ก็แค่ประสบการณ์  ไม่มีอะไรมากกว่านั้น  &lt;br /&gt;ภาพนั้นเป็นรูปเข้าร่างขึ้นเรื่อย ๆ ปิงฟ้าทำงานทุกวัน วิลันดาก็ทำงานของหล่อนเช่นกันหล่อนเผากุหลาบ 10 ไร่ แล้วปล่อยผืนดินเอาไว้อย่างนั้น&lt;br /&gt; ฝนหายไป  อากาศเริ่มแห้งสมฤดูกาลของมันแต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าก่อนสงกรานต์มักมีลมฝนเทลงมาอีก เขาเรียกกันตามประสาชาวบ้านว่าฝนปากปี คราวนี้นอกจากฝนแล้วต้องระวังลมอีกด้วย&lt;br /&gt;เด็กตุ้มตามแม่มาที่กระท่อมเป็นบางวันเท่านั้น บางวันอยู่เล่นกับเพื่อนคราวเดียวกันที่บ้านพักคนงาน เพราะนางตุ๊กลัวลูกสาวซุกซนอาจวิ่งชนภาพของปิงฟ้าระเนระนาดไป &lt;br /&gt;วันใดที่แม่หนูวิงวอนขอติดสอยห้อยตามมาด้วย เธอต้องอยู่ห่างปิงฟ้าและภาพให้มากที่สุด ปิงฟ้าเห็นเด็กตุ้มแล้วคิดถึงน้องแป้งว่าคงเหงาน่าดู ตอนเธอกับน้องชายไปฮ่องกงกันปีก่อน เมื่อกลับมาน้องแป้งถึงกับวิ่งร้องไห้โผนเข้าหา&lt;br /&gt;จารึกหลานสาวของวิลันดาโทรศัพท์หาคุณน้าบ่อย ๆนี่ก็คิดถึงอีกเหมือนกัน เพราะคุณน้าเข้ามาอยู่ในสวนติดต่อกันนานสิบวันเข้าให้แล้ว&lt;br /&gt;ตามปรกติในตอนปิดเทอม วิลันดาจะเข้ามาอยู่ในสวนสี่ห้าวัน แล้วออกมานอนในเวียงค์ 1 หรือ 2 วัน บางทีก็ไปค้างที่บ้านหลาน แล้วจารึกก็จะเกาะติดคุณน้าเข้าสวนมาด้วย แต่คราวนี้คุณน้าหายไปนานโดยยังไม่กลับเข้าเวียงค์สักวันเดียว หล่อนบอกหลานสาวคนโปรดว่ามีงานสำคัญต้องทำที่สวน..นี่คือบาปขาวในความหมายของปิงฟ้านั่นเอง โกหกเพียงเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ…&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;บทที่ 17&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ภาพจวนเสร็จแล้วใช่ไหมคะ?” วิลันดาเอ่ยถามเบา ๆบนเตียงท่ามกลางความมืดสลัว&lt;br /&gt;“พรุ่งนี้คงเสร็จค่ะแต่ต้องทิ้งไว้อีกวันถึงจะแห้งดี”&lt;br /&gt;“จะเอาไปเข้ากรอบไม้สัก”หล่อนบอกพลางกอดปิงฟ้าไว้&lt;br /&gt;“คุณคิดว่ามันใช้ได้หรือคะ?”&lt;br /&gt;“เราตกลงกันไว้แล้วนี่..คุณชอบ”&lt;br /&gt;“ตกลงค่ะ”&lt;br /&gt;“เราอยู่ด้วยกันตั้งสิบกว่าวันนะคะปิงฟ้า” หล่อนแนบแก้มกับไหล่ของฝ่ายนั้น&lt;br /&gt;“สิบกว่าวันมานี้ปิงรู้สึกต่อคุณยังไงบ้าง?” หล่อนรู้สึกว่าเอ่ยถามออกมาอย่างยากลำบากแต่ก็อยากรู้ตามนั้นจริง ๆ&lt;br /&gt;“เรื่องอะไรคะ?”&lt;br /&gt;“เกี่ยวกับตัวคุณ”&lt;br /&gt;“เกี่ยวกับคุณ…” ปิงฟ้ายิ้มและคิด..มีหล่อนกอดเกี่ยวเอาไว้สนิทสนม คลอเคลียเหมือนลูกแมวคลอเคลียกัน&lt;br /&gt;“คุณรวย เก่งแล้วก็อ่อนหวาน..แล้วคุณทำงานหนัก” ปิงฟ้าเว้นไว้ไม่เอ่ยบอกว่า คุณขี้อ้อนเหมือนแมวเหมียว ขี้อ้อนอยู่ในมุมที่ไม่มีใครรู้ใครเห็น..&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า..ฟังนะคะ”&lt;br /&gt;หล่อนตัดสินใจ..&lt;br /&gt;หล่อนคิดว่าปิงฟ้ามีสิทธิ์จะรู้ความในใจของหล่อน&lt;br /&gt;“เธออยากรู้ไหมว่าคุณคิดยังไง”&lt;br /&gt;หล่อนพลิกตัวนอนคว่ำเกยคางกับสองแขนที่ประสานกันบนหมอน  &lt;br /&gt;ตั้งใจจะคุยกับปิงฟ้าอย่างจริงจัง ปิงฟ้าเองนอนมองหล่อน ตั้งใจที่จะฟังหล่อนเหมือนกัน&lt;br /&gt;“คิดยังไงคะ?”&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า…”&lt;br /&gt;หล่อนเอื้อมมือมาลูบเส้นผมของเด็กสาวปิงฟ้าเบา ๆสองตาจับอยู่ที่ดวงตาคู่นั้นในความสลัวของห้อง&lt;br /&gt;“ปิงรู้สึกบ้างไหมว่าคุณรู้สึกพิเศษต่อปิง?”&lt;br /&gt;“… ค่ะ”&lt;br /&gt;“โถ… ปิงฟ้า …”&lt;br /&gt; หล่อนครางเบา ๆก่อนบอกว่า&lt;br /&gt;“คุณรักปิง”… &lt;br /&gt;และนี่คือความจริง …   &lt;br /&gt;ความจริงที่แม้นเด็กสาวจะรู้สึกอยู่บ้างเลา ๆแต่เธอก็รับกับตัวเองว่าตื่นใจ  แปลกใจ …และขมขื่นใจกับความจริง!!!&lt;br /&gt;ในขณะที่วิลันดาผวาร่างทั้งร่างกอดเธอแน่น  &lt;br /&gt;“คุณไม่อยากให้ปิงคิดอะไรเอาเอง ไม่อยากหลอกปิงไม่อยากเสแสร้ง..”&lt;br /&gt;ปิงฟ้าพยักหน้ารับทราบ  &lt;br /&gt;มองหล่อน…หน้าตาวิลันดายามนี้ที่มองเห็นในความสลัว ปิงฟ้าเห็นว่ามันเป็นใบหน้าของผู้หญิงที่น่าสงสารมาก&lt;br /&gt;“ปิงตกใจหรือเปล่า?” &lt;br /&gt;ใช่! &lt;br /&gt;แต่ปิงฟ้าก็ไม่ถึงกับช็อคเหมือนกับว่าทุกอย่างมันแตกเปรี้ยงไปเสียทีเดียว   เธอตกใจเหมือนกัน แต่เธอก็เคยคิด ๆเอาไว้บ้างแล้ว&lt;br /&gt;เธอเพียงแต่ตกใจที่มันเป็นจริง   &lt;br /&gt;“รักแบบเลสเบี้ยนหรือคะ?” เธอเอ่ยถาม เสียงเธอสั่นพลิ้ว ๆเหมือนว่ามันล่วงผ่านลำคอแห้งผากออกมา แล้วก็ปลิวเปรยไปในอากาศ&lt;br /&gt;“ค่ะ”…&lt;br /&gt;เด็กสาววัยรุ่นเริ่มบอกตัวเองว่า มันคงไม่ถูกต้องเท่าไหร่นักที่ผู้หญิงสองคนจะรักกัน ทั้งนี้เธออาจรับได้ในคู่ที่เธอเคยเห็น แต่เธอไม่เคยมีความคิดที่จะเป็นเสียเอง&lt;br /&gt;แต่ขณะนี้เธอและผู้หญิงคนนี้ คือผู้หญิงสองคนที่เมื่อกอดกันไว้แล้ว ต่างมีความสุขอบอุ่นดี มีความสุขซ่านในสัมผัสที่โลมไล้เรือนร่างกันและกัน  &lt;br /&gt;และนี่ก็คือบทรักของผู้หญิงกับผู้หญิงล่ะสิ..&lt;br /&gt;บทรักที่ปิงฟ้ามีสุขกับมันและมีความพึงใจในผู้หญิงคนนี้…&lt;br /&gt;มีความผูกพันคิดถึงและเป็นห่วงหล่อน&lt;br /&gt;แต่ปิงฟ้าก็รู้สึกผิดอยู่นั่นเองเมื่อบอกตัวเองขณะนี้ว่าเธอไม่ปรารรถนาจะ “เป็น”แต่เธอกำลัง “เป็น” เพราะเธอกำลังมีเพศสัมพันธ์กับวิลันดา..ปิงฟ้าคิดว่าแจ้และนงนุชก็คงมีปฏิบัติการในธรรมนองเดียวกันนี้บนเตียงนอน  &lt;br /&gt;และวิลันดากับเปรมจิตก็คงอย่างนี้&lt;br /&gt;ตอนนี้เธอกับวิลันดา  …&lt;br /&gt;เธอคล้อยตามสัมผัสรัก…ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เรียนรู้ได้ง่ายมาก..&lt;br /&gt;วิลันดาหายใจโรยรินสีหน้ามีสุขสมใจ ปิงฟ้าหายใจหอบ แต่ไม่มีใครหยุดนิ่งด้วยต่างเคลื่อนไหวคลุกเคล้ากัน ต่างสัมผัสร่างกายกันและกันอย่างไม่รู้เบื่อหน่าย…&lt;br /&gt;ริมฝีปากของวิลันดานุ่มละไม รสจูบของคนทั้งคู่เหมือนผลไม้หวานใสเมื่อแรกแตะต้อง แต่แล้วกลับค่อย ๆอุ่น...แล้วไม่นานก็ร้อนเร่า..ร้อนเข้าไปถึงแก่นกลาง...&lt;br /&gt;ทุกสิ่งทุกอย่างพลันตื่นตัว ทุกสัมผัสทำให้หวามไหว ทุกซอกอณูแห่งเรือนร่างมีความสุขความตื่นเต้นเร้าใจคอยอยู่ …&lt;br /&gt;และนี่คือบทรักบทแรกในชีวิตของปิงฟ้าเด็กสาวแรกรุ่น…บทรักที่เริ่มด้วยรสหวานละมุนละไม แล้วค่อย ๆทวีความร้อนที่ซ่าซ่านจนสั่นสะท้านไปด้วยความสุข&lt;br /&gt;ที่สุดแล้วผู้หญิงทั้งสองก็กอดกันแน่น..ร่างงามสองร่างแนบเนานิ่งเกร็งอยู่ชั่วขณะ..ซึ่งเป็นชั่วขณะหนึ่งซึ่งต่างรับรู้ถึงความสั่นระริกในจุดเร้นลับที่อบอุ่นและชุมชื้นไปด้วยหยาดน้ำทิพย์แห่งความพิศวาส...&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า… คุณรักเธอ” วิลันดาครวญครางแผ่วพลิ้วอยู่ริมใบหู อารมณ์ร่างของหล่อนค่อยคลายออกจากร่างของปิงฟ้า  หากแต่ความรักและหลงกับพอกพูน-ทบทวี&lt;br /&gt;ปิงฟ้าได้แต่หลับตาลงแล้วเธอก็นิ่งไปในสภาพนั้น  &lt;br /&gt;มีวิลันดานอนสนิทชิดอยู่ด้วยเนื้อตัวเปลือยเปล่า ปิงฟ้านั้นบอกตัวเองว่าไม่ถูกต้องแต่…เธอก็มีความสุขกับสิ่งนี้…  &lt;br /&gt;วิลันดาเปลือยกายไร้ความลับทางสรีระอย่างสิ้นเชิงและปิงฟ้าเองก็อยู่ในสภาพเช่นเดียวกันแต่เธอยังมีความลับในหัวใจ  .. &lt;br /&gt;เธอสับสน..เธอมีความสุขแต่ก็ทุกข์! &lt;br /&gt;เธอพอใจที่จะลูบไล้ผู้หญิงคนนี้ กอดและจูบอย่างดูดดื่ม เพราะรสสัมผัสนั้นอ่อนหวานและสวยงามเหลือเกินในความรู้สึก ณ เวลานั้น  &lt;br /&gt;ทั้งที่มันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นกับเธอ..&lt;br /&gt;ช่วยด้วย! &lt;br /&gt;ฉันไม่อยากรู้สึกว่าชอบมัน ฉันรู้สึกว่ามันผิด แต่..&lt;br /&gt;แต่ฉันมีความสุข!!!&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า”&lt;br /&gt;“คะ?”&lt;br /&gt;“คิดอะไรคะ?”&lt;br /&gt;“บอกไม่ถูก” &lt;br /&gt;“ปิงเคยคิดถึงคุณบ้างไหม? ห่วง..สงสารคุณใช่ไหม?  ปิงอยากอยู่ใกล้ ๆคุณหรือเปล่า  ? …”&lt;br /&gt;ปิงฟ้าไม่มีคำตอบให้หล่อนได้แต่นอนนิ่ง แต่เธอก็ลูบไล้เส้นผมนิ่ม ๆของวิลันดาไปมาช้า ๆ&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า” หล่อนรุกเร้าเอาคำตอบ“ปิงบอกไม่ถูกคง…คง..ต้องขอเวลาหน่อย” ปิงฟ้าบอกหล่อนอย่างติดขัดด้วยไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรมากกว่านี้&lt;br /&gt;“ปิงกำลังสับสน” วิลันดาเฉลย&lt;br /&gt;“ค่ะ”&lt;br /&gt;“แต่คุณรู้…ว่าปิงรักคุณ”&lt;br /&gt;หล่อนบอก หล่อนรู้สึกได้จากสัมผัสของปิงฟ้า   …&lt;br /&gt;ทุกอย่างมันลื่นไหลไปตามครรลองของมัน มันไร้การขัดขืนอย่างสิ้นเชิง … มันเป็นการรวมตัวกันของความรักและความปรารถนาอย่างแท้จริงของคนสองคน&lt;br /&gt;ปิงฟ้ารู้สึกหงุดหงิดในการคาดคะเนนั้น มองเห็นหล่อนยิ้มอยู่ในความสลัว  &lt;br /&gt;“นอนเถอะค่ะ” &lt;br /&gt;ปิงฟ้าหันหลังให้&lt;br /&gt;วิลันดาขยับจะกอดแต่ก็ได้แต่ค้างไว้อย่างนั้น ปิงฟ้ากำลังสับสนตัวเอง  หล่อนเองที่ทำให้เป็นเช่นนั้น…บัดนี้วิลันดากลับขมขื่นอย่างบอกไม่ถูก&lt;br /&gt; ...&lt;br /&gt;และปิงฟ้าจากนั้นมาก็เหมือนหุ่น ด้วยเงียบขรึมพูดกับหล่อนเท่าที่จำเป็น ปิงฟ้าทำงานจนเสร็จสิ้นในวันต่อมาและ…&lt;br /&gt;คืนสุดท้ายที่กระท่อมวิลันดา ปิงฟ้าก็เอาแต่นอนนิ่ง ไม่พลิกตัวเลยแม้นแต่น้อย ข้าวของทุกอย่างถูกเก็บเรียบร้อยวางพร้อมอยู่ที่มุมห้อง&lt;br /&gt;วิลันดาไม่จำเป็นต้องถามว่า เธอรังเกียจฉันหรือ?  หล่อนรู้ด้วยตัวเอง.. และความรู้สึกด้อยค่าไร้ราคาก็โอบล้อมเข้ามาในจิตใจ… นี่เป็นอีกครั้งที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า เหมือนเมื่อครั้งที่หล่อนเฝ้าตามวิงวอนเจ้าทับทิมให้มีหล่อนคนเดียว&lt;br /&gt;แต่หนนี้มันแย่ยิ่งกว่า มันเงียบ มันเชือดเฉือนอยู่ข้างใน หล่อนเสียใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ถึงกระนั้น วิลันดาก็ยังมีความเชื่อ…&lt;br /&gt;เชื่อในสายใยใส ๆที่มองไม่เห็น เชื่อว่ามันต่อเชื่อมเข้าด้วยกันแล้วเป็นสายเดียว.. หล่อนเชื่อว่าต่อไปนี้ไม่ว่าปิงฟ้าหรือหล่อนจะอยู่ที่ไหนสายสัมพันธ์จะผูกพันกันเสมอ&lt;br /&gt;คนรักของหล่อนกำลังสับสน และไม่พยามเสแสร้งแกล้งกลบเกลื่อนแม้นแต่น้อย เธอจะแสร้งแสดงสักนิดก็ได้นี่ปิงฟ้าแต่ไม่..และเพราะปิงฟ้าไม่เสแสร้งมันจึงทำให้หล่อนหวั่นไหวร้าวราน และรู้สึกต่ำต้อยน้อยค่า รู้สึกแย่จนไม่กล้าเอื้อมมือไปแตะต้องปิงฟ้าอีกเลย แม้นว่าหล่อนจะรักเหลือเกิน..&lt;br /&gt;ภาพที่ได้เสร็จสมบูรณ์เป็นที่พอใจ แต่สียังไม่แห้งดีหล่อนจึงเก็บไว้ในห้องนอนเล็ก คิดว่าเมื่อสีแห้งสนิทดีแล้วจะเอาไปเข้ากรอบให้สวยติดไว้ที่ห้องโถง  &lt;br /&gt;หล่อนตรวจสวนกลับมาตอนสาย ก็เห็นปิงฟ้าพร้อมแล้วที่จะเดินทางกลับบ้าน เด็กตุ้มมีภาพตัวเองถืออยู่ในมือ ปิงฟ้าวาดให้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เด็กจอมซนเดินตามออกมาส่งพร้อมนางตุ๊ผู้เป็นแม่ถึงประตูรถ..&lt;br /&gt;“แล้วมาอีกนะเจ้าพี่คุณปิง” แม่หนูส่งเสียงแจ้ว โบกมือไหว ๆ ปิงฟ้าโบกตอบและยิ้มอ่อน ๆให้แก &lt;br /&gt;“ไปก่อนนะคะ”&lt;br /&gt;“โชคดีนะคะคุณปิงฟ้าแล้วกลับมาแอ่ว(เที่ยว) ใหม่นะคะ”  &lt;br /&gt;ปิงฟ้านั่งเงียบมาตลอดทางและวิลันดาก็อึดอัดเหลือหลาย จนเมื่อรถแล่นเข้าเขตุเวียงค์(เมืองเชียงใหม่)หล่อนจึงทำลายความเงียบด้วยคำถามว่า&lt;br /&gt;“เป็นอะไรไปคะ?”&lt;br /&gt;คำตอบที่ได้คือ&lt;br /&gt;“ไม่รู้ค่ะ”&lt;br /&gt;แต่วิลันดารู้… ปิงฟ้าต้องการเวลา และเวลาที่เธอต้องการนั้นจะสั้นหรือยาวนานแค่ไหนไม่มีใครรู้ หรือมันอาจยาวนานจนไม่มีวันสิ้นสุด…&lt;br /&gt;หน้าที่ของวิลันดาคือรอคอย..&lt;br /&gt;รอคอยอีกแล้วหรือ?..ทำไมความรักที่เกิดกับหล่อนจึงไม่เคยราบรื่นสักหน คิดแล้วหล่อนก็เศร้าใจหดหู่เหลือคณา..&lt;br /&gt;ความเศร้าซึมโอบล้อมหล่อนอยู่จนเห็นอะไรต่ออะไรในสายตากลายเป็นสีเทาหมอง  หล่อนจอดรถส่งปิงฟ้าที่หน้าบ้าน เอื้อมมือจะแตะมือ แต่ท่าทางหวาดหวั่นของปิงฟ้าทำให้หล่อนไม่กล้าแตะ&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า…คุณจะรอ…คุณรักปิง” หล่อนบอกเบา&lt;br /&gt;ปิงฟ้าหลบตาเอื้อมหยิบกระเป๋าและข้าวของอื่นก้าวลงจากรถช้า ๆ&lt;br /&gt;วิลันดาไม่เคยเจอความหมางเมินอย่างนี้มาก่อน มันช่างเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยไร้การเสแสร้งจริง ๆ &lt;br /&gt;ท้ายสุดก่อนจากปิงฟ้าก็ไม่มีแม้นแต่จะเอ่ยสวัสดีหรืออะไรสักคำเดียว  &lt;br /&gt;นี่หล่อนทำให้เกิดอะไรขึ้นในความรู้สึกนึกคิดในจิตใจของปิงฟ้า? ทำให้กลัว หวาดหวั่น ทำให้รู้สึกผิดหรือ?หล่อนก็เคยเป็น แต่หล่อนไม่มีปฏิกิริยาอย่างนี้  &lt;br /&gt;สำหรับหล่อน ทุกอย่างเลยตามเลยเรื่อยมาเพราะหล่อนยอมรับ  &lt;br /&gt;นี่หล่อนจะต้องทำอย่างไร? สงสารปิงฟ้า.. และที่สุด..หล่อนก็เวทนาตัวเองเหลือเกิน&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;วิลันดา ม่อนคำหวาน รู้สึกเวิ้งว้างเดียวดาย ไม่รู้ทิศทางที่จะบ่ายหน้าไป หล่อนไม่ได้เข้าบ้านในเวียงค์  หน้าตาท่าทางหล่อนคงดูแย่มาก ๆจึงไม่อยากพบใครในยามนี้ &lt;br /&gt;ปิงฟ้ารับหล่อนไม่ได้ !!!&lt;br /&gt;ทั้งที่ในยามนั้น ยามอยู่ในอารมณ์รัก ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างเต็มอกเต็มใจที่สุด หล่อนและปิงฟ้าต่างจูงมือกันก้าวข้ามกฎเกณฑ์ทุกสิ่งสิ้น..พากันเหินลอย ล่องวิมานแสนงามที่น่าตื่นตาตื่นใจ&lt;br /&gt;ต่อมาหล่อนกลับได้รับความหมางเมินอย่างนี้ตอบแทน… &lt;br /&gt;วิลันดาขับรถเฉื่อยช้าออกนอกเมือง บ่ายหน้ากลับสวนโดยไม่แวะที่ไหนเลย..ไม่รู้จะไปไหน และหล่อนมองถนนหนทางไม่ชัดเจน เพราะได้ปล่อยให้น้ำตามันไหลลงมาเป็นสาย ..&lt;br /&gt;คิดถึงคำพูดหลายคำของปิงฟ้า.. “คุณทำงานหนักจริง ๆด้วย” … “ไม่เหนื่อยหรือคะ?” สงสาร…&lt;br /&gt;โอ้.. ปิงฟ้าขอบคุณที่สงสาร  แต่เธอสงสารฉันอีกหนได้ไหม?  &lt;br /&gt;อย่าทำอย่างนี้กับฉัน อย่าหมางเมินต่อกันได้ไหม?&lt;br /&gt;“เป็นห่วงตัวเองบ้าง”… &lt;br /&gt;นานาจิต.. ต่างคนต่างคิด คนเราต่างกัน…จริงสิ หล่อนจะเอาความคิดของตัวเองไปวัดความนึกคิดของใครหาได้ไม่…&lt;br /&gt;  ..&lt;br /&gt;ปิงฟ้ามอบฟีล์มให้แม่ และคุยด้วยการตอบคำถามอีกนิดหน่อยเท่านั้น แล้วเธอก็ขอตัวเข้าห้อง  &lt;br /&gt;คิดถึงวิลันดา ว่าป่านนี้จะรู้สึกอย่างไร? หล่อนบอกว่า “รัก”…ถ้อยคำรักของหล่อนอื้ออึงอยู่ในหู ตาทั้งคู่ของหล่อนอีก และปิงฟ้าก็เชื่อหล่อน &lt;br /&gt;แต่! เธออยากเป็นผู้หญิงธรรมดา เธอยอมรับไม่ได้…&lt;br /&gt;ใครจะเป็นช่างเขา ปิงฟ้าไม่เคยชิงชังรังเกียจ แต่ เธอไม่อยากเป็น..&lt;br /&gt;เธอต้องการเป็นผู้หญิงธรรมดาที่มีชีวิตตาม วัฏจักรธรรมดา ๆมีคนรักเป็นผู้ชาย แต่งงานมีลูกและได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่าง ๆในบทบาทหน้าที่หลายอย่างในแต่ละช่วงตอนของชีวิตเหมือนผู้หญิงอื่นทั่วไป… เป็นภรรยา เป็นแม่ เป็นย่าเป็นยาย…&lt;br /&gt; สิ่งที่เกิดขึ้นที่กระท่อมหลังนั้น มันแค่ประสบการณ์หนึ่งในชีวิตเท่านั้นเอง  แค่ประสบการณ์…แต่มันก็หวานซึ้ง มันวนเวียนเข้ามาในความทรงจำเสมอ และมันก็คอยบอกเธอว่าเธอสุขกับมัน  เธอชอบมัน  เธอไปกับมันแล้ว..&lt;br /&gt;แต่สำนึกบางอย่างกระชากเธอกลับมา  &lt;br /&gt;มีเสียงหนึ่งตะโกนกัมปนาทอยู่ในสำนึกว่า “หนี!”   &lt;br /&gt;ปิงฟ้ารู้สึกเหนื่อย  รู้สึกเหมือนกำลังถูกยื้อยุดฉุดกระชากจากสองความรู้สึก …มันมีพละกำลังพอฟัดพอเหวี่ยงกันทีเดียว..&lt;br /&gt;เธอรู้ชัดแล้วว่าแจ้ไม่อยากให้เธอเป็นอย่างที่แจ้เคยเป็น..คนที่เป็นเอง เขาไม่อยากให้ใครเห็นดีเห็นงามเป็นไปอย่างเขาด้วยเลย  แต่  …&lt;br /&gt;ตอนที่เขาเริ่มเป็นนั้น คนรอบข้างก็คงไม่อยากให้เขาเป็นเช่นกัน แต่ทำไมยังเป็น?&lt;br /&gt; ... &lt;br /&gt;เมื่อไปทำงานที่ร้านตรัยในวันต่อมา คนที่ร้านทักทายถามไถ่กันอยู่พักใหญ่  เพราะไม่ได้พบกันสิบกว่าวัน แต่เธอไม่ได้บอกว่าไปไหน ทุกคนจึงคิดว่าเธอพักผ่อนอยู่กับบ้าน &lt;br /&gt;วันนี้เธอลอบมองแจ้บ่อยหน นึกสงสัยว่าแจ้มีความเป็นมาอย่างไร ถึงได้เป็นทอมอย่างทุกวันนี้ แต่เธอก็ไม่กล้าถาม&lt;br /&gt;คนที่เธอกล้าถามคือนงนุช  &lt;br /&gt;ตอนเย็นเธอและนงนุชเดินออกไปซื้อขนมด้วยกันตามเคย  ปิงฟ้าได้โอกาสที่จะคุยกับนงนุชในเรื่องที่ไม่เคยคุยกันมาก่อน&lt;br /&gt;“พี่นุชคะ”&lt;br /&gt;“อะไรจ๊ะปิง?”&lt;br /&gt;“จะว่าอะไรไหมคะ ถ้าปิงจะขอถามเรื่องส่วนตัวบางอย่างของพี่กับพี่แจ้” &lt;br /&gt;นงนุชมีสีหน้าแปลกใจไม่น้อย&lt;br /&gt;“ถ้าไม่อยากคุยก็ไม่..”&lt;br /&gt;“เอาเป็นว่าลองถามมาก่อนดีไหม? ถ้าพี่นุชตอบได้พีนุชก็จะตอบ”&lt;br /&gt;“ค่ะ คือปิงอยากรู้ว่าพี่กับพี่แจ้เริ่มต้นยังไง?  หมายถึงเริ่มการมีชีวิตแบบ… นี้”&lt;br /&gt;“ปิง” &lt;br /&gt;คราวนี้นงนุชมองหน้าอย่างเพ่งพิศ แต่เด็กสาววัยรุ่นไม่สบตาด้วยเสียแล้ว&lt;br /&gt;“มีอะไรในใจปิงหรือเปล่า?” เสียงนงนุชอ่อนโยนนัก รู้สึกได้ว่าปิงฟ้ากำลังรักใครคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใคร แต่คือคนที่แจ้หวั่นใจนั่นเอง&lt;br /&gt; “ตัวพี่นุชก็เริ่มจากมีทอมมาชอบ แล้วพี่นุชก็ชอบเขา..พี่นุชคิดว่าถ้าเรารักใคร ไม่ว่าใครคนนั้นจะเป็นใคร จะเป็นอะไร หรือแม้นแต่ถ้าเขาเป็นคนเกเร หรือเป็นคนไม่ดีในสายตาของใคร ถ้าเรารัก ก็รัก…ส่วนพี่แจ้…เขารู้สึกเสมอว่าเขาไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น..จน กระทั่งเมื่อรู้จักรักผู้หญิงถึงแน่ใจว่าตัวเองไม่เหมือนผู้หญิงธรรมดาแน่ ๆ… เขาเกิดมาเป็นอย่างนี้เอง มันไม่ใช่ความผิดเขาหรือใครนะ พ่อแม่เขาก็ไม่ชอบหรอก พยามจะให้แต่งงานแต่พี่แจ้เขาหนีเพราะเขารับไม่ได้ที่จะแต่งงานกับผู้ชาย ”&lt;br /&gt;“พี่นุชเคยรู้สึกผิดบ้างไหมคะ?..ขอโทษนะคะ..”&lt;br /&gt;คำถามนี้ทำให้นงนุชสะท้านใจ…ถ้าเป็นคนอื่น เธออาจคิดว่ามีเจตนาชี้ผิดชี้ถูกในเรื่องส่วนตัวของเธอ แต่เป็นปิงฟ้า.. เป็นเด็กใส ๆที่รู้จักสนิทกันมานานพอสมควร…และปิงฟ้าไม่เคยมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับความเป็นทอมเป็นดี้ของเธอและแจ้…ปิงฟ้ากำลังอยากปรึกษาพูดคุยกับเธอมากกว่าเจตนาอื่น&lt;br /&gt;“เค้ย!!… เคยสิปิง  พี่นุชรู้ว่าสังคมไม่ยอมรับ พ่อแม่อาย เพื่อนฝูงก็ซุบซิบนินทา ใครเห็นก็มองว่าเราแปลกประหลาด หรืออาจมองว่าวิปริต  แต่…ถ้าปิงรู้จักความรัก จะรู้ว่ามันมหัศจรรย์.. มันทำให้เราต้องรับในความจริงที่เราเป็นจนได้  ถึงแม้นว่าเราจะอาย หรือแม้นว่าเราจะรู้อยู่เต็มอก ว่าจะถูกนินทา ถูกจ้องมอง  &lt;br /&gt;แล้วในที่สุดเราก็จะเอาแต่ใจเราเอง เพราะเราเกิดมาเป็นอย่างนี้ คนที่ไม่เป็นใครจะไปทำอย่างไรเขาก็ไม่เป็น… ปิงกำลังรักใครใช่ไหม?”&lt;br /&gt;แล้วอยู่ดี ๆ นงนุชก็ย้อนถามตรง ๆ&lt;br /&gt;“คุณวิลันดาคนนั้นหรือเปล่า?”&lt;br /&gt;“พี่นุชอย่าบอกเรื่องที่ปิงถามกับพี่แจ้นะคะ  พี่แจ้เคยเตือนปิงหนหนึ่งแล้ว..”&lt;br /&gt;นงนุชยิ้มอย่างอ่อนโยนและพยักหน้าช้า ๆ&lt;br /&gt;“มีอะไรมาคุยกับพี่นุชได้นะปิง..”&lt;br /&gt;ปิงฟ้ายิ้มให้อย่างหงอย ๆ แล้วเธอก็เงียบไป คิดถึงฟีมฟ์ที่ให้ไว้กับแม่  ว่าแม่จะเอาไปล้างแล้วหรือยัง? ในนั้นมีภาพที่ถ่ายในสวนมากมาย  มีภาพของวิลันดาอยู่ด้วย มีภาพแต่งชุดโบราณที่งามเหมือนนางพญา และภาพที่ถ่ายการวาดภาพแต่ละขั้นตอน  &lt;br /&gt;ปิงฟ้าอยากจะวาดภาพหล่อนขึ้นใหม่อีกภาพ  ..  &lt;br /&gt;ทำไม?  ..&lt;br /&gt;และในที่สุดเธอเริ่มก็ถกเถียงกับตัวเองอีกครั้ง…&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ขณะเดียวกัน วิลันดานอนเอนอยู่ที่ซุ้มกุหลาบ อัลบั้มภาพถ่ายที่หล่อนถ่ายด้วยกล้องส่วนตัวตอนปิงฟ้าอยู่ด้วยที่สวนนี้ถูกวางไว้ที่อก…หล่อนไม่สบายอีกแล้ว นอนไม่หลับแล้วก็รู้สึกเครียด รู้สึกซมเซาอับเฉาเหมือนคนป่วยหนัก&lt;br /&gt;แต่เช้า ๆหล่อนก็ออกไปสวน ตกสายก็ยังอยู่ในสวน บางวันกว่าจะกลับมาที่กระท่อมก็บ่าย แล้วออกไปอีกตอนเย็น  &lt;br /&gt;บางวันหล่อนสวมเสื้อบางไปหน่อยในตอนเช้าและไม่ได้พกหมวกไปด้วย  ดูเหมือนหล่อนละเลยตัวเองมากไปเหมือนจงใจจะประชดประชันใคร หรืออะไรก็ไม่รู้ แล้วหล่อนก็ป่วยอย่างนี้ รู้สึกซมซานอย่างนี้…เดียวดายเหมือนถูกทิ้งขว้างให้อยู่คนเดียวในโลกอย่างนี้&lt;br /&gt;หล่อนได้แต่เปิดดูภาพถ่ายต่าง ๆที่ถ่ายเอาไว้ หล่อนน่าจะถ่ายให้เยอะกว่านี้…&lt;br /&gt;วันอาทิตย์..เป็นวันที่หล่อนมักไปหาปิงฟ้า ออกไปหาอาหารกลางวันทานด้วยกันอย่างมีความสุข..&lt;br /&gt;ความสุขใส ๆสะอาด ๆอย่างนั้น..ทำไมหล่อนไม่รักษามันเอาไว้ หล่อนน่าจะเก็บความลับในหัวใจเอาไว้ก่อน..ดีกว่าเปิดเผยหมดสิ้นแล้วทุกอย่างก็กระเจิดกระเจิงอย่างนี้&lt;br /&gt;หล่อนน่าจะมีชั้นเชิงกว่านี้  .. &lt;br /&gt;ตอนนี้หล่อนยังจะกล้าเดินเข้าไปหาปิงฟ้าอีกหรือ? หรือหล่อนจะทำทุกอย่างเหมือนเดิมด้วยความอดทน .. เดินเข้าไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนเลย… หล่อนจะทนได้หรือกับอาการเฉยเมยอย่างนั้น  &lt;br /&gt;ทนมองดูดวงตาหวาดหวั่นของปิงฟ้าไหวหรือ? ปิงฟ้ากำลังกลัวหล่อน.. ทั้งที่หล่อนรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ใช่สิ่งน่ากลัวเลยสักนิด หล่อนไม่ใช่ตัวเชื่อโรค..แต่ปิงฟ้าตอนนี้อาจไม่คิดอย่างนั้นก็ได้..&lt;br /&gt; ...&lt;br /&gt;ตอนเย็นปิงฟ้า พ่อแม่ และน้องแป้งนั่งดูภาพถ่ายอยู่ด้วยกันที่บ้าน เด็กหญิงซักไซ้ไล่เรียงถึงภาพแต่ละใบและเรื่องในสวนมากมาย แล้วก็บ่นคิดถึงพี่ศรัณ..ปิงฟ้าจึงชวนโทรศัพท์ถึงเขาฟังเขาเล่าเรื่องแข่งบอลอย่างสนุกสนาน ศรัณสนุก น้องแป้งก็สนุกเด็กหญิงหัวเราะคิกคักตลอดเวลา แต่เธอไม่สนุกเลยจึงปล่อยให้เด็กสองคนคุยกัน&lt;br /&gt;“อุตส่าห์ขึ้นเครื่องบินไปแพ้ถึงโน่นยังอุตส่าห์จะคุยอีกหรือคะ?” เสียงน้องแป้งเจื้อยแจ้ว&lt;br /&gt;“ไม่เสียใจเลยหรือคะ?”&lt;br /&gt;คุณนภางค์หันมายิ้มและร้องถามออกมาว่า&lt;br /&gt;“ทีมพี่ศรัณแพ้เหรอลูก?”&lt;br /&gt;น้องแป้งหัวเราะคิกคัก&lt;br /&gt;“ค่ะคุณป้าแย่นะคะพี่ศรัณขา จะคุยกับคุณป้าไหมคะ?”…&lt;br /&gt;นี่คือความผูกพันที่ครอบครัวนี้และน้องแป้งมีต่อกัน ..&lt;br /&gt;และเธอกับผู้หญิงคนนั้น…เธอก็รู้สึกผูกพันคิดถึงกัน ป่านนี้หล่อนจะมีโอกาสหัวเราะไหมนะ? หัวเราะกับใคร? &lt;br /&gt;ชีวิตหล่อนต่างออกไป…ไม่มีครอบครัว ไม่มีพ่อแม่พี่น้องอยู่ด้วยกันอบอุ่นเหมือนครอบครัวนี้ หล่อนเป็นลูกคนเล็ก พ่อแม่อายุมากแล้วตอนที่เกิดมา ได้อยู่ด้วยกันไม่นานท่านก็ตายจากไป  &lt;br /&gt;ปิงฟ้ามองหล่อนในรูป  แล้วยิ่งคิดมาก…คิดถึงหล่อน …&lt;br /&gt;มีอะไรในใจหรือเปล่า?  นี่คือเสียงนงนุช … เค้ย!! เคยสิปิง พี่รู้ว่าสังคมไม่ยอมรับ พ่อแม่อาย เพื่อนฝูงก็ซุบซิบนินทา ใครเห็นก็มองว่าเราแปลกประหลาด หรืออาจมองว่าวิปริต แต่… &lt;br /&gt;แต่ฉันอยากเป็นผู้หญิง…ผู้หญิงธรรมดาที่มีเพื่อนชาย มีคู่รัก มีการแต่งงาน  มีลูก มีหลาน…ต่อไปเป็นแม่ เป็นย่า เป็นยาย ..วันหนึ่งข้างหน้าเธอจะมีความสุขกับการนั่งนับจำนวนลูก หลาน มองดูพวกเขาหยอกเย้าเล่นกันสนุกสนาน มองชีวิตพวกเขาเติบโตแตกกิ่งก้านสาขาสืบเนื่องต่อไป&lt;br /&gt;แต่ทุกอย่างเหล่านี้ มันต้องเริ่มต้นที่การมีเพื่อนชาย…&lt;br /&gt;เพื่อน ๆของเธอบางส่วนมีเพื่อนชายกันแล้ว  มีการไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นปรกติ มีการหยอกเย้ากัน โกรธกัน งอนกัน ทะเลาะกันบ้าง บ้างก็มีความฝันหวาน ๆ มาเล่าสู่เพื่อนฝูงฟัง&lt;br /&gt;แต่ปิงฟ้าไม่มีอย่างนั้น..&lt;br /&gt;เธอแค่คิดว่าเดี๋ยวมีมาก็รู้เอง คนที่เข้ามาหาเธอ เธอไม่เคยชอบเขาในแบบเดียวกันนั้นเลย เธอเพียงแต่อยากคบแบบเพื่อน ไปไหนด้วยกันหลาย ๆคนเป็นกลุ่ม ไม่เคยคิดอยากไปไหนตามลำพังด้วย  &lt;br /&gt;ตอนนี้เธอเริ่มทบทวนตัวเองว่าเธอแปลกหรือเปล่า?  ที่ไม่รู้สึกชอบเพื่อนผู้ชายเหล่านั้นอย่างฝันหวานเหมือนที่คนอื่นเป็นกัน  &lt;br /&gt;คนอื่นๆที่มีแฟนคอยห่วง คอยเอาใจกัน คอยพร่ำเพ้อหากัน…หรือเธอต้องหันมาเพ่งพิศพวกผู้ชายเหล่านี้ให้ถ้วนถี่อีกนิด  &lt;br /&gt;บางคนเป็นพี่ชายของเพื่อนของเธอ หน้าตาดี เรียนเก่ง แล้วยังดูเป็นสุภาพบุรุษ.. ปิงฟ้าชื่นชมเขาเหมือนกันแต่ก็อย่างพี่ชายของเพื่อน ไม่คิดคลั่งไคล้เขาเหมือนคนอื่นคลั่งไคล้&lt;br /&gt;หรือว่าเธอเองก็เกิดมาเพื่อเป็น…อย่างที่นงนุชว่า ..&lt;br /&gt;เธอไม่สนใจเพื่อนชาย ไม่มีคนไหนทำให้เธอรู้สึกพิเศษเลย  &lt;br /&gt;ทั้ง ๆที่เด็กสาววัยเดียวกันนี้ส่วนใหญ่เริ่มมีความสนใจต่อเพศตรงข้ามกันแล้ว..&lt;br /&gt;ปิงฟ้าถอนใจ เธอรู้สึกเหนื่อยกับการแสวงหาอะไรก็ไม่รู้สักอย่างหนึ่ง และเกิดความไม่สงบสุขในจิตใจ&lt;br /&gt;ดูเหมือนว่าความสงบสุขของเธอมันถูกทำลายลงเมื่อความสับสนพากันแห่โหม เข้ามา…ปิงฟ้า..ฟังนะคะ ..เธออยากรู้ไหมว่า คุณคิดยังไง … รักปิง..&lt;br /&gt;แบบเลสเบี้ยนใช่ไหมคะ?..แบบ เ ล ส เ บี้ ย น…..&lt;br /&gt;ปิงฟ้ามองเห็นตัวเองสวมชุดนอน ปล่อยผมยาวสยายวิ่งอยู่บนถนนที่มืดมิด  …วิ่ง.. หนี!...หนีสุดชีวิต…เหน็ดเหนื่อยและหวาดกลัว …&lt;br /&gt;เธอวิ่งไปสู่แสงสว่างที่เห็นอยู่ลิบ ๆเบื้องหน้าไกลโพ้น…&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;“ปิงฟ้า…คุณดาฝากไอ้นี่มาให้จ๊ะ” กัลยายื่นซองสีขาวให้เธอในเย็นวันหนึ่ง  เมื่อรับไปแล้วเธอก็รับรู้ว่า&lt;br /&gt;“คุณดาเธอไม่ค่อยสบายเลยฝากน้ามา ตอนเจอกันเธอเพิ่งกลับจาก       คลินิกน่ะ”&lt;br /&gt;“เป็นอะไรคะ?” ปิงฟ้าถามเสียงเรียบเรื่อย ทั้งที่ห่วงนะ แต่ดูเหมือนว่า  อะไร ๆที่มีให้หล่อนมันไม่สามารถออกมาเต็มที่เหมือนเดิม มันถูกซ่อนเก็บไว้ตั้งครึ่ง&lt;br /&gt;“เธอหน้ามืด…ก๊อทำแต่งาน พักน้อย ทานน้อย เครียดน่ะจ๊ะ เห็นคุณฤกษ์บอกว่าปรกติคุณดาก็ไม่ค่อยแข็งแรงหรอก นี่หมอจะให้นอนที่โรงพยาบาลไม่ใช่เพราะ อาการหนักอะไรนะแต่เพราะอยากให้เธอพักจริง ๆนั่นแหล่ะ แต่คุณดาเธอไม่เล่นด้วย.. เฮ้อ! คนรวย ๆใช่ว่าเขาจะขี้เกียจนะ ทั้งคุณดา คุณฤกษ์ โอ๊ย! พวกม่อนคำหวานทั้งก๊ก  แหล่ะ ขยันเหมือนคนจีนเลย”&lt;br /&gt;กัลยาพูดไปคล้ายประชดประชันอยู่กราย ๆแต่แกมด้วยความชื่นชม&lt;br /&gt;“ขอบคุณนะคะคุณน้า” ปิงฟ้าหมายถึงซองในมือ&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไร๊..ค่าภาพแน่ ๆเลยปิงตั้งราคาคุณดาเธอเท่าไหร่จ๊ะ  น้าเห็นแล้วล่ะสวยดีนะ คุณดาเธอชอบมากเลยเชียว วันก่อนน้าไปเยี่ยมเธอ พอดีร้านกรอบรูปเขามาส่ง ..คุณดาเธอแต่งอย่างนั้นแล้วสวยนะ”&lt;br /&gt;ปิงฟ้าเปิดซองออกดู  มีเช็คเงินสดในซองนั้น กัลยายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชะเง้อดู  ก็อยากรู้อยากเห็นตามประสาคนสนิทกัน ไม่ถือสาเรื่องมารยาทอะไรต่อกันมากนัก&lt;br /&gt;ปิงฟ้ายื่นเช็คให้หล่อนดูตามสบาย แม่น้องแป้งถึงกับทำตาลุกวาว ทำปากเป็นรูปตัวโอ หลุดอุทานออกมาว่า&lt;br /&gt;“โอ้! ว้าว ๆ อุแม่เจ้าตั้ง4หมื่นเชียวเหรอ?”&lt;br /&gt;ปิงฟ้าเฉยเสีย&lt;br /&gt;“โอ้โห! อีกหน่อยปิงต้องมีฉายาจิตรกรมือทองนิ้วเพชรอะไรเทือกนั้นแน่ๆตั้ง 4 หมื่นราคาดีอะไรอย่างนี้.. นี่ปิง..หนูกล้าเรียกราคานี้จริง ๆหรือคะ? หรือว่าคุณดาเธอแถมทิปให้”&lt;br /&gt;“ปิงไม่ได้ตั้งราคาหรอกค่ะคุณน้า”เธอบอกตามตรง&lt;br /&gt;และเช็คใบนั้นเธอก็ไม่ได้นำไปขึ้นเงินแต่อย่างใด ปิงฟ้าได้แต่เก็บมันไว้ในลิ้นชัก  ความจริงบ้านหล่อนอยู่แค่ปากซอยนี่เอง ปิงฟ้าเหมือนคนใจดำ ไม่แวะเข้าไปถามไถ่เยี่ยมเยียนหล่อนเลยทั้ง ๆที่ผ่านหน้าโรงเรียนตรงนั้นแหล่ะทุกวี่ทุกวัน&lt;br /&gt;และเป็นทุกวันที่เธอรู้สึกตลอดเวลาว่าใจดำ ๆแต่ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะวิลันดารักเธอ  ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเธอปฏิเสธความรักแบบนั้น&lt;br /&gt;แต่ทำไมไม่ทราบ..คืนนั้นเธอจึงไม่ปฏิเสธ เธอกลับยินยอมปล่อยทุกสิ่งดำเนินไปจนจบสิ้น.. กลับกอดหล่อนไว้ กลับรู้สึกว่ามีความสุข รู้สึกสบาย… &lt;br /&gt;ไม่รู้สิ  ไม่รู้..ไม่รู้!&lt;br /&gt; ..&lt;br /&gt;ศรัณกลับจากฮ่องกงมีของมาฝากมากมาย  ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่ทางโน้นฝากมาตามเคย  ตัวเขาเองซื้อกระเป๋าสะพายมีลายการ์ตูนน่ารักมาฝากน้องแป้งใบหนึ่ง เด็กหญิงเที่ยวเดินสะพายกระเป๋าใบนั้นอวดจนทั่ว&lt;br /&gt;พ่อได้กระเป๋าใส่เงินใบใหม่ที่ขวัญนภาลูกสาวคนโตซื้อฝากมาให้  ส่วนแม่ได้เครื่องสำอาง 1 ชุดและสำหรับปิงฟ้าพี่สาวฝากเสื้อยืดสีฟ้าใสมาให้1ตัว สวยสะอาดตาถูกใจ&lt;br /&gt;เมื่ออยู่กับน้องชายสองคนในห้องนอนของเขา ศรัณคุยว่า&lt;br /&gt;“พี่ปิงเคยคิดบ้างไหมว่าบางทีพี่ใหญ่ของเราอาจเป็นสะใภ้ลุงหลี่”&lt;br /&gt;“อะไรนะ?” ปิงฟ้าขมวดคิ้วด้วยไม่เคยคิดมาก่อน&lt;br /&gt;“ผมว่า.. พี่ซื่อชอบพี่ใหญ่” เขาว่าอย่างมั่นใจ&lt;br /&gt;“พี่ซื่อกลับไปอยู่ฮ่องกงแล้วหรือ?”&lt;br /&gt;สองพี่น้องกำลังเอ่ยถึง หลี่ซื่อมา ลูกชายคนที่ 3 ของคุณลุงหลี่  เขาคนนี้มีกิจการซุปเปอร์มาร์เกตที่นิวยอร์ก และมีอายุมากกว่าขวัญนภาหลายปี&lt;br /&gt;“ไป ๆมา ๆแต่บ่อย ๆ …งวดนี้เจอกันกับผมพอดี”เขาบอก&lt;br /&gt;“ทำไมถึงคิดว่าพี่ซื่อชอบพี่ใหญ่ล่ะ?”&lt;br /&gt;“ก๊อดู ๆเอา พี่ซื่อดูแลพี่ใหญ่เป็นพิเศษพี่ใหญ่ก็…ดูชอบๆ ถ้าพวกเขาชอบกันจริง ๆก็ดีเหมือนกันนะพี่ปิง ผมชอบพี่ซื่อ ดูแมนดีแล้วก็เป็นผู้ใหญ่ดูแลพี่ใหญ่ได้ พี่คิดว่าพี่ซื่อแก่เกินไปไหม?”&lt;br /&gt;“เธอต้องถามพี่ใหญ่ไม่ใช่มาถามพี่.. สมมุติว่าถ้าพี่ใหญ่ไม่ชอบพี่ซื่อ ไปชอบคนอื่นที่ดูไม่แมน แล้วก็ไม่เป็นผู้ใหญ่แบบพี่ซื่อ..เธอจะว่าไง?”&lt;br /&gt;“แหม ผมคงจะเสียดาย…คงเข้ากันลำบาก”&lt;br /&gt;“เข้ากันกับใคร  กับเธอน่ะหรือ?”ปิงฟ้ายิ้ม&lt;br /&gt;“อ๋อแน่..”&lt;br /&gt;“ถ้าเธอมีแฟนที่จน ขี้เหร่ ขี้เกียจ..เธอว่าพี่จะว่าไง?” เธอเล่นวัดใจกับเขา&lt;br /&gt;เห็นน้องชายไหวไหล่&lt;br /&gt;“เอาจนอย่างเดียวเถอะพี่ปิง จนด้วยขี้เหร่แถมขี้เกียจด้วยฟังแล้วเศร้าเลยนะ”&lt;br /&gt;เขาหัวเราะออกมา&lt;br /&gt;“เอาน่า..ตอบมา”&lt;br /&gt;“ให้ผมเดาว่าพี่จะรู้สึกยังไง ..ผมว่า พี่คงไม่รู้สึกยังไง…ยังไงก็ได้อยู่แล้ว” เขาคาดคะเนเอาจากอุปนิสัยใจคอของเธอ&lt;br /&gt;“ถูกไหมล่ะฮะ?”&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1413630981646618663-7874521475852415571?l=vilunda.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://vilunda.blogspot.com/feeds/7874521475852415571/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/46.html#comment-form' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/7874521475852415571'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1413630981646618663/posts/default/7874521475852415571'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://vilunda.blogspot.com/2009/05/46.html' title='ตอนที่ 46'/><author><name>VD</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='23' src='http://1.bp.blogspot.com/_C6NGRwMcnws/SiY0UEKQ_II/AAAAAAAAAow/ZLr1CzrS3Jc/S220/funphotobox310937mcfwwp.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1413630981646618663.post-8502892836471662041</id><published>2009-05-19T23:16:00.001+07:00</published><updated>2009-05-19T23:17:51.071+07:00</updated><title type='text'>ตอนที่ 
