Saturday, 16 May 2009

ตอนที่ 9

ครั้งหนึ่ง ปิงฟ้าเกิดอุบัติเหตุที่โรงเรียนในระหว่างพักเที่ยง

วันต่อมานั่นแหล่ะวิลันดาจึงทราบเรื่องจากโสรยาเลขาของตน
โสรยารู้มาจากครูของน้องแป้งอีกทีหนึ่ง

วันนั้นเองดอกกุหลาบสีชมพูอ่อนน่ารักถูกจัดใส่แจกันส่งไปให้ปิงฟ้าที่
โรงพยาบาล "ขอให้หายป่วยเร็วๆ นะคะ …วิลันดา.." การ์ดสีขาวเขียน
ด้วยหมึกสีน้ำเงินถูกแนบไปด้วยอย่างเคย

ปิงฟ้ายิ้มแม้นขาของเธอจะถูกพันด้วยผ้าพันแผลเนื้อตัวเต็มไปด้วย
รอยถลอกปอกเปิก เธอคิดถึงวิลันดาแล้วมีอันต้องคิดถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
คนที่มีท่าทางคล้ายชายและมีอายุน้อยกว่า ผอ. วิลันดา
บางวันปิงฟ้าเห็นผู้หญิงคนนี้อยู่ที่ห้องทำงานนั้น
บางวันแต่งชุดเสื้อกระโปรงสีกากีอย่างชุดเครื่องแบบข้าราชการหญิง
บางวันเธอสวมเสื้อกางเกงประเภทยูนิเซ็กซ์ แต่ก็คล้ายผู้ชาย
ท่าทางเธอดูร่าเริงกรุ้มกริ่ม..ปิงฟ้าคิดว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนรักของผอ.วิลันดา !!!

เรื่องแบบนี้ที่ไหนๆ ก็มีให้เห็นให้รู้ได้เองเหมือนการรับรู้ในเรื่องอื่นๆ
อย่างเช่นการรับรู้เรื่องการจ่ายเงิน หรือรับเงินทอน มันเป็นการรับรู้ไปเอง
โดยอัตโนมัติก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าที่ไหนก็มีใช่ว่าจะมีแต่ที่นี่ เชียงใหม่ - ประเทศไทย

จะว่าแปลกก็แปลกอยู่ แต่จะว่าไม่แปลกก็ไม่แปลกหรอก เพราะมันเป็นความจริง
ของโลกอย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามเธอก็รู้สึกเสียดาย..เสียดายวิลันดา ..

หล่อน เป็นผู้หญิงสวยสง่าในขณะที่อ่อนโยนสุภาพ อีกทั้งรวยมากด้วย หล่อนคงเป็นสุภาพสตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุดหากหล่อนจะไม่มีคู่รักเป็นทอมบอย
.. อา.. ความรู้สึกนึกคิดอย่างนี้ มันน่าจะเป็นความนึกคิดอย่างพื้นๆ
ของคนทั่วไปกระมัง ไม่มีใครเสียดมเสียดายผู้หญิงที่คล้ายชาย
นอกเสียจากว่าผู้หญิงทอมคนนั้นจะสวยมากจนน่าเสียดายที่เธอ
ไม่แต่งเนื้อแต่งตัวเป็นหญิงให้สมสวย

และเช่นเดียวกันคงไม่ค่อยมีใครรู้สึกว่าการเป็นทอม-ดี้นั้น
คนเป็นทอมจะเสียหายอะไรตรงไหน แต่มักรู้สึกกันว่าดี้นั้นต่างหากที่เสียหาย
และน่าเสียดายว่าทำไมจึงไม่รักผู้ชายเข้าสักคน
แต่ทั้งหมดนี้มันก็เป็นเพียงความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นทั้งสิ้น
มันหาใช่ความรู้สึกของคนที่เป็นหญิงรักหญิงเองเลย..

เมื่อออกจากโรงพยาบาลปิงฟ้าพักอยู่ที่บ้านไม่ได้ไปโรงเรียน
และในตอนเย็นเธอก็ใช้ไม้เท้าค้ำยันเดินออกจากบ้าน
ไปโรงเรียนอนุบาลวิลันดา ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับซอยบ้านของเธอเอง

ีอุปกรณ์วาดรูปใส่ย่ามใบโตสะพายมาด้วย

และเธอก็มานั่งลงตรงที่เดิม ลงมือวาดรูปไปตามปรกติอย่างที่เคยทำ
มีครูและเด็กหรือแม้นกระทั่งผู้ปกครองบางคนที่คุ้นเคยกันเข้ามาทักถาม
และหนึ่งในจำนวนผู้เข้ามาถามนั้นก็มี ผอ. ของโรงเรียนรวมอยู่ด้วย

"เกิดอะไรขึ้นคะปิง"หล่อนถาม
ปิงฟ้ายิ้มให้นิดหน่อย เธอนั้นบอกสาเหตุให้ใครต่อใครมาหลายราย
แล้วชักล้าที่จะพูดซ้ำซาก
"อืม…เมื่อยค่ะ - เลยนอนลงมา" เธอบอกหน้าตาเฉยอย่างนั้นแหล่ะ
แต่ทำให้วิลันดาหัวเราะออกมาเบาๆ
"ตายจริง อุตส่าห์มีอารมณ์ขันนะคะ"
"ปิงตอบคำถามตลอดมาตั้งแต่ออกจากบ้าน"
"แปลกนะคะ ซนก็ไม่ซนแต่เหมือนเด็กซุกซน- ตกลงมาจากอัฒจรรย์ได้ไง.?."
หล่อนบ่นอย่างเอ็นดูแกมแปลกใจ ส่ายหน้าไปมา
ความจริงเธอนั่งอยู่กับเพื่อนบนอัฒจรรย์ กำลังวาดภาพอยู่อย่างเพลิดเพลิน
พวกเพื่อนๆ ต่างพูดคุยหยอกเย้ากันตามประสา ช่วงที่เพื่อนคนที่อยู่ใกล้เธอ
ออกท่าทางประกอบการพูดคุยอยู่นั้น
บังเอิญมากระแทกเอาตัวเธอเข้า ปิงฟ้าไม่ทันตั้งตัวจึงเสียหลักพลัดหงายลงมา
เมื่อเกิดเรื่องขึ้นเธอมิได้ถือเป็นความผิดของใคร นอกจากตัวเองที่ไม่ระวังตัว
"ขอบคุณสำหรับดอกไม้ค่ะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ว่าจะไปเยี่ยมแต่เกรงใจ อยากให้คนป่วยพักผ่อนมากๆ คน
ป่วยที่เป็นนักเรียนไม่ค่อยได้พักหรอกค่ะเพื่อนเยี่ยมกันตลอด
จนออกจากโรงพยาบาลนั่นแหล่ะ"
"ถูกค่ะ" ปิงฟ้าหัวเราะ วันนั้นเธอสวมชุดผ้าฝ้ายสีขาวขุ่น
ตัดเป็นคอปาดตัวหลวมสบาย ทำให้เธอแลดูเหมือนทูตสวรรค์ในภาพโบราณ
เส้นผมของปิงฟ้านั้นยาวตรง มีสีดำสนิทและแวววาวราวกำมะหยี่ชั้นดี
มันถูกปล่อยให้ยาวรุ่ยร่ายเป็นอิสระ..
"เวลาเดินเจ็บไหมคะ ?"หล่อนถามอย่างห่วงใย
"ค่ะ"
"โถ ..แล้วอุตส่าห์เดินมานะคะ"
"อยากวาดรูป" เธอบอก
"คิดถึงมาตา" เธอหมายถึงรูปแกะสลักหินอ่อนที่หน้าตึกอำนวยการนั่นเอง
วิลันดามองตามสายตานั้นไป
"ชอบรูปมาตาหรือคะ"
"ค่ะ..อีกหน่อยปิงจะไปเรียนศิลปะที่โรม ที่นั่นมีรูปสลักหินอ่อนมากมาย"
เธอบอกพลางยิ้มละไมอย่างมีความสุข วิลันดาได้รูปสลักมาตานี้มาจาก
ญาติผู้พี่ชื่อฤกษ์ฤทธิ์ในวันเปิดทำการโรงเรียนแห่งนี้
เขาว่าสิ่งนี้เหมาะกับบรรยากาศโรงเรียนอนุบาลอย่างที่สุด
เนื่องด้วยเป็นรูปลักษณ์ที่แสดงถึงหญิงที่เป็นมารดา
อุ้มโอบเด็กเล็กเอาไว้ในอ้อมแขนแนบไว้กับทรวงอกพร้อมทั้งก้มลง
มอง ดูเด็กน้อยนั้นอย่างอารี แม้นเป็นงานปะติมากรรมสมัยใหม่ที่ไม่ใช่รูปเหมือน เป็นเพียงรูปที่แกะออกมาให้ดูคล้ายผู้หญิงและเด็กน้อยเท่านั้น
แต่หล่อนและใครๆ ก็ชอบ และหลังจากนั้นหล่อน
มักจะไปเดินดูงานศิลปะต่างๆ ทั้งด้านจิตรกรรมและปะติมากรรมอยู่เสมอ

ปิง ฟ้าและหล่อนได้คุยกันอีกบ้าง เรื่องที่คุยมักจะเป็นเรื่องโรงเรียนของปิงฟ้า วิลันดาจะถามเรื่องการเรียนและถามถึงคุณครูเก่าแก่บางคนที่เคยสอนหล่อนมา
ถามถึงเพื่อนบางคนที่สอนอยู่ที่นั่น การสนทนาของคนทั้งสองเป็นไปแบบเรื่อยๆ
ปิงฟ้านั้นจะวาดๆ เขียนๆ ของเธอไปตามปรกตินอกเสียจากตอนใด
ที่สะดุดหูหรือน่าสนใจก็จะหันมามองหล่อนเสียทีหนึ่ง

ปิงฟ้านั้นไม่ค่อยกล้าที่จะมองสบตาผู้หญิงคนนี้นัก
เหมือน กลัวว่าหล่อนจะรู้ถึงความนึกคิดที่มีต่อหล่อนในเรื่องบางเรื่อง อย่างเรื่องรสนิยมส่วนตัวที่หล่อนมีผู้หญิงคล้ายชายคนนั้นมาวนเวียนอยู่ ใกล้ๆ
ดั่งคนรัก แต่กระนั้นเธอก็คิดว่า ความนึกคิดของตนคงไม่ต่างกับความนึกคิด
ของใครทั่วไป..นั่นคือเสียดาย !!!

..

ปีการศึกษาต่อมา น้องแป้งจบจากโรงเรียนอนุบาลของหล่อน
และสอบติดโรงเรียนเดียวกันกับปิงฟ้า วิลันดาจึงไม่ได้พบปิงฟ้าที่ใต้ต้นไม้นั้นอีกต่อไป…
หล่อนรู้สึกเหมือนกันว่ามีบางอย่างขาดหายไปจากความเคยชิน…

จนกระทั่งวันหนึ่ง .. วันธรรมดาในช่วงปิดภาคเรียนกลางปี ที่ร้านดอกไม้ "วิลันดา"
ในห้างสรรพสินค้า น้องแป้งเป็นคนชี้ให้ปิงฟ้าและคนอื่น ๆที่เดินด้วยกันดูและบอกว่า

"ผอ. วิลันดาค่ะ"… ทุกคนหันไปมองตามนั้นแล้วก็เจอหล่อน
และเจอผู้หญิงทอมคนนั้นในร้าน ผู้หญิงคนนั้นแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบบลำลอง
อย่างที่พวกผู้ชายชอบใส่กัน ท่าทางเธอเหมือนเป็นเจ้าของไปเสียทุกสิ่งทั้งร้าน
ทั้งตัวเจ้าของร้านที่ยืนอยู่ข้างๆ …

วิลันดาเห็นทุกคนแล้วและน้องแป้งจูงมือปิงฟ้าเดินเข้าไปหาหล่อนในร้าน
ศรัณกับแม่จึงเดินตามเข้าไปด้วย
"สวัสดีค่ะ ผอ." เด็กหญิงยกมือไหว้พลางทักทายน่ารัก
ภาพวิลันดารับไหว้เด็กหญิงเล็กๆ อย่างน้องแป้งยังคงตรึงตาประทับใจปิงฟ้า
ไม่รู้หาย ผู้หญิงสวยสง่าและอ่อนโยนคนนี้ หล่อนไม่ละเลยใครเลย
หล่อนยกมือรับไหว้มือน้อยนั้นพร้อมรอยยิ้มละมุนละไม
"สวัสดีค่ะ .." ปิงฟ้าและศรัณไหว้หล่อนด้วยเช่นกัน
และหล่อนก็รับไหว้อย่างน่ามอง
"ศรัณนี่คุณวิลันดา ผอ.โรงเรียนอนุบาลของน้อง" ปิงฟ้าแนะนำน้องชาย
"สวัสดีครับคุณวิลันดายินดีที่ได้รู้จักครับ" เด็กชายผิวขาวเกลี้ยงเกลา
น้องชายของปิงฟ้าทักทายอย่างนี้ ถ้อยคำที่ใช้ราวกับอ่านออกมา
จากหนังสือคู่มืออย่างนั้นแหล่ะ แล้วปิงฟ้าก็แนะนำแม่ของเธอ
"นี่แม่ปิงค่ะ แม่นภางค์" คราวนี้หล่อนไหว้แม่ของปิงฟ้าด้วยคะเนแล้วว่า
อีกฝ่ายมีอาวุโสกว่า
"สวัสดีค่ะ ยินดีที่มีโอกาสรู้จักกับคุณแม่ของจิตรกรปิงฟ้าเอ้อนี่..
เปรมจิตเพื่อนฉันค่ะ" หล่อนให้เกียรติ์คนเสมอ ไม่เคยเลยที่จะลืมหรือละเลยใคร
ให้เก้อ เปรมจิตหรือเพื่อนหญิงที่มีลักษณะทอมบอยคนนั้นยกมือไหว้แม่ของปิงฟ้า
"ยินดีฮะ"เปรมจิตเอ่ยทัก จากนั้นก็รับไหว้พวกเด็กๆ
"ไงจ๊ะหนู ตอนนี้เรียนที่ไหนจ๊ะ" เธอทักน้องแป้งด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"โรงเรียนเดียวกับพี่ปิงฟ้าค่ะ" น้องตอบอย่างเขิน และเลยพิงตัวอยู่กับปิงฟ้า
แต่แหงนหน้ามองเปรมจิตด้วยดวงตาแป๋วแหวว
"โรงเรียนเดียวกับพี่ปิงฟ้า ก็โรงเรียนเดียวกับ ผอ.ด้วยน่ะสิ ผอ.ของหน
เป็นศิษย์เก่าที่นั่นเหมือนกันนะ" เสียงนั้นร่าเริง น้องแป้งและปิงฟ้าต่างนิ่ง
ด้วยไม่รู้จะพูดคุยอะไรด้วย มันทำให้ฝ่ายนั้นมีท่าเขินๆ เล็กน้อย
ทว่า วิลันดากลับทำให้บรรยากาศดีขึ้นด้วยการชวนพูดชวนคุย
"มาซื้ออะไรกันหรือคะ ?..เด็กๆ ปิดเทอมอย่างนี้คงเที่ยวกันใหญ่"
"ซื้อของใช้ในครัวค่ะ" แม่ของปิงฟ้าบอก
"เมื่อวานพี่ศรัณสอนหนูว่ายน้ำด้วยค่ะ พี่ศรัณว่ายน้ำเก่งมากเลยนะคะ"
น้องแป้งคุยตามประสาเด็กช่างพูดช่างเล่า เด็กชายหัวเราะออกมาอย่างเขิน
อยู่ๆ ก็มีคนยกยอต่อหน้าต่อตา
"แล้วพี่ปิงฟ้าล่ะคะ พี่ปิงฟ้าไม่เก่งหรือ?" คุณเปรมจิตคนนั้นเอ่ยถามแม่หนู
"พี่ ปิงก็ว่ายเป็นค่ะ แต่ไม่ได้สอนหนู พี่ศรัณเขาสอน.." น้องแป้งตอบด้วยกริยาเดิม เธอเขินเพราะอะไรไม่รู้แต่เธอก็จ้องมองเปรมจิตด้วยตาแป๋วๆ นั้นอย่างไม่วางตา
"ปิงล่ะคะปิดเทอมทำอะไรบ้าง ?" วิลันดาถาม
"ส่วนใหญ่นะคะพี่ปิงไปไหนก็เอาแต่วาดรูปๆ ๆ” น้องแป้งจาระไน
"ก็พี่ปิงชอบวาดรูปนี่" ศรัณว่า เขาเองก็พูดไม่ชัดแต่ก็เป็นเด็กกล้าพูดไม่ใช่คนขี้อาย

"ดอกไม้พวกนี้มาจากไหนกันคะ ?" คุณนภางค์ผู้เป็นแม่ถามบ้างมองไปรอบๆ
เห็นมีดอกไม้สวยๆ เต็มไปหมด พนักงานหลายคนในร้านกำลังจัดดอกไม้กันอยู่
จัด ลงแจกันบ้าง จัดเข้าช่อบ้าง และบางคนกำลังพูดคุยกับลูกค้า นับได้ว่าเป็นกิจการขนาดกลางที่มีความเคลื่อนไหวเรียบร้อยแบบธุรกิจที่อยู่ ตัวแล้ว
ธุรกิจที่ไม่ถึงกับต้องเร่งรีบเหมือนการค้าขายในตลาดสด และไม่ถึงกับเฉื่อยช้า
แต่เป็นงานที่เคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ ในจังหวะที่พอดีๆ
"ส่วนใหญ่มาจากสวนของเราเองค่ะดิฉันมีสวนอยู่ที่สันป่าตอง มีบางส่วน
มาจากตลาดอื่นบ้าง บางส่วนมากมาจากฮอร์นแลนด์แต่สั่งมาเท่าที่จำเป็นเท่านั้นล่ะค่ะ"
วิลันดาอธิบายอย่างอ่อนน้อมในฐานะที่อ่อนอาวุโสกว่าอีกฝ่าย
"ธุรกิจดอกไม้ที่นี่การแข่งขันสูงไหมคะ?"
"ไม่สูงมากค่ะ บังเอิญโชคดีที่ทำมานาน เราปลูกเองและมีร้านขายเอง
ที่ขายส่งก็เป็นลูกค้าประจำที่ติดต่อกันมานาน พวกที่เพิ่งเริ่มทำน่ะค่ะถึงจะมี
ปัญหาในเรื่องส่วนแบ่งการตลาดกับความเชื่อถือของลูกค้า"
"เก่งนะคะ มีกิจการตั้งหลายต่อหลายอย่างทั้งโรงเรียนอนุบาลทั้งสวนทั้งร้านดอกไม้"
"ไม่ถึงกับเก่งหรอกค่ะ งานที่ทำอยู่ก็เป็นงานที่ดิฉันรักทั้งนั้น"

ปิงฟ้ามองหล่อน ท่าทางหล่อนน่ามอง ไม่ถ่อมตัวจนเสียสง่าและ
ไม่วางเขื่องจนดูลำพอง บุคลิกของวิลันดางามพอดีไม่มากไม่น้อยเกิน
และมันก็จับตาจับใจปิงฟ้าอย่างยิ่ง

คุณนภางค์มองไปรอบๆ อย่างชื่นชอบ ร้านดอกไม้นี้มีรูปแบบที่มี เสน่ห์
หอมกลิ่นดอกไม้สดและมีเสียงนกร้อง จุ๊กๆ จุ๊กๆ …
พร้อมกับเพลงบรรเลงแทรกเสียงคลื่นเบาๆ

1 comments:

  1. เฮ่ย! อ่านแล้วอยากจะเป็นปิงฟ้าเสียจัง...

    ReplyDelete