Tuesday, 19 May 2009

ตอนที่ 49


ปิงฟ้าไม่เคยรู้ว่าผู้หญิงที่เป็นทอมนั้นเริ่มต้นเป็นได้อย่างไร ตอนนี้เธอได้แต่ถามตัวเองว่าเธอจะเป็นทอมหรือไม่?..
ไม่กระมัง  .. ไม่หรอก
เมื่อได้คำตอบแล้วปิงฟ้าก็พยามสลัดความข้องใจต่างๆ ออกไป..ที่แท้ไม่มีอะไรหรอก แค่เธอตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วพบว่าผู้หญิงคนนี้กอดเธออยู่ เนื้อตัวนั้นอุ่นจัด เธอรู้สึกสนิทสนมมากขึ้น เธอรู้สึกว่าอุ่นสบายดีและรู้สึกเร้าใจ!!!
และต่อมาเมื่อวิลันดาทำท่าว่าตื่นแล้วจะออกไปข้างนอกอย่างเคย เธอห่วงอยากให้หล่อนพักบ้างอยากให้สบายและอยากกอดหล่อนบ้าง ..
อย่างนี้จะเรียกว่าผิดหรือถูก?.. ผิดหรือเปล่าที่เธอชอบเมื่อผู้หญิงคนนี้ขยับตัวเข้าหาเหมือนเด็กเล็กๆ ที่โหยหาอ้อมกอด แต่มันไม่ใช่เพราะวิลันดาไม่ใช่เด็ก..และนั่นแหล่ะที่ทำให้ปิงฟ้าคิดมาก 
แต่สรุปแล้วปิงฟ้าไม่อยากเป็นทอม ไม่มีวัน..




บทที่ 16

วิลันดาออกไปสวนตอนสาย ปิงฟ้าตามไปด้วยอย่างเคย    คราวนี้หล่อนพาไปที่โรงคัดแยกดอกไม้ซึ่งมีดอกไม้มากมาย พนักงานที่โรงคัดนี้เป็นผู้หญิงทั้งหมดส่วนใหญ่เป็นลูกเมียคนงานชาย ต่างกำลังทำงานกันกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วมีเพลงเปิดฟังกันเบาๆ  
ปิงแพ้เกสรดอกไม้หรือเปล่า?” หล่อนถาม
ไม่ค่ะ
คนที่แพ้เกสรดอกไม้จะเข้ามาที่นี่ไม่ได้  ขืนเข้ามาจะแย่ หล่อนได้ถ่ายรูปให้ปิงฟ้าหลายท่าด้วยกัน ด้วยว่ามีดอกไม้สดๆ สวยๆมากมายน่าบันทึกภาพเอาไว้เป็นที่ระลึก และหล่อนเองก็ถ่ายรูปคู่กับปิงฟ้าด้วย
นายศรัณเห็นรูปพวกนี้เข้าคงตาลุกปิงฟ้าคาดคะเนพลางยิ้ม กวาดสายตาชื่นชมไปโดยทั่วซึ่งล้วนเต็มไปด้วยดอกไม้ 
 มีกุหลาบหลากสี กล้วยไม้หลากหลาย เยอรบีร่าสีสดๆ  หน้าวัวสีแดงสด เหลืองนวล และขาว ใบดอกใหญ่รูปหัวใจมีงวงตรงกลาง
คนไทยบางคนไม่ชอบหน้าวัววิลันดาบอก
ถือว่าชื่อไม่เพราะ ก็..ชื่อหน้าวัว ..หล่อนหัวเราะสนุกในการเล่า 
แต่คนรุ่นใหม่เขาไม่ถือ บางคนชอบมากเสียอีก เพราะดอกหน้าวัวเขาทน มีใบดอกเป็นรูปหัวใจ ฝรั่งจะชอบมากตรงที่คล้ายรูปหัวใจ เขาใช้แทนกุหลาบวันวาเรนไทน์ได้..อย่างนี้เรียกว่านานาจิตตังนะคะปิงปิงเข้าใจคำว่า นานาจิตตังไหมคะ?”
ต่างคนต่างคิดใช่ไหมคะ?”
หล่อนหัวเราะคำตอบที่เป็นคำถามของอีกฝ่าย
ถูกเหมือนกันนะคะแต่ส่วนใหญ่จะบอกว่าต่างจิตต่างใจ  แต่ต่างคนต่างคิดก็ไม่ผิดค่ะ ต่างคนต่างชอบอะไรต่างกันออกไป ถ้าคนในโลกนี้ชอบอะไรเหมือนๆ  กันไปหมดทุกคน..ไม่รู้ว่าโลกเราจะเป็นยังไงนะคะปิง
นานาจิตคิดกันไปต่างคนต่างจิตใจ ต่างคิดกันไปคนละอย่าง เหมือนกันบ้าง ต่างกันบ้าง ผิดบ้าง ถูกบ้าง
บางอย่างวัดได้ บางอย่างวัดไม่ได้ว่าผิดหรือถูกอย่างไร ดีหรือร้ายกว่ากันอย่างไรบางสิ่งบางประการ บางคนมองเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นมีอะไรแปลก บ้างต่างไปเห็นเป็นไม่ใช่ท่า สวยงามหรือขี้ริ้วร้ายก็ต่างกันแต่ตาคนมอง



 
หล่อนแต่งตัวด้วยชุดโบราณชุดนั้น  นั่งที่เก้าอี้เหล็กดัด     สีขาวที่ด้านหน้าของซุ้มกุหลาบหนูข้างกระท่อมหลังสวย กุหลาบหนูแทรกกิ่งพันก้านเข้ากับซี่ไม้ ดอกแต่ละกลุ่มดกดื่นขาวแซมชมพูอ่อนเจือจางแลอ่อนหวาน และหอมละไม
บัดนี้วิลันดางามละมุนดั่งหญิงในวรรณคดี  เกล้าผมมวยปักปิ่นทองโบราณ  แซมดอกเอื้องมอนไข่ สวมเสื้อไหมแขนกระบอกตัวสั้น นุ่งซิ่นตีนจกเข้าชุดกับเสื้อสีน้ำตาลอ่อน  ตีนซิ่นจกด้วยไหมสีและไหมเงินไหมทองอย่างซิ่นสตรีผู้มีฐานะ นิยมใช้กันในสมัยก่อน สวมสายสร้อยทองถักเส้นยาวห้อยจี้มรกตและใส่ต่างหูมรกตล้อมเพชรเข้าชุดกัน แต่งหน้าด้วยโทนสีน้ำตาลแดง สวมกำไลทองหนาใหญ่ลายพญานาค สวมแหวนทองวงใหญ่ประดับด้วยเพชรเรียงเป็นแถวที่นิ้วชี้ขวาข้างเดียวกับกำไลทอง 
ปิงฟ้าตะลึงมองอยู่พักใหญ่..
กลิ่นการบูรโชยมาจากเสื้อผ้าของหล่อน และสายลมรำเพยผ่านมาอุ่นๆ  ด้วยผสมไอแดดยามบ่าย
ปิงฟ้าหล่อนร้องเรียกนั่นแหล่ะ ปิงฟ้าเด็กสาวจึงยิ้มออกมาและชมว่า
สวยประหลาด
คราวนี้คนถูกชมขมวดคิ้ว
แปลว่าอะไรคะหล่อนหัวเราะออกมาพลอยทำให้เจ้าของสำนวนแปลกหัวเราะไปด้วย
สวยนะคะแต่ไม่คุ้น  เธอว่า
 จากศีรษะจรดเท้าของหล่อนดูโบราณไปหมด แถมกลิ่นการบูรนั่นอีกที่ให้ความรู้สึกย้อนสมัยไม่น้อย
และทำให้ปิงฟ้าคิดถึงคุณยายของเธอที่เสียไปนานแล้ว  คุณยายจะมีกลิ่นคล้ายๆ แบบนี้ สีที่ทาปากหล่อนนั่นก็อีก ดูไปคล้ายสีปากคุณยายชาวสุโขทัยของปิงฟ้า 
ท่านคาดผ้าแถบนุ่งโจงกระเบน เคี้ยวหมากหยับๆ สีปากนั่นคล้ายสีน้ำหมากที่เปรอะอยู่รอบปากของท่านแล้วท่านจะใช้ผ้าสีแดงก่ำเช็ดด้วยการกวาดไปรอบๆปาก
ตกลงว่าสวยใช่ไหมคะจะได้สบายใจหล่อนถามแกมหยอกส่งตาหวานให้ด้วย.. ปิงฟ้ารู้สึกว่ามันโจ่งแจ้งแล้วก็แปลก..
ปิงฟ้าเห็นความโจ่งแจ้งอย่างนี้เป็นหนแรก  ..
สายตานั้นเป็นสายตาหญิงสาวที่มองคนรัก ซึ่งมันทำให้ปิงฟ้ารู้สึกขัดเขิน แกมด้วยความรู้สึกขัดแย้งบางอย่างเล็กน้อย และเกิดประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็น
ค่ะ .. แปลกดี
ปิงฟ้าจัดท่าทางให้หล่อนแล้วออกไปเสียไกล
ร้อนแย่นะคะ เดี๋ยวคุณให้คนหาร่มมาปักให้ดีไหมคะ? ปักร่มก่อนดีกว่านะปิงฟ้าเดี๋ยวเป็นไข้แดด
วันนี้อีกเช่นกันที่ปิงฟ้าสวมเสื้อสีขาว สีขาวๆ  กลางแดดทำให้หล่อนรู้สึกจ้าตา หล่อนเพิ่งสังเกตตอนนี้เองว่า ปิงฟ้าสวมแต่เสื้อขาวๆ  
ชุดนอนแพรขาว เสื้อคลุมอาบน้ำก็สีขาวแม้นแต่ผ้าเช็ดตัวก็ยังสีขาว
วิลันดาโบกมือเรียกนางตุ๊ให้โทรศัพท์เข้าสำนักงาน ให้คนงานหาร่มสนามมาส่งที่กระท่อม หล่อนสงสารปิงฟ้าเพราะไม่บ่นอะไรสักคำเดียว คงทำงานของตัวไปเงียบๆ  เล็งแล้วก็เล็งอีกกับแบบที่นั่งสบายที่เก้าอี้ในร่มซุ้ม
หล่อนมองแล้วให้เมื่อยมือเมื่อยแขนแทน 
ปิงฟ้ามีความตั้งใจที่จะบันทึกภาพหล่อนให้ออกมาดีที่สุด    มันเป็นงานภาพเหมือนสีน้ำมันชิ้นแรก.. อะไรก็ตามถ้าชิ้นแรกทำได้ดีเชื่อว่าต่อไปและต่อๆ ไปก็คงดี
ร่มสนามถูกนำมาด้วยรถกะบะคันหนึ่ง คนขับเป็นหนุ่มวัยรุ่นรูปร่างเล็กแต่คล่องแคล่วกระฉับกระเฉงเหมือนกระแต 
เขาแบกร่มคันใหญ่และขาตั้งลงมา วิลันดาชี้ให้กางไว้ตรงที่  ปิงฟ้ายืนอยู่ แล้วเอ่ยขอบใจเขา เขายกมือไหว้หล่อนแล้วยืนตะลึงมองเป็นนาน
โห แม่นายงามแต๊งามว่าเขาเอ่ยแก่ปิงฟ้า เธอหันไปยิ้มให้ด้วยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขา
อี่นายวาดรูปแม่นายหรือครับเขาเรียกเธอว่าอี่นายอย่างคนเหนือแท้แต่ดั้งเดิมนั่นเชียว 
คำนี้ค่อนข้างยกย่องกันทีเดียวแหล่ะ เคยมีคนเรียกเธออย่างนี้  ที่บ้านคุณยายของน้องแป้งที่สันทราย  ตอนนั้นปิงฟ้าเข้าใจว่าเป็นถ้อยคำ       ที่เรียกกันอย่างหยาบคาย เพราะมีคำว่าอี่ซึ่งฟังดูคล้ายไอ้อี  แต่น้องแป้งอธิบายว่าไม่ใช่ 
อี่นายเป็นคำเรียกกันอย่างยกย่องและสุภาพทีเดียวถ้าเป็นผู้ใหญ่เรียกลูกหลานก็เป็นการเรียกอย่างเอ็นดูรักใคร่   
ค่ะเธอหันมายิ้มให้และทำงานของเธอต่อไป เขามองปิงฟ้ายืดแขนหดแขนหลิ่วตา ชูดินสอวัดขนาดอยู่ด้วยความฉงนฉงายว่าทำอะไร
วิลันดานั่งหัวเราะอยู่ที่ซุ้มอย่างเห็นขันในอาการของคนงานหนุ่ม  เขาเองก็ยิ้มๆ แต่ไม่กล้าจะหัวเราะออกมาได้แต่เดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม 
ปิงฟ้าเอ่ยตามหลังไปว่า
ขอบคุณเน้ออ้ายเธอเอ่ยกับเขาเป็นคำเมืองเช่นกัน เจ้าหนุ่มได้แต่หันมาอีกทีแล้วผงกหัวให้เล็กน้อยทำนองว่าไม่เป็นไร บ่เป็นหยั๋งดอกอี่นาย
เด็กสาววัยรุ่นในชุดเสื้อขาวกับกางเกงขาสั้นสีเขียวขี้ม้า เมื่ออยู่ใต้เงาของร่มคันนั้นแล้ววิลันดาค่อยมองเห็นชัดกว่าเดิม และหายห่วงเรื่องความร้อนจะแผดเผาจนอาจเป็นไข้  แต่ความจริง ปิงฟ้าอาจติดไข้จากหล่อนก็ได้.. ก็นอนด้วยกันและกอดกันไว้อย่างนั้น
คิดถึงตรงนี้แล้วหล่อนก็รู้สึกสุขล้ำลึกและเคลิ้มๆ ไป หล่อนคิดถึงและคิดถึง..ถึงเหตุการณ์ต่างๆ  ตอนเช้ามืด คิดถึงซ้ำไปก็ซ้ำมาเมื่อมือของปิงฟ้าเอื้อมมากอดหล่อน โอบตัวหล่อนไว้ ..วิลันดาขยับเข้าหาอย่างรวดเร็วเหมือนหล่อนถูกแม่เหล็กใหญ่ดูดด้วยพลังที่ไม่อาจไม่สามารถจะต้านทานจริงๆ
ตอนนี้หล่อนมีคำถาม 
ปิงฟ้าคิดอย่างไรหนอ? ถ้าปิงฟ้าเป็นทอมหล่อนจะไม่มีคำถามนี้ในใจแม้นแต่น้อย แต่นี่ไม่ใช่หล่อนจึงคิดไม่ออก 
ข้างหนึ่งหล่อนอยากคิดว่าปิงฟ้ารักหล่อน ถ้าหล่อนและปิงฟ้ามีความรู้สึกตรงกัน..แต่ถ้าไม่บางทีปิงฟ้าอาจไม่คิดอะไรเลยก็ได้
ปิงฟ้าจะอบอุ่นบ้างไหม? จะมีความสุขไหมอารมณ์ของเธอตอนนั้นเป็นอย่างไร?ใจเต้นระส่ำระสายบ้างไหม?
หรืออาจกอดหล่อนไว้ด้วยความสงสาร หล่อนยังไม่หายไข้ดี แต่พอเช้ามา ไก่ขันหล่อนก็ลุกขึ้นจากที่นอนทำท่าว่าจะออกไปข้างนอก 
ปิงฟ้าดูท่าทางเฉยๆ ก็จริงแต่หล่อนรู้สึกว่าปิงฟ้าสงสารหล่อน
วิลันดายิ้มออกมา รอยยิ้มของหล่อนหวานละไม ส่งสายตาหวานเชื่อมปานจะหยาดหยดไปให้ปิงฟ้า
ยิ่งวันก็ยิ่งรักยิ่งเสน่หา.. หล่อนไม่อาจนั่งลงเงียบๆ คนเดียว  จมอยู่กับความรู้สึกเหล่านี้และร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งในความรักที่หล่อนมีให้..
ในตอนนี้หล่อนอยากให้ปิงฟ้ารับรู้ความรู้สึกทั้งหมดของหล่อนแม้นว่าจะมีความกลัวซ่อนอยู่อย่างมากมายก็ตาม

คืนนั้น  ..
วิลันดานอนกอดปิงฟ้าตั้งแต่เข้านอน ไม่นานช้าฝ่ายนั้นก็หลับไปอย่างง่ายดาย ส่วนหล่อนยังลืมตาอยู่ในอ้อมกอดนั้นจนล่วงเข้าดึกดื่นจึงเคลิ้มหลับไปเช่นกัน  ..
มันเป็นนิทราที่แสนหวาน..ทว่า! เมื่อปิงฟ้าขยับตัวผละออกวิลันดาก็รู้สึกตัว  และรู้สึกเวิ้งว้างเดียวดายขยับตามไปชิด 
ครู่ใหญ่ฝ่ายนั้นจึงพลิกกลับมาโอบกอดหล่อนไว้อีก  คราวนี้หล่อนยิ้มอยู่ในความมืด..น้ำตาปริ่มขอบตา  หล่อนอยากจูบปิงฟ้าสักหน จูบ..จูบเหมือนเจ้าทับทิมจูบหล่อนหนแรก 
แต่!  ไม่เหมือนเสียทีเดียวกระมัง หล่อนคิดว่าหล่อนรักปิงฟ้ามากกว่านั้นมากมาย หล่อนไม่เหมือนเจ้าทับทิมและปิงฟ้าก็ไม่เหมือนหล่อนไม่เหมือนเจ้าทับทิม..
หากหล่อนกับปิงฟ้ารักกันหล่อนและปิงฟ้าคงไม่มีใครใหญ่เหนือใคร ปิงฟ้าจะเจ้าชู้ไหมนะ? หล่อนไม่เคยเห็นแววอย่างนั้นจากคนๆ นี้สักนิด 
 

เช้ามืดวิลันดาหายดีแล้วจึงออกไปตรวจสวน ปิงฟ้ามิได้ท้วงติงแต่ไม่ได้ตามออกไปด้วย
ความจริงมันไม่ใช่ธุระอะไรที่เธอจะต้องตามไปทุกที่           แต่วิลันดาก็รู้สึกหงอย  หล่อนขับรถไปคิดไป.. หรือความจริงปิงฟ้าไม่คิดไม่รู้สึกอะไรเลย หล่อนเป็นแค่ผู้ใหญ่คนหนึ่งที่สนิทสนมกันระดับหนึ่งเท่านั้นแล้วก็เท่านั้น
ทุกสิ่งเป็นที่หล่อนรู้สึกรู้สมเอาแต่ฝ่ายเดียว ปิงฟ้าจะรู้หรือก็หาไม่ ว่าหล่อนรักหลง หลงรักหลงใคร่แทบจะขาดใจ ...
ตอนสายหล่อนนั่งมองปิงฟ้าลงสีฉากหลังของภาพ แรกๆ ยังไม่มีรูปร่างอะไรน่าสนใจ มันดูเหมือนการป้ายสีเล่นเป็นสีอ่อนๆ เลือนๆ แต่ก็พอมองรู้อยู่บ้างว่าคือสีของท้องฟ้าสีของทิวเขาที่ไกลลิบๆ แต่มันยังไม่สวยเลย
ตกบ่ายท้องฟ้าและทิวเขาในภาพเริ่มชัดขึ้นมาแล้วปิงฟ้าก็ลงสีกระท่อม
แหมไม่ใช่ของง่ายนะคะปิงฟ้าหล่อนออกความเห็น แต่มองปิงฟ้าอย่างทึ่งปนชื่นชม ดวงตาหล่อนหวานละไมน่ามองนักหนา
ไม่ยากเกินไปหรอกค่ะ
คุณเชื่อว่าปิงทำได้
คราวนี้จิตรกรยิ้มอ่อนโยน
อย่าเชื่อมากเกินไป
แหม
งานชิ้นแรกบอกไม่ได้หรอกค่ะว่าจะออกมายังไง แต่ก็ทำเต็มที่
คุณถ่ายรูปเอาไว้เป็นระยะๆ นะคะ ได้ไหม?”
ค่ะ
ถ่ายปิงด้วยนะคะ
ปิงฟ้าได้แต่ยิ้ม มองเห็นแววหวานนั้นจากหล่อนอีกแล้ว มันโจ่งแจ้งเหมือนหล่อนเปิดหน้าต่างไว้กว้าง  ..
แต่เธอก็ชอบมันแม้นจะรู้สึกแปลกๆแฝงอยู่ด้วย เธอคิดถึงคุณเปรมจิตคิดถึงแจ้ และคิดถึงใครต่อใครที่เคยรู้จัก..คนที่มีลักษณะเป็นหญิงคล้ายชายทั้งหลายที่เธอเคยรู้จักเคยพบเคยเห็น
วิลันดากำลังใส่ความรู้สึกเหล่านี้ในตัวเธอหรือ? .. ปิงฟ้ารู้สึกอย่างนั้นจากสายตาจากการกระทำหลายอย่าง แต่เธอก็บอกกับตัวเองว่าไม่หรอกน่า.. ไม่..
แต่ขณะที่ความรู้สึกมันปฏิเสธว่าไม่อยู่นั้น ปิงฟ้ากลับกอดผู้หญิงดี้คนนี้เอาไว้ในราตรี  สองคนกอดกันเหมือนต่างถูกส่งมาเกิดเพื่อแสวงหากัน แต่ปรากฏว่าเมื่อพบเจอกันแล้วคนสองคนที่ว่านั้นกลับเป็นมนุษย์เพศเดียวกัน!!!
หรือการใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างผู้หญิงสองคนอาจทำให้เกิดความผิดพลาดบางประการหรือว่า  มันเป็นอย่างนี้เองโลกนี้มีผู้ชายกับผู้หญิงแต่ก็มีผู้ชายที่อยากเป็นผู้หญิงที่เรียกกันว่ากระเทย และมีผู้หญิงที่อยากเป็นผู้ชายที่เรียกกันว่าทอมบอย
แล้วยังมีผู้ชายที่รักกระเทย  และมีผู้หญิงที่รักกับทอมซึ่งเรียกกันว่าเลดี้ หรือดี้..
นอกจากนี้ยังมีผู้ชายที่ไม่ใช่กระเทย แต่เป็นผู้ชายที่มีคนรักเป็นผู้ชาย..ที่เรียกว่าเกย์ ซึ่งแบ่งแยกออกไปอีกเป็นเกย์คิงและเกย์ควีน
และมีผู้หญิงที่ไม่ใช่ทอมบอยแต่ก็มีความรักกับผู้หญิงด้วยกันที่เรียกว่า     เลสเบี้ยน
คนพวกนี้ ปรารถนาจะเป็นเช่นนี้หรือ ?
ปรารถนาจะแตกต่างจากผู้คนส่วนใหญ่หรือ?
หรือมันเป็นอย่างนี้เองเป็นไปตามธรรมชาติ..!!!

เด็กสาวรู้สึกว่าเธอยังอายุน้อย และฟ้านี้ก็ออกจะกว้างใหญ่มีผู้คนมากมายอยู่ใต้ฟ้า บางที.. ผู้หญิงคนนี้อาจเป็นเพียงกับดักหนึ่งในชีวิตของเธอ กับดักอันแรกที่จะดักให้เธอหลงไป ความรู้สึกที่เสมือนว่าสองคนดึงดูดผูกพันต่อกันนั้นอาจไม่จริง อาจเป็นแค่ความรู้สึกลวงเท่านั้นก็ได้
คราวนี้รู้สึกยุ่งเหยิงมากจนต้องเลิกคิดไปเสีย  ความจริงไม่มีอะไร.. เธอเองยังต้องเรียนรู้ชีวิตในโลกนี้ไปอีกยาวนาน สิ่งที่เกิดขึ้นแปลกๆ เหล่านี้ก็แค่ประสบการณ์  ไม่มีอะไรมากกว่านั้น 
ภาพนั้นเป็นรูปเข้าร่างขึ้นเรื่อยๆ  ปิงฟ้าทำงานทุกวัน วิลันดาก็ทำงานของหล่อนเช่นกันหล่อนเผากุหลาบ 10 ไร่ แล้วปล่อยผืนดินเอาไว้อย่างนั้น
 ฝนหายไป  อากาศเริ่มแห้งสมฤดูกาลของมันแต่ใครๆ  ก็รู้ว่าก่อนสงกรานต์มักมีลมฝนเทลงมาอีก เขาเรียกกันตามประสาชาวบ้านว่าฝนปากปี คราวนี้นอกจากฝนแล้วต้องระวังลมอีกด้วย
เด็กตุ้มตามแม่มาที่กระท่อมเป็นบางวันเท่านั้น บางวันอยู่เล่นกับเพื่อนคราวเดียวกันที่บ้านพักคนงาน เพราะนางตุ๊กลัวลูกสาวซุกซนอาจวิ่งชนภาพของปิงฟ้าระเนระนาดไป
วันใดที่แม่หนูวิงวอนขอติดสอยห้อยตามมาด้วย เธอต้องอยู่ห่างปิงฟ้าและภาพให้มากที่สุด ปิงฟ้าเห็นเด็กตุ้มแล้วคิดถึงน้องแป้งว่าคงเหงาน่าดู ตอนเธอกับน้องชายไปฮ่องกงกันปีก่อน เมื่อกลับมาน้องแป้งถึงกับวิ่งร้องไห้โผนเข้าหา
จารึกหลานสาวของวิลันดาโทรศัพท์หาคุณน้าบ่อยๆ นี่ก็คิดถึงอีกเหมือนกัน เพราะคุณน้าเข้ามาอยู่ในสวนติดต่อกันนานสิบวันเข้าให้แล้ว
ตามปรกติในตอนปิดเทอม วิลันดาจะเข้ามาอยู่ในสวนสี่ห้าวัน แล้วออกมานอนในเวียง 1 หรือ 2 วัน บางทีก็ไปค้างที่บ้านหลาน แล้วจารึกก็จะเกาะติดคุณน้าเข้าสวนมาด้วย แต่คราวนี้คุณน้าหายไปนานโดยยังไม่กลับเข้าเวียงสักวันเดียว หล่อนบอกหลานสาวคนโปรดว่ามีงานสำคัญต้องทำที่สวน..นี่คือบาปขาวในความหมายของปิงฟ้านั่นเอง โกหกเพียงเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ

0 comments:

Post a Comment