Wednesday, 20 May 2009

ตอนอวสาน

วันที่ปิงฟ้าออกเดินทาง ศรีพงษ์ปรากฏตัวด้วยชุดสูทสีขาวอย่างเจ้าบ่าวคนหนึ่ง ในมือมีช่อกุหลาบสีแดงช่อใหญ่…
แม่ และน้องชาย พร้อมกับเพื่อน ๆของปิงฟ้าพากันมาส่งที่ดอนเมือง ส่วนพ่อของเธอจะเดินทางไปส่งถึงโรม… แล้วทุกคนก็ต้องพากันแปลกใจเมื่อเห็นศรีพงษ์ก้าวเข้ามาหาอย่างช้า ๆ ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ทุกคนก่อนที่เขาจะยื่นช่อดอกไม้นั้นให้แก่เธอ
ปิงฟ้าได้แต่ยืนมองเขา เธอไม่รับดอกไม้จากเขา… และเพียงครู่เดียวเธอก็เลิกสนใจ …และเดินจากเขาไป ทิ้งให้เขายืนเก้อดายเหมือนตัวตลกตัวหนึ่ง
คุณอาวิลันดาของเขาตั้งใจมาส่งปิงฟ้าเช่นกัน แต่หล่อนมาล่ากว่าใคร ๆ.. กำลังเดินมองหาคณะของปิงฟ้าอยู่ ในมือนั้นมีพวงมาลัยดอกมะลิสดเตรียมมาให้..
ศรีพงษ์ ม่อนคำหวานเดินตามผู้หญิงที่เขารักไป เขาสาวเท้าแซงหน้าเธอไปเล็กน้อย แล้วหันกลับมามองเธอด้วยดวงตาละห้อย…และแล้วเขาก็คว้าปืนออกมาจากบั้นเอว…ผู้คน ณ ที่แห่งนั้นต่างตกตะลึงพรึงเพริศ!
ชายหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวผู้มีช่อกุหลาบสีแดงอยู่ในมือข้างหนึ่ง ใช้มืออีกข้างหนึ่งจับปืน…ยกขึ้นจ่อขมับตัวเอง…
และ.. ทันใดนั้นเอง!ทุกคนก็ได้ยินเสียงปืน…
เปรี้ยง !..
ช่อกุหลาบสีแดงในมือร่วงหล่นตกลงสู่พื้น ศรีพงษ์ ม่อนคำหวานค่อย ๆล้มร่างลงกับพื้นตรงแทบเท้าของเธอพอดี.. เขายังมีสติตอนที่ปิงฟ้าขยับเท้าหนี และพ่อของเธอโอบรับลูกสาวเข้ามาสู่อ้อมกอด
วิลันดา ม่อนคำหวาน ทันได้เห็นเท้าของหญิงสาวปิงฟ้าขยับหนีไปจากร่างของหลานชายตน…เห็นสองพ่อลูกโอบกอดกัน และพากันเดินจากเขาไปขณะที่คนอื่น ๆยังยืนตะลึง..
โอ.. โอ้.. ศรีพงษ์คนดี เขาหรือสู้อุตส่าห์ยอมเททุ่มล้มตายแทบเท้า ปิงฟ้าแค่ตกใจ..เหมือนชีวิตเขาเป็นเพียงจิ้งจกตัวหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาตายอยู่เบื้องหน้า.. แล้วก็เท่านั้น!
แต่ศรีพงษ์เป็นคน เขาเป็นคนทั้งคนที่ล้มลงตายเลือดแดงฉาน หยดเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นติดชายเสื้อสีขาวของปิงฟ้าหลายหยด เหมือนกับว่า เขาประจงแต้มสีให้เธออย่างจงใจที่สุด
วิลันดาถลันเข้าหาเขา…หล่อนกรีดร้องหวีดหวิวบาดลึกในจิตใจทุกคนทุกผู้ที่พบเห็นและได้ยิน…หล่อนเงยหน้ามองตามหลังปิงฟ้าไป…
และนาทีนั้นเอง ที่ปิงฟ้าได้หันกลับมายังต้นเสียงที่กรีดร้องร่ำไห้…มองเห็นสองตาของวิลันดาพุ่งตรงมา.. มันกล่าวโทษ กล่าวหาอย่างรุนแรง.. มันเหมือนลูกธนูที่พุ่งออกมาจากแหล่ง และปิงฟ้ารู้สึกเหมือนกับว่าได้ยินเสียงผู้หญิงต่างวัยคนนี้กล่าวหาหวีดหวิว…
“เธอฆ่าเขา..”.. …
“เธอเป็นฆาตกร”…
“คนใจร้าย..”…
เพราะเธอหรือ ผู้ชายคนนี้จึงตัดสินใจเช่นนี้?…
นาทีนั้น วิลันดารู้สึกต่อคนรักว่าช่างเยือกเย็นเสียจนน่ากลัว..แต่หล่อนไม่อาจมองเห็นปิงฟ้าขดตัวงอเหมือนกุ้ง พิงตัวไว้กับพ่อด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทิ้ม …
เขาเลวและบ้า..เธอไม่มีวันให้อภัยแม้นเขาตายลับ..
แม้นตาย เขายังเลือกที่จะมาตายต่อหน้าเธอให้เธอต้องเดือดร้อน…เขาทำให้คนที่เธอรักพลันแหลกสลายความรู้สึกที่เคยได้สร้างเอาไว้เนิ่นนาน…ปิงฟ้ารู้สึกว่าเธอย่อยยับไม่เหลืออะไรอีกเลย.. ผู้ชายสารเลวคนนี้ทำลายทุกอย่างหมดสิ้น..
ปิงฟ้าน้ำตาไหลด้วยความแค้น..แค้นแสนแค้นที่ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ เธอได้แต่ยอมรับการกระทำอันย่ำยีทุกอย่าง..และไม่อาจบอกกล่าวให้ใครได้รับรู้ ร่วมเข้าใจในความเลวทรามของเขา
ถ้าเพียงแต่เขาไม่ใช่หลานของวิลันดา..เธอไม่อายที่จะจัดการกับเขาตามกฎหมายตั้งแต่แรก เธอไม่จัดการเขา เขากลับตามราวี เขาทุ่มโถมทั้งชีวิตเพื่อทำร้ายเธอ…ครอบครัวของเธอคงพบกับความยุ่งยากด้วยอิทธิพลพวกสกุลใหญ่คับฟ้าของเขา..
..
แล้วพ่อก็เล่าเรื่องราวบางอย่างของท่านกับผู้หญิงคนหนึ่งให้เธอฟัง…เรื่องที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน…โอ…เธอรู้สึกได้ว่าศรีพงษ์ได้รับอิทธิพลจากเรื่องเหล่านี้…แต่ถึงอย่างไร เธอก็เกลียดเขา เธอไม่อาจทำใจให้อภัย…
ปิงฟ้าด้นอยู่ในความมืดมนเป็นเวลานาน...ปีแรกที่โรม เธอมักผวาเมื่อเดิน ๆจวนจะถึงมุมตึกมุมถนน เธอจะตกใจจนผวาสุดตัวเสมอเมื่อเห็นคนสวมเสื้อขาว ๆเดินโผล่พ้นออกมา..เธอมักมองเห็นเป็นว่าเสื้อนั้นมันเปื้อนเลือดสด ๆ ..
เธอมักรู้สึกว่ามีเขามองเธออยู่ มองมาจากมุมนั้น มุมนี้.. และบางทีก็เป็นวิลันดาจ้องมองมายังเธอ.. ด้วยสายตากล่าวหาและมีแววอาฆาตมาดร้าย…
ความรักในใจวิลันดาคงแหลกสลายแล้ว… ปิงฟ้าไม่ได้ติดต่อหล่อน และไม่ได้รับการติดต่อจากหล่อน เธอไม่รู้ว่าวิลันดาคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไรต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น
ส่วนทางบ้านของเธอ พ่อไม่อาจดำเนินธุรกิจต่อไปได้ บริษัทก่อสร้างเล็ก ๆ ของท่านถูกโดดเดี่ยวอย่างง่ายดายเมื่อม่อนคำหวานเอ่ยปากเพียงประโยคเดียว… ท่านตัดสินใจขายกิจการ ขายบ้านในเวียงค์ไปทำสวนปลูกผักอยู่ในชนบท แม้นขวัญนภาพี่สาวของปิงฟ้ายื่นข้อเสนอให้ท่านกลับฮ่องกงเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่ท่านไม่ยอมจากเมืองไทยไปไหนอีกแล้ว…
ศรัณน้องชายของปิงฟ้าต้องเช่าหอพักเพื่อเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยในเวียงค์ ..ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงหมดสิ้น!
เพราะเธอหรือจึงเป็นเช่นนี้?
เพราะผู้ชายระยำคนนั้นต่างหาก เขาไม่น่าเป็นหลานของวิลันดา..ปิงฟ้าเหมือนคนที่เจียน ๆจะเป็นบ้า ทุกอย่างผิดแปลก ประสาทหลอนและ รู้สึกถึงความว้าเหว่เวิ้งว้าง เธอเหมือนคนที่ถูกทำร้ายตลอดเวลาไม่รู้จบสิ้น แต่… เธอต้องอยู่ให้ได้ ต้องอยู่ต่อไป ต้องเรียนให้จบ..เธอต้องมีชีวิตต่อไป…
..
ที่หน้าต่างห้องพักในกรุงโรม ท้องฟ้าเกลื่อนไปด้วยดวงดาว บนนั้น..ว่ากันว่าถ้ามีคนตาย ดวงวิญญาณจะถูกนำไปแขวนไว้ เป็นดวงดาวที่พราวพริบ
มีสองดวงม่อนคำหวาน ยอมตายเพื่อกล่าวขานถึงความรักแห่งตน รักร้อนๆ ของพวกเขาช่างเดือดพล่านยอมสาดเลือดกระจายจนแดงฉาน
ส่วนรักของพ่อ และปิงฟ้า ก็คือยอม…ยอมให้กระทำทุกอย่าง ยอมให้ถูกปิดล้อม ยอมมีชีวิตอย่างเดียวดายเคว้งคว้าง…
ปิงฟ้าเคยคิดถึงความรักครั้งใหม่ แต่..เธอก็ทำใจไม่ได้ เธอรู้จักแต่จะรักผู้หญิงที่ชื่อวิลันดาเท่านั้น หัวใจเธอไม่ยอมรับสิ่งใดอีกต่อไป…ถึงแม้นว่าสำหรับวิลันดามันอาจแหลกสลายไปแล้วพร้อมร่างที่ล้มลงของผู้ชายคนนั้น..แต่สำหรับเธอ มันยังอยู่ มันมิได้จบสิ้นไปพร้อมชีวิตของใคร…มันไม่มีวันจบไปจากใจของเธอ..
ปิงฟ้ามองฟ้าในคืนดาวระยับ ฟังเพลงบรรเลงแผ่วหวาน..สุดท้าย..หลับตาลง หากยังคงเห็นสองตามองมาก่นโทษ… ปิงฟ้าสะอื้นไห้ในความหลับใหลด้วยใจที่เต็มไปด้วยความทุกข์และทรมาน…

ท้ายบท

วิลันดาตื่นขึ้นมาไม่พบปิงฟ้าเสียแล้ว หล่อนมิได้ตื่นสาย แต่ปิงฟ้าออกไปก่อนเสียก่อนต่างหาก หล่อนรู้สึกปวดศีรษะ เนื้อตัวร้อนผะผ่าว
เก็บที่นอนแล้วก็ไม่รู้จะไปไหน หล่อนชงกาแฟ แล้วเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ หล่อนจามอยู่ในนั้นหลายหนและรู้สึกมึน ๆ..
กาแฟร้อน ๆพอช่วยให้ดีขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่แล้วไม่นานมันกลับทำให้อยากอาเจียน..รู้สึกพะอืดพะอม เบ้าตาร้อนผ่าว..
ปิงฟ้าหนีไปแต่เช้า คิดแล้วหล่อนก็น้ำตาเอ่อ.. หล่อนมืดตัน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับตัวเองดี.. กลับหรือ? หรือทนอยู่อย่างนี้? แต่หล่อนต้องการปิงฟ้ากลับคืน.. ความรักยังอยู่ แต่มันถูกแทรกด้วยเรื่องราวบาดหมายที่ทิ่มแทงใจกัน
วิลันดารู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกมันหมุนคว้าง…แล้วร่างของหล่อนก็ซวนเซไปอาเจียนที่อ่างล้างหน้าอย่างทุลักทุเล..

ปิงฟ้าหมดชั่วโมงเรียนตอนบ่าย แต่ไม่ได้กลับที่พัก เธอหอบกระดานไปนั่งรับจ้างวาดลายเส้นกับรุ่นน้องที่น้ำพุเทรวี่ และอยู่เสียที่นั่นจนมืดค่ำ
อากาศหนาวเหน็บ เครื่องทำความร้อนที่ห้องเคยเสียมาแล้วหนหนึ่ง ปิงฟ้าห่วงอยู่เหมือนกันว่ามันจะเสียขึ้นมาอีก และหล่อนจะอยู่อย่างไร?
วิลันดาคงออกไปเที่ยวกับจุฬา ตอนนี้อาจทำอาหารกินกันแล้ว..ปิงฟ้าไม่เจอจุฬาที่มหาวิทยาลัยในวันนี้ และเธอก็ไม่ได้โทรเข้าไปหาวิลันดาที่ห้อง ไม่รู้ว่าทำไม ทำไมจึงต้องเฉยเมย.. แล้วก็ได้แต่เสียใจที่ทำให้วิลันดาเสียใจ ทั้งที่เธอกับวิลันดายังรักกัน…
ปิงฟ้าไม่พบหล่อนที่ห้อง แต่เสื้อผ้าข้าวของยังอยู่..เครื่องรับฝากข้อความทางโทรศัพท์กระพริบไฟปริบ ๆ…ปิงฟ้ารีบกดปุ่มฟังข้อความทันที
“ปิงแกไปไหนหือ..คุณน้าป่วยนะแก ชั้นเลยพามาโรงพยาบาลแองเจิ้น แกรีบมาด่วนเลยนะเว้ย แกบาปมากที่ปล่อยให้คนไม่สบายอยู่คนเดียวทั้งวัน ชั้นโทรหาแกที่ตึกเรียนตั้งหลายหนก็ไม่เจอ ที่ชั้นจะบอกก็มีแค่นี้ล่ะแล้วรีบมาล่ะ..”
เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ปิงฟ้ารู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ค่อยถูก เธอค่อย ๆหยิบกุญแจห้อง สวมเสื้อกันหนาวตัวโต เดินก้าวออกจากห้อง ลงบันไดชัน ๆแล้วเข้าไปในลิฟเก่าแก่นั่นซึ่งเสียงของมันกึงกังโครมครามตลอดเวลา เมื่อเดินออกจากลิฟมาได้ เธอผ่านใครต่อใครที่คุ้นเคยกันแต่ก็ไม่ทักใคร และไม่รับคำทักของใคร ร่างสูงเปรียวของเธอเหมือนลอยเลื่อนปราศจากวิญญาณ..โรงพยาบาลแห่งนั้นอยู่ไม่ไกลมาก หากปรกติเธอคงรอรถเมล์ หรือไม่ก็อาจเดิน..
แต่ที่สุดเธอก็เรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาล..
จุฬาเป็นคนอื่นยังห่วงวิลันดาขนาดนี้ อา…ช่วงที่ไม่ได้พบ ไม่ได้ติดต่อกัน หล่อนเป็นอย่างไรบ้างนะ? หล่อนป่วยไข้ง่ายมาแต่ไหนแต่ไร..หากปิงฟ้าเองก็ป่วยใจ..ไม่มีใครมีความสุขเลย..
“เฮ้ยปิง..ทำไมมาป่านนี้วะ” จุฬาเห็นหน้าก็ถลาเข้ามาหาทันที
แต่ปิงฟ้าไม่สนใจจุฬา เธอตรงมายืนเกาะอยู่ข้างเตียง เธอและวิลันดามองกันอยู่เนิ่นนาน..ได้ยินเสียงจุฬาบ่นอะไรต่ออะไรตลอดเวลา หากแต่ไม่มีใครสนใจฟัง
“ชั้นเข้าไปเห็นคุณน้านอนแย่อยู่ที่โซฟาน่ะ..แกเอ๊ยตัวงี้ร้อนจี๋เชียว ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทันละมั้ง เป็นหวัดเมืองหนาวอย่างงี้ไม่กระจอกเหมือนหวัดบ้านเรานะเว๊ย ไม่ใช่เดี๋ยวใจ*จะหายง่าย ๆ แกก็รู้ว่ากว่าจะหายมันทรมานทรกรรมอยู่เป็นนาน มันเรื้ออยู่นั่นแล้ว โอย.. อีตอนชั้นมาใหม่ ๆนะแก เป็นหวัดงี้ซม…แกเอ๊ย..โงหัวไม่ขึ้นตั้งหลายวัน มันทรมานน่าดูเลยนะแก แถมตอนนั้นไม่รู้จักใครเสียด้วย อะไร ๆ ก็ต้องทำเองทุกอย่าง คิดแล้วน้ำตาจะไหล.. ชั้นร้องไห้ทุกวันเลย คิดถึงบ้านก็คิดถึง รำ ๆว่าจะกลับ ๆ มะรอมมะร่อ…พอดี๊..กะว่าพรุ่งนี้จะไปบุ๊กตั๋ว..แต่พอเช้าขึ้นมานะแก..หายเหมือนปลิดทิ้ง!!! โอ้แม่เป็นเจ้าพูดแล้วเหมือนโกหก..แถมมหาวิทยาลัยก็ตอบรับมาวันนั้นซะด้วย..” เดี๋ยวใจ*เป็นสำนวนชาวใต้ หมายถึงเดี๋ยวเดียว แป๊บเดียว..
ปิงฟ้าไม่สนอาการจ้ออย่างปรกติของจุฬา เธอก้มลงสวมกอดคนป่วย และวิลันดาก็โอบกระหวัดเอาไว้แนบสนิท และต่างไม่เอ่ยอะไรแก่กันสักคำเดียว …
จุฬาหยุดพูด ได้แต่มองอย่างแปลกใจ…และแล้วจุฬาก็อมยิ้ม…เธอส่ายหน้าไปมา ยักไหล่เล็กน้อยแล้วค่อย ๆย่องออกไปจากห้อง
ปิงฟ้าจูบที่หน้าผากหล่อนด้วยแสนรัก
“ปิงขอโทษ…” น้ำตาของหญิงสาวปิงฟ้าไหลลงมาที่ปลายจมูก
“คุณไม่ต้องการคำขอโทษ..คุณต้องการปิงคนเดิมกลับคืนมา”
ปิงฟ้าสวมกอดหล่อนอีก…
“ปิงอยู่นี่ค่ะ ปิงรักคุณเสมอ..” ผู้หญิงสองคนกอดกันแนบแน่น บัดนั้นเหมือนว่าโลกทั้งโลกหมุนคว้าง และเสียงเพลงแห่งความรักดังกระหึ่มก้อง..
"หายเร็ว ๆนะคะ..ถ้าคุณหายดีแล้วปิงจะพาคุณเที่ยวให้ทั่ว.."
วิลันดายิ้มละไมอ่อนหวาน และยกมือเช็ดน้ำตาให้คนรัก..
"ปิงรักคุณ"..ปิงฟ้าซบหน้าลงกับอก
วิลันดากอดเธอไว้..รู้สึกดั่งบทกวี..ที่ว่าข้อต่อทองสองข้อที่เคยหลุดออกจากกันนั้นบัดนี้กลับมาต่อคล้องกันดั่งเดิมอีกครั้ง..ธรรมชาติของความรักเต็มไปด้วยความดิ้นรนกระเสือกกระสน เสาะหาหนทางที่จะต่อเชื่อมกันและกันให้เป็นหนึ่งเดียวจนได้.. และมันเป็นไปดั่งนี้เองไม่ว่าจะเป็นคู่รักเพศเดียวกันหรือต่างเพศ..ก็ล้วนแล้วแต่ดำเนินไปตามธรรมชาติทั้งสิ้น..

...

“ปิง..” จุฬาใช้ไหล่สะกิดไหล่อย่างหยอกเย้า ขณะเดินออกมาจากโรงพยาบาลด้วยกัน
“อะไรคะ?” ปิงฟ้าหันไปถาม มองเห็นรอยยิ้มมีนัยแอบแฝงของจุฬาแล้วเธอก็ยิ้มออกมา
“มีอะไรก็ว่ามาเถอะ”
จุฬายักคิ้ว ทำท่าเจ้าเล่ห์ดูน่าขัน
“คำถามละลาบละล้วงนะ..”
คราวนี้ปิงฟ้าหัวเราะเบา ๆอย่างอารมณ์ดี
“ถามจริง...แกกับคุณน้าวิลันดาคนนี้ไม่ใช่ญาติกันจริง ๆใช่ไหม? หมายความว่าแกโกหกชั้น ..ชั้นไม่ได้ว่าอะไรนะที่แกโกหก ชั้นไม่ได้ต่อว่าที่แกโกหก เอ้อ.. อะไรบางอย่างบางทีมันก็ต้องอย่างงี้แหล่ะใช่ไหมปิง คือคนเราบางทีก็ไม่สามารถพูดจริงทุกเรื่องกับทุกคน..แต่แกพูดกะชั้นได้นะ..ชั้นเป็นพวกเดียวกับแก..จริง ๆนะ”
“เอาเป็นว่าพี่จุฬาจะถามอะไรแน่คะ?” ปิงฟ้ายิ้มแล้วยิ้มอีกกับความวกวนของจุฬา แต่เธอพอรู้แล้วล่ะว่าจุฬาจะถามอะไร
“อืม ชั้นก็จะถามว่า แกกับคุณน้าไม่ได้เป็นญาติกันจริง ๆใช่ไหม?”
“ค่ะ.. ”
“แล้ว .. แล้วจริง ๆแล้วเป็นอะไรกัน?” จุฬายิ้มอย่างทะเล้น
“พี่จุฬาเข้าใจว่าไงล่ะคะ?” ปิงฟ้าถามเรียบ ๆแต่ยังยิ้มกริ่ม
“ตอนนี้เข้าใจว่าคุณน้าเป็นแฟนแก..ชั้นเข้าใจถูกต้องไหมนี่?”
“ค่ะ”
จุฬาตบหน้าขาตัวเองดังฉาดใหญ่
“นั่นไง… ว่าแล้ว..แล้วแกกับคุณน้าก็รักกันมาก…แต่แกกับคุณน้ามีเรื่องทะเลาะกันหรือเข้าใจผิดอะไรกันบางอย่าง..หรืออะไรทำนองนั้น…”
“พี่จุฬาไม่แอนตี้เรื่องพวกนี้เลยหรือคะ?” ปิงฟ้าถามตรง ๆ
จุฬาเพื่อนรุ่นพี่หันมามองแล้วยักไหล่เก๋ไก๋
“ความรักสวยงามเสมอนะแก..ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นในหัวใจดวงไหน ..ความรักไม่ใช่คณิตศาสตร์ที่จะต้องมีสูตรตายตัว.. แกกับคุณน้าไม่ใช่ผู้หญิงคู่แรกที่รักกัน … แล้วก็ไม่ใช่คู่สุดท้ายของโลกใบนี้..แต่อาจเป็นคู่ที่เก้าหมื่นเก้าสิบหกล้าน ๆๆๆ.. ไอ้เรื่องแบบนี้มันมีมานมนานกาเล..แล้วมันก็ต้องมีต่อไปอีกนานแสนนาน..แล้วเมื่อเป็นอย่างนี้แกว่าชั้นมีสิทธิ์อะไรไปแอนตี้? …”
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ แต่หัวใจปิงฟ้าวันนี้กลับอบอุ่นเหลือเกิน… เธอได้ยินเสียงจุฬาฮึมฮัมบทกวีฝรั่งเศสเบา ๆ อย่างร่าเริง..ความรักสวยงามเสมอ ไม่ว่าจะเกิดในหัวใจดวงไหน…และดวงตาของคนรักนั้นก็แสนงามอ่อนหวานเสมอยามสบสานสายตากัน..ปิงฟ้าฟังบทกวีของจุฬาไม่รู้เรื่องตามเคย แต่ดูเหมือนว่าวันนี้มันช่างเพราะพริ้งหวานซึ้งเสียเหลือเกิน..
ปิงฟ้าเริ่มคิดว่าเธอจะพาวิลันดาไปเที่ยวที่ไหนบ้างในประเทศนี้..เธอคิดถึงจตุรัสเซ้นต์ปีเตอร์ในกรุงวาติกัน น้ำพุเทรวี่ที่เลื่องลือที่วันนี้เธอหนีไปอยู่ที่นั่นเสียจนมืดค่ำ คิดถึงเมืองปิซ่า และหอเอนที่โด่งดังไปทั่วโลก ไปปิซ่าแล้วน่าจะเลยไปเมืองฟลอเรนซ์ เมืองศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมในสมัยก่อน..เธอน่าจะพาวิลันดาไปชมรูปแกะสลักหินอ่อน"เดวิด" ผลงานของไมเคิล แองเจลโล ที่พิพิธภัณฑ์คาเดมี กัลเลอรี่
แล้วก็น่าจะไปวิหารเซนต์ มาเรีย เดลฟีออเร ที่ตกแต่งภายในอย่างสวยวิจิตรพิสดาร พาไปพิพิธพันธ์ เมดิซี่ที่เต็มไปด้วยภาพเขียนของจิตรกรดัง ๆในยุคก่อน
หรืออาจลงใต้ไปเมืองเนเปิลเมืองเก่าแก่ก่อนคริสตกาล ไปปอมเปอี ไปเกาะคาปรี..ไปทุกที่ ๆวิลันดาอยากไป..ปิงฟ้าจะไม่ยอมให้อดีตเข้ามาทำร้ายเธอและวิลันดาอีกต่อไป..
..
หลายวันต่อมาที่เวนีซในยามโพล้เพล้...
คนแจวเรือกำลังพาคนทั้งสองไปยังสะพานแห่งความปรารถนา...วิลันดาเอนอิงอยู่ในอ้อมกอดของปิงฟ้าในขณะที่เรือคอนโดร่าล่องลอยไปตามลำคลองเพื่อชมทัศนียภาพสองฝั่งคลองในเวนีซ...
และที่ใต้สะพานแห่งนี้ปิงฟ้าจูบวิลันดาอย่างอ่อนหวานท่ามกลางเสียงระฆังของโบสถ์เซ้นต์มาร์คดังกังวาน...ว่ากันว่าถ้าคู่รักคู่ใดได้จุมพิตกันใต้สะพานแห่งความปรารถนาในขณะที่เสียงระฆังดังขึ้นเช่นนี้ชีวิตรักของคนทั้งสองจะหวานซึ้งและยั่งยืนชั่วนิจนิรันดร์

อวสาน.

4 comments:

  1. โอ๊ย! ในที่สุดก้อ HAPPY ENDING ว้าววว...
    เดี๋ยวต้องสั่งซื้อหนังสือเล่มนี้ให้ได้แฮะ
    ไปกอนนะคะ คุณ VD

    ReplyDelete
  2. โอว!!ซาบซึ้งค่ะ
    เดี๋ยวใจน้ำตาจะเล็ด
    น่าจะเอาไปทำเป็นหนังนะคะเนี่ยะ

    ReplyDelete
  3. This comment has been removed by the author.

    ReplyDelete
  4. น้องมีเล่มนี้พร้อมลายเซ็นค่ะ lol

    ReplyDelete