Wednesday, 20 May 2009

ตอนที่ 53


ไม่มีใครมีอะไรเท่ากันนะถ้าพี่กับน้องดาไม่มีสมบัติพ่อแม่ลำพังต่อสู้ด้วยตัวเองพี่อาจเป็นเพียงวินมอเตอร์ไซต์ หรือคนขี่สามล้อก็ได้
แต่พี่เจ้าก็โชคดี..
คุณควรภูมิใจนะที่ทำมาหากินด้วยตัวเองจนมีวันนี้
เทียนภูมิใจค่ะ แต่บางครั้งก็รู้สึกว่ากว่าจะมีวันนี้ได้           ต้องฝ่าฟันอะไรต่อมิอะไรยากลำบากเหลือเกิน ไม่เหมือนคนที่เขามีกองทุนมาแต่เกิด พลาดพลั้งอะไรขึ้นมาก็มีคนคอยอุ้ม ..สบ๊ายสบาย
 เจ้าถอนใจ
มองโลกในแง่ดีบ้างเถอะ แล้วคุณจะมีความสุขกว่านี้
แค่นี้เทียนก็มีความสุขมากแล้วล่ะค่ะ ได้เป็นแฟนเจ้าทับทิม..จริงๆ นะคะพี่เจ้า  เทียนรักพี่เจ้าม้าก มาก.. ทั้งรักทั้งหลง ทั้งหวงทั้งห่วงไปหมด เทียนขี้หึงนะคะพี่เจ้า  ฉะนั้นตอนนี้ถ้าพี่เจ้าจะกลับใจมันก็สายไปแล้ว
เจ้าทับทิมเหลือบมองหล่อนอีกหนแล้วหัวเราะ  เอื้อมมือไปจับมือหล่อน
พี่ว่าตั้งแต่พี่ชอบคุณ พี่ยังไม่เคยเหลวไหลเลยนะ
หมดสิทธิ์แล้วล่ะค่ะเสียงหล่อนเฉียบขาด
ดุจังเจ้าบ่นงึมงำ  หากแต่ทำให้เทียนหยดยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขที่ฝ่ายนั้นยอมให้ข่ม

บทที่ 20

 “สวัสดีครับ”…เขาเป็นเด็กหนุ่มผมทองรูปร่างสูงโปร่ง       ผิวขาวอมชมพู ผมหยิกเป็นลอนเล็กๆ ยาวระบ่า ใบหน้าเขาแจ่มใสมีรอยยิ้มเป็นมิตร และดวงตากลมโตสีครามของเขาชวนมองเหลือหลายปิงฟ้าเงยหน้าขึ้นมาจากภาพวาดก็พบดวงตาสีครามคู่นั้นจ้องมองมา
สวัสดีค่ะ.. มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”ปิงฟ้าพูดกับเขาเป็นภาษาไทยเพราะเขาทักเธอเป็นภาษาไทยนี่นา เธอคิดว่าเขาเข้ามาเพื่อจะใช้บริการที่ร้าน แต่กลับไม่ใช่
“ no..no…" คราวนี้เขาใช้ภาษาอังกฤษ เขารู้ภาษาไทยแค่สวัสดี ขอบคุณ กินข้าว และคำง่ายๆ อื่นอีกไม่กี่คำเท่านั้นเอง
ผมอยากให้คุณช่วยเขาใช้ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน เด็กหนุ่มผมทองยื่นกระดาษชิ้นหนึ่งให้ดู  มันเป็นชื่อร้านขายสินค้าจำพวกไม้แกะสลักสำหรับเป็นของประดับบ้าน ร้านนี้ปิงฟ้ารู้จัก แต่ค่อนข้างหายากเขาคงไปไม่ถูก
อะไรหรือปิง?” ตรัยหันมาถาม ปิงฟ้ายื่นกระดาษให้เขาดู
จ๊างแก้ว(ช้างแก้ว)เขาพึมพำชื่อร้านแล้วหันมาถามปิงฟ้าว่า
ใช่ไหมปิง?”
คงใช่นะคะ ร้านแกะสลักน่ะค่ะพี่
อยู่ชั้นบนเขาชี้มือ..
หนุ่มผมทองมองตามมือแล้วก็ยิ้ม  ยิ้มอย่างน่ามองทีเดียว     ริมฝีปากของเขาแดงระเรื่อ..
รู้เรื่องไหม? ไม่รู้เรื่องหรอกรึ? เมื่อกี้ได้ยินสวัสดีกันอยู่นี่นาเจ้าของร้านหัวเราะ แล้วเขาก็เปลี่ยนภาษาคุยกับเจ้าหนุ่มต่างชาติ แต่เจ้าหนุ่มก็ยังงุนงงปักหลักยืนทำท่าไม่เข้าใจอยู่อย่างนั้น เพราะที่ตรัยบอกนั้นมันดูวกวนยากที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ
คุณคิดค่าบริการก็ได้ ช่วยนำทางผมหน่อยเขาบอกอย่างนี้แหล่ะ  ตรัยยักไหล่  หันมามองปิงฟ้า แจ้นั่งยิ้มนิดๆ   
ฉันพาคุณไปเอง.. ไม่คิดเงินปิงฟ้าว่าแล้วคืนกระดาษให้เขา เด็กหนุ่มผมทองทำตาลุกวาวน่ามอง  จมูกเขาโด่งพอสวย ปากสีสวยเหมือนผลไม้สุกที่สดใส
ปิงฟ้านำเขาไปที่ร้านที่เขาต้องการ
คุณพูดภาษาอังกฤษได้ดีเขาชม
ขอบคุณเธอเอ่ยพลางหมุนตัวกลับ
เดี๋ยวสิ.. ผมยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลยนะ .. ขอบคุณที่กรุณา
ค่ะ
เดี๋ยว! เขาตามมาดักหน้าไว้อีก ท่าทางลิงโลดน่ารักเหมือนกระรอกกระแตตัวโตๆ  มีขนสีทองเงางาม
ผมชื่อเดวิดเขาแนะนำตัวเอง 
มีอะไรบางอย่างเหมือนดาวนับล้านๆ  ดวงเต้นระยิบระยับอยู่ในดวงตาสีสวยของเขา  ซึ่งดูเหมือนว่าขณะนี้เขาไม่เห็นสิ่งอื่นใดนอกเหนือไปจากใบหน้าของปิงฟ้าเท่านั้น..
ฉันปิงฟ้า..
พิง-ฟา..เขาพยามเรียก ปิงฟ้าหัวเราะแล้วเขาก็ยักไหล่
เรียกยากนะ เรียกพิ้งได้ไหม  มันดูง่ายกว่าเขาต่อรองน่าเอ็นดู รอยยิ้มของเขา ดวงตาของเขา และท่าทางของเขาอีก..มันแสดงออกมาหมดราวกับพระเอกวัยรุ่นที่แสดงได้เก่งกาจ
และกำลังแสดงบทตกหลุมรักนางเอกอย่างปุบปับยังไงก็อย่างงั้น .. เธอรู้สึกได้.. แต่เธอแค่รู้สึกยินดี.. แค่รู้สึกดี.. รู้สึกแปลกใหม่.. แต่แล้วเธอก็คิดถึงวิลันดาอีกแล้ว..เธอไม่สามารถห้ามไม่ให้คิดถึง..
แล้วแต่คุณเถอะปิงฟ้ายิ้มให้เขา
ผมจะอยู่เชียงใหม่อีก15วัน.. ผมจะพบคุณอีกได้ไหม?” เขาว่า
คราวนี้ปิงฟ้านิ่งคิด เพื่อนชาย?..
ฉันทำงานที่ร้านนั้นตอนเย็นถึงค่ำวันธรรมดา กับตอนกลางวันของวันหยุดเธอบอก
ผมจะมาพบคุณอีกดวงตาสีครามของเขาวาววาม ปิงฟ้าเดินจากมาพร้อมรอยยิ้ม.. นี่ถ้าเพื่อนๆ  ที่มีเพื่อนชายแล้วทั้งหลายมาเห็นเด็กหนุ่มหล่อผมทองตาสีครามสวยคนนี้เข้า คงพากันอิจฉาที่เขาทำท่าอย่างนี้ ทำตาอย่างนี้ใส่เธอ..
มันน่าตื่นเต้นเหมือนกัน มันทำให้เธอยิ้ม และทำให้เธอถูกตรัยแซว..
ส่งถึงที่หรือเปล่าสาวจี๋?”
ปิงฟ้าหัวเราะแล้วหันไปเห็นรอยยิ้มเหมือนโล่งใจของแจ้เข้า.. เธอยิ้มให้แจ้ด้วย และเธอคิดว่าตัวเธอคงหน้าแดง..
เขาไปซื้ออะไรที่ร้านนั้นล่ะ?” ตรัยถาม
ไม่รู้ค่ะ
อ้าว.. ไม่ถามอะไรเลยเรอะรงค์เอ่ยถามเสียงหลง น้ำเสียงนั้นตั้งใจหยอกเย้าเต็มที่
เปล่าค่ะ
ไม่เป็นเลย..รงค์บ่นพลางส่ายหน้าไปมา
ไม่เป็นอะไรรงค์ ?” แจ้หันไปถาม
 “ไม่เป็นแม่รีแม่แร่ดเหรอ?”เธอถามต่อด้วยหน้าตาเฉย
แหมพี่แจ้..รงค์ค้อนพลางขมวดคิ้ว
 “เป็นผู้หญิง.. แร่ดมั่งเล็กๆน้อยๆ จะเป็นไร..เขาว่าเข้านั่น
ฮึ!แจ้แค่นหัวเราะ
พอเห็นบ่าวหล่อเอาสวิงช้อนเสีย..แจ้ว่าแกมประชด        แล้วเสียงหัวเราะก็ครืนขึ้น
แต่หล่อมากนะนั่น..มีลูกกับฝรั่งหล่อๆแบบนี้ คลอดออกมาสองเดือนไปเป็นดาราได้เลยรงค์ว่าอย่างคนคิดไปไกลหากค่อนข้างเพ้อเจ้อและบ้าบอ
กะเอารวยล่ะนะตรัยหัวเราะหึๆ
คนเพิ่งพบกันนะไอ้รงค์มึงว่าไปถึงมีลูกมีเต้า
อ้าว..นี่แหล่ะเขาเรียกมีวิสัยทัศน์รงค์หัวเราะสนุก
...
แล้ววันต่อมาเด็กหนุ่มเดวิดก็โผล่มาให้ปิงฟ้าถูกแซวหนักกว่าเดิมเข้าไปอีก  เพราะเขาเข้ามาคุยด้วย และขอนัดปิงฟ้าไปเที่ยว
เมื่อเขาไปแล้วรงค์จึงว่า
อย่างงี้สมควรที่เราจะหวงไหมเนี่ยะ?” สีหน้าเขาครุ่นคิด
หวงหน่อยก็ดีตรัยบอก
แต่แม้นหวง เดวิดก็มาทุกเย็น มานั่งคุยด้วย  ทุกคนฟังเขาเพลิด แม้นจะรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง และทำงานไปด้วย แถมมีอะไรก็ชวนเขา      กินด้วย
เดวิดก็น่ารัก เขาเล่าเรื่องของเขาให้ฟังว่าเขาเพิ่งจบชั้นไฮสครู ตัวเขาอยากเรียนดนตรี แต่พ่อแม่อยากให้เขาเรียนหมอ เขาอยู่ในระหว่างการตัดสินใจ
เขามีญาติที่เคยมาเมืองไทยในโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม  ญาติคนนั้นเล่าให้เขาฟังถึงเมืองเชียงใหม่ ทำให้เขาอยากมา     เห็นด้วยตา เขาจึงบินมาเที่ยวเสียก่อนๆ  ที่จะคิดตัดสินใจว่าตัวเองควรจะเลือกทางไหน
คุณคิดว่าผมควรเลือกอะไร?” เขาถามปิงฟ้า
คำถามของคุณเหมือนไม่ใช่คนอเมริกันเธอยิ้ม
คนอเมริกันในความคิดของคุณเป็นอย่างไรหรือปิงฟ้า?”เขาจ้องตาพลางยิ้มละไม
มีอิสระทางความคิดเธอว่า
เขายักไหล่
ผมอยากเป็นนักดนตรีเขาว่าแล้วทำหน้าย่น
แต่อนาคตทางดนตรีเต็มไปด้วยการแข่งขัน.. ผมว่าพ่อผมคิดถูก แต่.. ผมอยากลองใช้ชีวิตโลดโผน..เขาหัวเราะแล้วส่ายหน้า
ฉันช่วยคุณคิดไม่ได้หรอกคุณต้องคิดเองเพราะมันเป็นชีวิตของคุณนี่คะ
เป็นหมอก็เล่นดนตรีได้นี่เดวิดตรัยออกความเห็น
บ้านเราหมอเป็นโฆษกก็มี หมอร้องเพลงก็มี..เป็นสส.ก็เยอะเขาว่า เดวิดทำตาโตอย่างแปลกใจ
จริงหรือครับ? เก่งจริง.. ผมไม่สามารถเรียนหมอพร้อมๆ กับเรียนดนตรี..เขายักไหล่คราวนี้ตรัยขมวดคิ้ว
 “เออเว้ย..พวกฝรั่งเขาจะเป็นนักดนตรีเขาต้องเรียนเป็นเรื่องเป็นราวเขาไม่สวมหมวกหลายใบ..เขาพึมพำเป็นภาษาไทยพลางพยักหน้าหงึกหงัก
อะไรเหรอพี่ตรัย?” รงค์สะกิดถาม
พี่ว่าบ้านเราเป็นหมอก็เป็นโฆษก เป็นดาราเป็นนักร้อง       ได้ เป็น สส. ก็มีเขาพากษ์ไทยอีกรอบ
เจ้าเดวิดเขาคิดไม่ตกว่าเขาจะเรียนอะไรดี เขาชอบอยากเป็นนักดนตรี ข้างพ่ออยากให้เขาเป็นหมอ
อ๋อ…” รงค์พยักหน้ารับรู้
เป็นนักดนตรีมีสิทธิ์ดังเหมือนกันนะ หล่อลาก..อย่างนี้รงค์ว่า
อยากเป็นอะไรก็เป็นแจ้ว่า หน้าตาเธอเฉยเมยอย่างเคย
 เดวิดมาหาปิงฟ้าแทบทุกวัน..จนกระทั่ง
พิ้งพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของผมแล้วนะเขาเอ่ยแก่ปิงฟ้าพลางทำตาปรอย  ใครต่อใครพากันมองหน้ากัน..เออหนอ  เวลามันช่างรวดเร็ว พ่อหนุ่มผมทองคนนี้มาสุงสิงอยู่ด้วยระยะหนึ่ง พอรู้ว่าเขาจะไปแล้วก็ดูว่าน่าอาลัย
ดวงตาของเขาทอดมองเด็กสาวปิงฟ้า ผู้สวมชุดนักเรียนมัธยมปลายด้วยแววละห้อย
ฉันอยากไปเที่ยวกับเธอ เพื่อเก็บเป็นภาพแห่งความทรงจำครั้งหนึ่งของชีวิต.. ได้ไหมพิ้ง  พรีท..ดวงตาสีครามใสสวย.. สีหน้าวิงวอนของเขาด้วย.. ทุกคนที่นั่นนิ่งเงียบ  ต่างรอคอยคำตอบจากเด็กสาววัยแรกแย้ม..
ปิงฟ้ายังเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลาย  สวมเครื่องแบบนั่งประคองกระดานวาดรูป หากเดวิดเป็นเด็กไทยๆ  เป็นนักเรียนชายหัวดำๆ  หรือเป็นหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยปีต้นๆ คงมองเห็นเป็นเรื่องน่าเกลียด      ที่เที่ยวมานั่งเว้าวอนขอนัดเด็กสาวนักเรียนอยู่ในท่ามกลางผู้ใหญ่อย่างนี้
แต่เนี่องจากเดวิดเป็นชาวต่างชาติ  ต่างทั้งภาษาและวัฒนธรรม  เขาไม่รู้หรอกว่าเรื่องแบบนี้คนไทยไม่ชักชวนกันเปิดเผยอย่างนี้  เขาเป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นมาจากทิศตะวันตก ที่นั่นผู้คนแสดงถึงความต้องการของตนอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาได้มากกว่าผู้คนซีกนี้
 “ตกลงเธอบอกเขาพลางยิ้มให้
เท่านั้นเอง เธอและใครทุกคนก็ได้เห็นเดวิดเด็กหนุ่มผมทองลุกขึ้นมา กระโดดโลดเต้นด้วยความยินดีและร้องอุทานออกมาว่า
วิเศษณ์!!!ดวงตาเขาพราวด้วยความฝันอันบรรเจิด  เธอและเขานัดหมายกันมั่นเหมาะ แล้วเดวิดก็ลากลับเกรทเฮ้าท์ที่พัก
เดทแรกใช่ไหมเนี่ยะ?” ตรัยเปรยคำถามลอยลม ไม่กล้ามองปิงฟ้าด้วยเกรงว่าจะทำให้เธออาย หรือที่แท้เขาอายแทนเธอก็อาจใช่     
ค่ะปิงฟ้ายิ้มและตอบคำถามเขา
คราวนี้ตรัยหันมามอง.. ถ้าปิงฟ้าเป็นน้องสาวเขา เขาคงแย้ง เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้ชายไทย คิดอย่างชายไทยธรรมดาๆ คนหนึ่ง   หน้าที่ดูแลน้องสาว  ถ้าน้องจะคบใครสักคนน่าที่เขาจะต้องรู้สึกเห็นดีเห็นงามด้วย และเขาน่าจะได้รู้จักผู้ชายคนนั้นให้ดีกว่านี้ นานกว่านี้ และน่าจะต้องรู้สึกว่าไว้ใจได้แน่และอะไรต่ออะไรอีกสารพัดสารพัน
แต่สาวน้อยคนนี้ไม่ใช่น้องสาวจริงๆ  และพ่อหนุ่มคนนั้นก็เป็นฝรั่ง  การรู้จักกันของคนสองคนก็แสนสั้น จริงอยู่เขาอาจชอบเดวิด เพราะเป็นเด็กหนุ่มอัธยาศัยดี ช่างพูดช่างคุย เข้าใจผูกมิตร
แต่ยังไงเขาก็ห่วงๆ  หวงๆ  ด้วยเห็นปิงฟ้ามาหลายปี
ทำใจลำบากหรือพี่ชาย?”แจ้ถามเบาๆ  แต่ตรงใจเขาเป๊ะทีเดียว.. เออนะ.. ทำใจลำบากนั่นล่ะที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้  ตรัยได้รู้จักตัวเองมากขึ้นอีกนิดว่า ต่อไปถ้าเขามีลูกสาว เขาต้องเป็นพ่อที่หวงลูกมากทีเดียว 
แต่เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เสีย ปิงฟ้าเองหาได้สนใจท่าทีของใคร เธอทำงานของเธอต่อไปเงียบๆ  เธอไม่ได้คิดถึงวันพรุ่งนี้กับการที่จะออกไปเที่ยวกับเดวิด แต่เธอกลับคิดถึงผู้หญิงที่นั่งทำงานอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลหน้าปากซอย..

เธอรู้สึกดีที่รู้จักชอบเดวิด และอยากพาเขาไปเที่ยว  อย่างน้อยก็ทำให้เธอรู้ว่าเธอไม่ใช่คนที่แปลกกว่าใคร เธอมีเพื่อนผู้ชายได้และชอบเขามากพอที่จะไปเที่ยวกับเขา.. เธอมองเห็นความน่ารักของผู้ชายคนนี้ มองเห็นว่าผมเขาสวย หน้าตาเขาน่ามองเพลิน ปากก็สวย ตายิ่งสวยซึ้ง ท่าทางหรือก็   น่ามองนัก และเขาทำให้เธอรู้สึกดีต่อตัวเอง
แต่เธอยังคงคิดถึงวิลันดา และภาพเดิมๆ ก็ยังอยู่ มันยังไม่เคลื่อนหรือเลือนหายไปไหน มันเหมือนหนังที่ฉายอยู่ ฉายย้อนไปย้อนมาในความทรงจำของเธอ แต่ก็มีหนังเรื่องใหม่ฉายซ้อนเข้ามามีหนุ่มผมทองตาซึ้งเป็นตัวเอกของเรื่อง..
แล้วคืนนั้นเองที่ปิงฟ้าฝัน..เธอฝันเห็นวิลันดา เธอรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างมันตกตะกอนแปรเป็นความฝันครั้งนี้ อาจเป็นความคิดถึงก็ได้ เธอคงเก็บมันเอาไว้เยอะ มันเต็ม และที่สุดก็ล้นหลั่ง มันเป็นจินตนาการหรือจิตใต้สำนึกลึกๆ  
เธอและวิลันดานั่งด้วยกันที่ซุ้มไม้สีขาว ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีม่วงอ่อนๆที่พลิ้วไหวด้วยต้องสายลม แลดูเหมือนคลื่นดอกไม้สีม่วงไสวๆ สวยงามและอ่อนโยน  วิลันดาสวมชุดยาวสีม่วงเข้มที่กรุยกราย  ปล่อยเส้นผมสยายเป็นอิสระให้พลิ้วพัดไปตามลม ปิงฟ้าอยู่ในชุดอย่างเดียวกันสีเทาอ่อนๆ  สองคนนั่งฟังดนตรีที่บรรเลงแผ่วๆ แว่วมากับสายลม 
เป็นเสียงดนตรีไพเราะเพราะพริ้ง..แต่มีเสียงที่เพราะกว่าพลิ้วออกมาจากริมฝีปากที่เหมือนกลีบดอกไม้ปิงฟ้า..ฉันรักเธอ ..ฉันรอเธออยู่ฉันรักเธอ..
แต่แล้วภาพทั้งหมดก็ดับวูบหายไป ทุกสิ่งมืดมิด แล้วปิงฟ้าก็พบตัวเองสวมชุดนอนสีขาววิ่งอยู่บนถนนกรวดที่แสนจะขรุขระ  ถนนนั้นมืด และทุกอย่างช่างน่ากลัวเธอวิ่งวิ่ง..และวิ่งไปข้างหน้า
มีแสงลิบๆ มองเห็นอยู่เบื้องหน้าไกลแสนไกล ปิงฟ้าเหนื่อยเหลือเกินกลัวเหลือเกิน ..และเธอก็รู้สึกเจ็บปวดฝ่าเท้า และรู้สึกเศร้าใจหดหู่ ..
แต่เธอก็ยังคงวิ่งไปเรื่อยๆ เส้นผมของเธอปลิวสยายไปเบื้องหลัง  ..
เธอสะดุดหกล้มและกลิ้งไปเธอกัดฟันลุกขึ้นมาได้ แล้วเริ่มต้นวิ่งต่อไป.. หกล้มอีกลุกและวิ่งต่อไปอีก..แล้วเธอก็หกล้มลงอีก เธอรู้สึกว่าเธอมีเลือดไหลตามแขนขา ฝ่าเท้า และข้อศอก..แต่เธอก็พยุงร่างลุกขึ้นกระเซอะกระเซิงวิ่งต่อไป
แสงสว่างใกล้เข้ามาเธอค่อยรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ  กำลังใจเอ่อไม่นานนักเธอจะหลุดพ้นจากถนนมืดๆ ที่ขรุขระนี้..เท้าสองข้างจะพาเธอเข้าสู่เขตุแดนอันสว่างไสวและน่ายินดี ขอเพียงเธอจงอดทน..
ปิงฟ้าเหนื่อยสุดชีวิต แต่เธอก็กัดฟันวิ่ง หกล้ม และลุกขึ้น เธอมีบาดแผลมากมาย  เลือดคงไหลย้อยแต่เธอไม่นยอมเสียเวลาหยุดดูมัน แสงสว่างใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว..แสงนั้นสว่างสว่างแล้วสว่างโร่
และดูเหมือนคราวนี้มันกลับเป็นฝ่ายเคลื่อนเข้าหาเธอ จนกระทั่งทุกสิ่งทุก อย่างสว่างโพลงขาวจ้าไปหมด มันเจิดจ้าเสียจนทำให้เธอมึนงงและล้มลงไป
ปิงฟ้าเห็นใบหน้าของหนุ่มเดวิดลอยเด่นอยู่ในดวงสว่างที่จ้าตานั้นดวงตาสีครามของเขาช่างสวยงาม .. แต่แล้วมันค่อยเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้วก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นดวงอาทิตย์สองดวงสว่างขาวจ้าและทำให้เธอมองไม่เห็นอะไรอีกเลย
...
ปิงฟ้าตกใจตื่นเหงื่อพราวไปทั่วหน้า เหนื่อยแทบขาดใจ เห็นเด็กเหมยนั่งมองเธออยู่ข้างเตียง
พี่ปิงฝันร้ายหรือฮ๊ะ?”
ปิงฟ้าพยักหน้ารู้สึกตัวชื้นไปด้วยเหงื่อแม้นจะอยู่ในห้องปรับอากาศ 
ฝันอะไรฮ๊ะะ? เหมยเห็นพี่ปิงหอบใหญ่เลยเหมยบอก
ฝันว่าวิ่ง..ปิงฟ้ายังเหนื่อย
 “มิน่าล่ะฮ๊ะถึงเหนื่อยหอบอย่างนี้..
ไปนอนเถอะเหมย พี่ขอโทษนะคะที่ทำให้ตื่น
ขอโทษทำไมฮะ เหมยคิดว่าพี่ปิงไม่สบายหรือเป็นอะไรไปเสียอีก
“… ขอบใจเธอยิ้มให้

0 comments:

Post a Comment