Tuesday, 19 May 2009

ตอนที่ 39


วิลันดาถอนใจกับข่าวของอดีตคนรัก แล้วก็เลยพับหนังสือพิมพ์วางไว้บนโต๊ะทำงาน ไม่อยากอ่านอีกต่อไป
เรื่องของเจ้าทับทิมมีมากมาย สามารถอ่านเจอในหน้าซุบซิบได้ทุกวี่ทุกวัน ชีวิตผู้หญิงคนนี้มีชีวิตชีวาเสมอ และเจ้าทับทิมคนนี้ก็เดินหน้าเรื่อยไป จะจากใครมา หรือใครจะจากไป ก็ต้องมีคนรออยู่เสมอ เจ้าไม่เคยตกสภาพเคว้งคว้างร้างไร้คนเคียงกาย ไม่เคยโดดเดี่ยวเดียวดาย
วิลันดาให้นึกโกรธที่บางหน คนรักในอดีตคนนี้ทำท่าว่าจะหวนหา ทำเหมือนมาอาวรณ์เพื่อจะเก็บหล่อนไว้เป็นเสบียงกรัง!!
คนเจ้าชู้ทุกคนจะมีความคิดเช่นนี้เหมือนกันหมดหรือเปล่าหนอมันช่างเป็นความคิดที่ไร้ความจริงใจเหลือหลาย
นับแต่มีเหตุให้เลิกรากับเปรมจิต วิลันดาอยู่มาได้อย่างไรโดยไม่มีใครนานนับปี หล่อนเองไม่ใส่ใจถามไถ่ความรู้สึกของตนเองบ่อยนัก ผิดกับแต่ก่อนนี้ 
แต่ก่อนเมื่อเลิกกับคนรัก ไม่นานช้าหล่อนก็จะมีคนใหม่เข้ามาในชีวิต ไม่ยากไม่ง่าย แต่ก็มีเข้ามา ความรู้สึกนั้นเป็นรักจริงจัง หรือเจือไว้ด้วยอารมณ์เหงาเศร้าอยากมีเพื่อน?…มีอะไรหลายอย่าง  หลายความรู้สึกหลายอารมณ์ปะปนคละกันอยู่ และบางทีก็เหมือนว่าหลอกตัวเองไปตามแกนอย่างนั้น
แต่ขณะนี้หล่อนไม่รู้สึกว่าต้องแสวงหา หล่อนอยากปล่อยให้อะไรๆ มันดำเนินไปเรื่อยๆ  หากหล่อนจะรักจะชอบใคร หรือหากใครจะรักจะชอบ หล่อนจะปล่อยให้มันเป็นไปตามวิถีของมัน ไม่เร่งรีบ ไม่รวบรัด ไม่เสาะส่ายแสวงหา  และถ้าหากมันจะเหือดหายไปจากชีวิตเสียเลยก็ไม่เป็นไร 
หล่อนรู้สึกเข้มแข็งดีพอที่จะอยู่ตามลำพังอย่างนี้กับความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อตัวเองและคนรอบข้างในชีวิต
วิลันดาคิดถึงเด็กคนนั้น แล้วหล่อนก็โรยยิ้มออกมาพร้อมกับส่ายหน้าไปมาช้าๆ คิดถึงปิงฟ้าในชุดผ้าฝ้ายสีขาวขุ่นตัวยาวกรอมข้อเท้า มันทำให้เด็กหญิงผมยาวรุ่ยร่ายคนนั้นแลเหมือนทูตสวรรค์ในวันที่ปิงฟ้าออกจากโรงพยาบาลคราเมื่อได้รับอุบัติเหตุตกลงมาจากอัฒจรรย์เธอเป็นดั่งทูตสวรรค์ที่ต้องใช้ไม้ค้ำยันเดินกระเผลกมาที่โรงเรียนนี้ หอบหิ้วอุปกรณ์มานั่งวาดรูปใต้ต้นหางนกยูงหน้าตึก
วิลันดาคิดใคร่ครวญเด็กปิงฟ้าคนนี้เองที่ทำให้หล่อนอยู่ได้..เด็กคนนี้ทำให้หล่อนรู้สึกชุ่มชื้นในหัวใจที่เคยแห้งแล้งแท้แล้ว  หัวใจหล่อนแห้งแล้งมานาน  ไม่ว่าหล่อนจะมีคู่รักหรือไม่  เพราะ หล่อนไม่เคยได้รับความรักแท้ๆ ที่สะอาดหมดจดจากหัวใจจริงๆ จากใครสักคน ใครที่จะรักหล่อนเพียงคนเดียว..ตลอดชีวิต..แต่หล่อนก็หวังเสมอ..
หรือคนๆนั้นจะเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง เด็กหญิงที่จะโตขึ้นมาเป็นสาววัยรุ่น  และเป็นหญิงสาวที่พิสุทธิ์สะอาด หล่อนรู้ด้วยสัญชาติญาณบางอย่าง รู้ด้วยความรู้สึกของตัวเองว่าปิงฟ้านั้นจะโตขึ้นมาเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ทีเดียว
ปิงฟ้า..
ปิงฟ้ายืนอยู่ที่ชั้นกราวด์ใกล้บันใดตามเคยเมื่อหล่อนไปหาที่ไนท์บาซาร์..
วันใดที่รู้สึกแย่ เมื่อพบเด็กคนนี้แล้วหล่อนจะดีขึ้นเสมอ
วันนี้ปิงขายรูปได้ปิงฟ้าบอกพลางยิ้ม
หรือคะ? ดีใจด้วย ขายได้เท่าไหร่คะปิง?”
ห้าพัน
หืม? อย่างนี้ถือว่ามืออาชีพหรือยังคะ?” หล่อนอดกระเซ้าไม่ได้  รู้ตัวว่ายิ้มหน้าบานยิ่งกว่าปิงฟ้าเสียอีก
ยังค่ะ  ยังห่างไกลปิงฟ้าบอกพลางยิ้มพลาง
มืออาชีพจริงต้องขายได้เป็นล้านเธอว่า
ปิงคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์เป็นได้หรือเปล่าคะ?” หล่อนชวนคุยขณะเดินไปด้วยกัน
มีค่ะ"เสียงนั้นเรียบเรื่อย
จริงหรือ?” วิลันดาหันมามอง ใบหน้าปิงฟ้านั้นยิ้มกริ่ม         มีความลำพองนอนนิ่งอย่างสงบ
ค่ะปิงฟ้าบอก
มีมือ มีเท้า มีสมองทุกคนเกิดมามีอาวุธเท่ากันมีสิทธิ์เท่ากัน
นี่คือความคิดที่ปิงฟ้าบอกออกมาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นสงบ แต่วิลันดาเห็นความมุ่งมั่นที่มีอยู่ภายใต้ความเย็นนั้น
มันมีพลังมีความมุ่งมั่นแรงกล้า 
วัยอย่างปิงฟ้านี่เองที่กำลังแรง แต่ให้บังเอิญบุคลิกของเธอไม่ใช่คนโผงผาง  พลังอันแรงของเธอจึงเสมือนคลื่นร้อนๆ  ที่อยู่ใต้น้ำนั่นเอง
ทานอาหารญี่ปุ่นนะคะ
ก็ได้ค่ะ  อยากทานอาหารญี่ปุ่นหรือคะ?”หล่อนถาม
ปิงฟ้าไม่ตอบได้แต่ยิ้ม
ฉันเคยหัดทำอาหารญี่ปุ่นสองสามอย่าง" หล่อนบอก
คุณทำอาหารอร่อย
เรียนจากพี่คนโตค่ะ พี่สาวฉันเคยสอนการเรือนหล่อนหมายถึงมารดาของจารึก
ปิงทำอาหารเป็นไหมคะ?”
ทำได้ค่ะด้วยปรกติ ถ้าจะให้นึกอยากทำนั้น ไม่เคยอยากทำ แต่ถ้าต้องทำปิงฟ้าก็ทำได้โดยไม่รู้สึกว่าลำบากอะไร
พวกทอดไข่ ตุ๋นไข่หรือเปล่าวิลันดาแซว
ต้มหรือผัดก็ได้ปิงฟ้าหัวเราะกับความคิดคะเนของหล่อน
ที่ฮ่องกงมีโรงเรียนสอนทำอาหารไทยด้วยนะคะ 
วันไหนว่างๆ  ทำอะไรให้ฉันทานบ้างนะ อยากทานฝีมือปิง
ค่ะ
ปิงฟ้ารับคำง่ายๆ  
สองคนยิ้มให้กัน.. วิลันดาเอื้อมมือไปแตะต้นแขนปิงฟ้าเบาๆ   พาปิงฟ้าไปร้านญี่ปุ่นที่มีบรรยากาศในการรับประทานเป็นที่ส่วนตัว         เป็นห้องๆ  
ตัวอาหารจัดมากระจุ๋มกระจิ๋มน่ารัก ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกสนุกกับ สารพัดสิ่งประดามีกระจุกกระจิกซึ่งล้วนแต่เป็นของชิ้นเล็กๆ  น่ารักน่าเอ็นดูตามแบบญี่ปุ่น
ปิงชอบทานอาหารญี่ปุ่นหรือคะ?”
อาหารเหนือก็ชอบ
ตกลงชอบอาหารญี่ปุ่นหรืออาหารเหนือคะ?”หล่อนสนุกกับการถามจู้จี้
ทานได้ทั้งนั้นค่ะ
ถ้าจะให้เลือกวิลันดาเซ้าซี้สนุก
ไม่เลือก
อ๊าว
อาหารเหนือก็อร่อยอย่างอาหารเหนือ  อาหารญี่ปุ่นก็เหมือนกันเธอ อธิบายวิลันดารู้สึกว่าแปลกดีที่คิดอย่างนี้ หล่อนรู้จักปิงฟ้าขึ้นมาอีกนิดเด็กคนนี้แปลกหลายอย่าง แปลกที่ชอบวาดรูปเหมือนเด็กติดตุ๊กตาไปไหนต้องเอาไปด้วย ปิงฟ้าติดวาดรูปไปไหนต้องมีกระดานกระดาษดินสอ
ปิงฟ้าเป็นเด็กที่หล่อนไม่รู้สึกว่าเป็นเด็ก
แปลกที่หล่อนรู้สึกดี เห็นดีเห็นงามไปหมดทุกอย่างที่         รวมเป็นปิงฟ้าคนนี้  คนที่ไม่สามารถบอกได้ว่าชอบอาหารแบบไหน อาหารถิ่นไหนเขาก็มีดีของเขามีรสชาติของเขาทำไมหล่อนไม่เคยคิดอย่างนี้บ้างเลย?
นับวันหล่อนยิ่งรู้สึกทึ่งในตัวปิงฟ้ามากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ  ..



วันอาทิตย์ตอนเช้า พ่อตื่นแต่เช้าตามปรกติแม้นว่าจะเป็นวันหยุด ตื่นมารดน้ำต้นไม้แล้วออกวิ่งในซอยละแวกบ้านพร้อมกับศรัณ
 ปิงฟ้ามีหน้าที่ดูฝุ่นทำความสะอาดบ้านอาทิตย์ละหน และต้องทำทุกซอกทุกมุม ส่วนแม่อยู่ในครัวกำลังทำอาหารเช้า คนบ้านนี้ไม่เคยนอนตื่นสาย..
เมื่อคืนไปทานข้าวกับคุณวิลันดาใช่ไหมลูก?”แม่เอ่ยถามเมื่อเจอปิงฟ้าที่หน้าโต๊ะอาหาร เธอกำลังดูดฝุ่นอยู่อย่างขะมักเขม้น
ค่ะแม่
พ่อเขาบ่นว่าหนูไม่ควรไปทานข้าวกับคุณวิลันดาเธอบ่อยๆ ..มันดูไม่เหมาะสม
ไม่เหมาะสม?” ปิงฟ้าเงยหน้าขึ้นมอง
เอ้อ มันเหมือนหนูไปตีเสมอผู้ใหญ่น่ะจ๊ะ
เธอไม่ได้มาหาปิงบ่อยๆ นะคะ แล้ว..มันไม่เหมาะสมยังไงคะแม่  ?ตีเสมอยังไง?” เธอไม่เข้าใจ
คุณนภางค์ก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่า พักหลังมานี่ทำไมสามีจึงออกจะหงุดหงิดเมื่อปิงฟ้าโทรศัพท์มาบอกว่าจะไปทานข้าวกับวิลันดา  
หรือเขาอาจได้ยินอะไรแว่วมาว่าผู้หญิงคนนี้ มีคู่รักเป็นทอม แต่ปรกติแล้วเขาเป็นคนที่มีเหตุผลมากกว่านี้นี่นะ
สงสัยก็ไปถามพ่อสิแม่แนะนำ
ปิงฟ้าคิดว่าอย่างนั้นเหมือนกัน ถามพ่อ  
หรือการที่เธอสนิทกับวิลันดา มันเป็นเรื่องแย่เสียจนคนเป็นพ่อไม่อยากให้ลูกสาวคบหาสมาคม  เหตุผลแค่หล่อนเป็นดี้? แค่นั้นหรือ?…
แล้วแม่ล่ะคะ แม่คิดเหมือนพ่อหรือเปล่า?” ตรงที่ว่ามันไม่เหมาะสมอะไรนั่น..
แม่ไม่รู้ว่าพ่อเขาคิดอะไรนี่ลูก
ถ้าเป็นคุณน้ากัลยาหรือคุณป้าหลี่ พ่อจะไม่ว่าใช่ไหม?”
อาเธอไม่อยากให้พ่อแม่รู้สึกต่อผู้หญิงคนนี้แบบนี้เลย รู้สึกอย่างที่แจ้รู้สึก  ด้วยว่ามันไม่เป็นธรรมแก่คนๆ หนึ่งเสียเลยจริงๆ ..
ตอนนี้เองที่วิลันดาน่าสงสารเหลือเกินโดยที่หล่อนเองหาได้รู้ตัวไม่ ความร่ำรวยเงินทองตอนนี้มันไม่มีความหมายเลยสินะ เพราะมันสกัดกั้นความเดียดฉันท์ของคนไม่ได้
หลังอาหารเช้าขณะที่คุณนพรัตน์นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่    หน้าระเบียงบ้าน  และศรัณออกไปข้างนอกกับเพื่อนที่แวะเข้ามารับ           คุณนภางค์แยกเสื้อผ้าใส่เครื่องซักหลังบ้าน
ปิงฟ้าได้อยู่ตามลำพังกับพ่อของเธอ เธอนั่งนิ่งๆ รอให้ท่านเอ่ยอะไรกับเธอก่อน แต่พ่อก็ยังคงอ่านหนังสือพิมพ์ไปเงียบๆ จนกระทั่งวางมันลงแล้ว
ไม่ไปไหนหรือลูก
ท่านถามอย่างแปลกใจ
ป่านนี้เธอยังไม่อาบน้ำแต่งตัวอย่างเคยกลับนั่งนิ่งๆ ใกล้ๆ อย่างนี้
ไปค่ะ
มีอะไรกับพ่อหรือเปล่า?”
พ่อคิดว่าปิงไม่ควรไปทานข้าวกับคุณวิลันดาหรือคะ?”
อ๋อพ่อพยักหน้าช้าๆ  เข้าใจแล้ว
เรื่องนี้เอง..ใช่ลูก..แล้วปิงคิดยังไง?”
พ่อคิดว่าไม่ควรยังไงคะ?”
ไม่ควรยังไง?” เขาทวนคำของลูก
ไม่ควร...เพราะปิงอายุแค่ 15 ที่พ่ออนุญาตให้หนูทำงานที่ร้านนั้นได้เพราะพ่อรู้ว่าปิงชอบวาดรูป แต่พ่อยอมให้อยู่ได้แค่ 2 ทุ่มใช่ไหมลูก?แต่การที่ปิงจะออกไปทานข้าวกับใครในเวลาที่เกินจากนั้นยังไงมันก็ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กอายุเท่าหนู หรือปิงคิดว่าการที่เด็ก 15 ปีเที่ยวไปทานข้าวกับใครเรื่อยๆ ในเวลากลางคืนมันเป็นเรื่องปรกติ?”
ค่ะเข้าใจ
ปิงฟ้ายอมรับเข้าใจแต่โดยดี 
และคิดดีใจที่เหตุผลของพ่อไม่ใช่อย่างที่เธอคิด ถ้าพ่อคิดอย่างนั้นเธอคงรู้สึกไม่ดี 
แต่แปลกที่เธอเข้าใจแจ้ที่เตือนเธอ แม้ว่ามันจะทำให้เธอรู้สึกสงสารวิลันดา
เธอคิดว่าการที่วิลันดามีคนรักเป็นผู้หญิง จำเป็นหรือที่หล่อนและคนรักจะต้องแยกตัวจากคนอื่นหรือคนอื่นแยกตัวออกจากวงจรชีวิตของสองคนนั้น..จะคบหาสนิทกับใครอื่นบ้างไม่ได้หรืออย่างไร
ถ้าวิลันดารู้ตัว หล่อนจะรู้สึกอย่างไรหนอ?
ปิงไปอาบน้ำแต่งตัวนะคะพ่อ..
พ่อพยักหน้าให้ลูกสาว ยิ้มให้และวางมือลงบนศีรษะของเธอ
ปิงฟ้าตั้งใจจะแวะที่โรงเรียนของวิลันดาก่อน อยากเจอหล่อน อยากแหงนหน้ามองรูปสลักมาตาที่หน้าตึก..มันดูอ่อนโยนอบอุ่นดีและสม  กับที่ตั้งสถิตอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้
ที่บ้านหล่อนไม่มีรถจอดอยู่ หล่อนไม่อยู่..ปิงฟ้าได้แต่นั่งมองรูปมาตาที่ม้าหินอ่อนตัวเดิมที่เคยนั่งเป็นประจำ
เธออยากให้โลกนี้ผู้คนทั้งหลายต่างพยายามเข้าใจกันและกัน มองหาความดีงามในกันแต่ทว่า ความเป็นจริง คนส่วนใหญ่มักส่ายสอดสายตาชอนไชหาข้อตำหนิติติงในกันและกันเสมอและเมื่อพวกเขาเจอแล้ว ต่างก็พยามขยายมันออกให้กว้างใหญ่เลวร้ายกว่าความจริง 
ทั้งที่ความเป็นจริงนั้นไม่มีใครมีสิทธิ์ที่จะตำหนิติฉินเรื่องส่วนตัวของใคร  ..แต่ยิ่งไม่มีสิทธิ์ก็ยิ่งเหมือนเร้าให้ต่างต้องการล่วงละเมิด เพื่อครหานินทากัน ขณะเดียวกันกับที่ต่างพยามปิดป้องเรื่องส่วนตัวของตัวเองเพื่อมิให้ใครหน้าไหนมาล่วงรู้
วิลันดาจะมีความรักมีรสนิยมส่วนตัวอย่างไรมันไม่เกี่ยวข้องกับใครเสียหน่อย และหล่อนมีสิทธิ์ที่จะเดินเข้ามาหามาพูดคุยทานอาหารด้วยกัน มีสิทธิ์ที่จะมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน 
ถึงอย่างไรเธอก็เชื่อว่าวิลันดาเป็นคนดี และเธอชอบผู้หญิงคนนี้และยิ่งตอนนี้ยิ่งชอบมากขึ้นอีกด้วย
ปิงฟ้าเดินออกจากโรงเรียนอนุบาลแห่งนั้นไปยืนรอรถเมล์ที่ป้ายหน้าโรงเรียนเพื่อไปวาดรูปที่ไนท์บาซาร์ วันหยุดอย่างนี้เธอจะอยู่ที่นั่นจนถึงเย็นไม่อยู่จนถึงสองทุ่มเหมือนวันธรรมดา
รายได้ของเธอถือว่าดีทีเดียว ทำให้เธอมีเงินเก็บทุกเดือน และพ่อก็ยังจ่ายเงินค่าใช้จ่ายให้เธอทุกสัปดาห์เพราะท่านไม่สนใจว่าเธอจะมีรายได้ส่วนตัวเท่าไหร่ แต่ท่านก็แนะนำให้เธอเก็บเงินไว้สำหรับอนาคต 
ปิงฟ้าคิดว่าเธอจะเก็บเงินไว้เรียน..เธอมีความฝันที่จะไปเรียนที่กรุงโรมประเทศอิตาลี ประเทศที่มีเรื่องราวของศิลปะชั้นเยี่ยมของโลกให้เรียนรู้มากมาย..

เมื่อมาหาปิงฟ้าอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ปิงฟ้าชวนหล่อนไปรับประทานข้าวที่บ้านแทนที่จะไปที่ร้านเหมือนเคย..
มีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะ?” หล่อนถามอย่างแปลกใจในขณะที่นั่งมาด้วยกันในรถ วิลันดาขับรถช้าๆ ไปบนถนนที่สองข้างทางพลุกพล่านและเต็มไปด้วยแสงไฟกลางคืน
ไม่มีอะไรพิเศษค่ะ เพียงแต่พ่อบอกปิงว่าปิงอายุ15 เท่านั้นไม่ควรอยู่ดึกเกินไป
จริงสินะ..เด็กปิงฟ้าอายุน้อย พ่อแม่ที่ดูคล้ายปล่อยแต่ไม่ใช่..พ่อแม่ก็คือพ่อแม่ที่ห่วงใยเสมอ ครอบครัวนี้ไม่ถึงกับปล่อยหรือให้อิสระลูกเสียจนถึงขั้นตามใจไปทุกอย่าง ผู้ปกครองต่างมีกฎเกณฑ์ในครอบครัวตนเสมอ
ปิงถึงชวนฉันไปทานที่บ้านแทน..และนี่คือการถือสิทธิ์ของเธอและมันทำให้วิลันดายิ้มออกมา 
หล่อนรู้สึกว่าปิงฟ้าดื้อรั้นแต่ก็เหมือนไม่ดื้อไม่รั้น..เพราะเป็นไปอย่างเรียบเนียน.. 
แม่มักทำอาหารจีนนะคะแล้วพ่อกับศรัณทานข้าวผสมข้าวกล้องเธออธิบาย
แล้วปิงล่ะคะ?”
ปิงทานข้าวขาวเหมือนแม่
ปิงบอกที่บ้านหรือยังคะว่าชวนฉันไปทานข้าวด้วย
ยังค่ะ
แหม..งั้นจะดีหรือคะ?”
ไม่เป็นไรหรอกค่ะ
ปิงไม่เป็นไรแต่ผู้ใหญ่อย่างฉันเป็นค่ะ เอาไว้คราวหน้าดีกว่า
ปิงฟ้าหันมามองหล่อนชั่วครู่หนึ่ง
แล้วแต่คุณ
ปิงนี่ดื้อเหมือนกันนะคะแต่เธอก็ดื้ออย่างเงียบกริบ..  
ปิงฟ้าไม่ตอบอะไรอีกแต่หันมายิ้มเล็กน้อยเท่านั้น รถของวิลันดาแล่นช้าๆ ผ่านถนนสายต่างๆ ไปเรื่อยๆ  
แปลกที่ปิงฟ้าอยากให้ทุกอย่างช้ากว่านี้อีก และแปลก..ที่แม้นไม่ได้เอ่ยคุยอะไรกันอีก แต่กลับเหมือนว่า คนสองคนคุยกันเข้าใจอย่างดียิ่ง เข้าใจอย่างเงียบๆ ง่ายๆ ..
มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับปิงฟ้า ที่เธออยากจะยืดเวลาอยู่อย่างนี้กับผู้หญิงชาวเหนือที่อ่อนโยนคนนี้ให้เนิ่นนานเท่าที่จะสามารถ..ยืดออกไปจนสุดลานนาฬิกา
ผู้หญิงอ่อนโยน สวยสง่าในความรู้สึกของเธอ เรื่องของรสนิยมส่วนตัว ของหล่อนนั้นนำพามาซึ่งความห่วงใยของบางคน ทำให้     ปิงฟ้ายิ่งรู้สึกไปในทางกลับกัน  ยิ่งอยากเข้าใจอยากอยู่ใกล้หล่อนให้มากขึ้นไปอีก
เข้าบ้านก่อนค่ะ
ปิงฟ้าเอ่ยชวนเมื่อรถจอดสนิทหน้าบ้านของเธอ
จะดีหรือคะ?”
ปิงมีภาพสีน้ำมันเพิ่งทำเสร็จเมื่อวาน
อยากให้ฉันดูหรือคะ?” หล่อนโรยยิ้ม ความดื้อของเด็กคนนี้มันเป็นไปอย่างละมุนละม่อม..
อยากให้ตั้งราคาให้เธออมยิ้ม
ตกลง.. วิลันดารู้สึกดี.. ก้าวเท้าลงจากรถเดินไปกับปิงฟ้าด้วยความสบายใจและปลอดโปร่งอย่างประหลาด สีหน้าของหล่อนแช่มชื่นเนื่องมาจากจิตใจนั้นโปร่งสบายไม่มีความวิตกกังวลใดเหลืออยู่แม้นแต่น้อย
ความรู้สึกอย่างนี้คล้ายเด็กที่ไปไหนกับผู้ใหญ่สักคนหนึ่ง     ไม่ต้องคอยห่วงกังวลว่าจะมีเงินในกระเป๋าหรือไม่ ไม่ต้องกลัวอันตรายใด     

0 comments:

Post a Comment