ปิงฟ้ามองเห็นหล่อนแล้วแต่ไกลแปลกแท้แม้นว่าหล่อนจะอยู่ในเสื้อผ้าหนาใหญ่
ปิงฟ้าก็จำได้ในทันทีที่เห็น
วิลันดา รอที่เก้าอี้เหลือบสายตามองเวลาที่นาฬิกาข้อมือครั้งแล้วครั้งเล่า ท่าทางนั้นทำให้รู้สึกว่าถึงอย่างไรผู้หญิงวัยสี่สิบเศษคนนี้ไม่ว่าหล่อนจะ อยู่ที่ไหน
แต่งตัวอย่างไร หล่อนก็ยังสวยละไมแลสง่างามเสมอไม่เปลี่ยนแปร แม้นยามรู้ตัวหรือ
เผลอไผลวิลันดาก็ยังน่ามองเสมอ
ปิงฟ้ามาหยุดยืนอยู่ข้างตัววิลันดาอย่างเงียบเชียบ..
" ปิง"..
แวว ตาแรกเมื่อหล่อนหันมาเจอปิงฟ้านั้นพร่างพราวด้วยปิติ แววนั้นปิติดีใจและพ้อถึงความคิดถึงคนึงหา..และยังมีอะไรอีกมากมายหลากหลาย เอ่อออ
อยู่ในดวงตาของคนทั้งสองที่ได้บอกเล่าถามไถ่กันและกันด้วยสายตา..
มองแล้วต่างก็ให้รู้สึกว่าเข้าใจกันเสมอ เสมือนว่าสามารถรวมหลอมความรู้สึก
ให้เป็นหนึ่งเดียวกันในนาทีนั้น…
ดูเถอะ..หล่อนยังดูดีจากเส้นผมจรดปลายเท้า..ปิงฟ้ารักผู้หญิงคนนี้นักหนา..
และ..วิลันดาเบียดร่างเข้าหา ซุกตัวกับปิงฟ้าและสอดสองแขนโอบกอด
เธอเอาไว้แสนอบอุ่น อากับกริยาและแววตาทั้งหมดทั้งมวลนี้บ่งบอกชัดว่า
ผู้หญิงต่างวัยสองคนนี้มีความรักต่อกันอย่างซาบซึ้ง รักแสนรักและคิดถึงกัน
อย่างสุดแสน ...
ที่นี่ไม่มีสายตาไหนสนใจใครหรืออะไรมากมายและสองคนก็ไม่สนใครมากนัก
..วิลันดาทำให้ปิงฟ้ารู้สึกอ่อนโยนลงมากมาย
เธอสงสารผู้หญิงคนนี้นัก แต่ก็สงสารตัวเองและครอบครัวที่อยู่ไกลโพ้น…
"ปิง…" เสียงเรียกของหล่อนเหมือนคนละเมอฝัน…ลำแขนที่กอดเกี่ยวนั้นยึดแน่น
แต่ปิงฟ้าทำให้รู้สึกถึงความชืดชาห่างเหิน..เธอค่อยๆ ถอนตัวออกห่างจากวิลันดา
และฝ่ายนั้นมองหน้าอย่างพยามที่จะควานหาตัวตนเดิมๆ ของปิงฟ้า
"โกรธหรือคะที่…เอ้อ.." หล่อนถอนใจ
"เราไม่ได้ติดต่อกันเลย"วิลันดาพูดแค่นั้นตะกุกตะกัก ความเสียใจแน่นทึบอยู่ในอก
"ไปกันเถอะค่ะ" ปิงฟ้าตัดบทเสียเฉยๆ ก้มลงคว้ากระเป๋าเดินทางของวิลันดาแล้ว
ออกก้าวเดินมีหล่อนเดินตามเร็วๆ เกือบจะเป็นวิ่ง..แต่เท่าที่เห็นคนในเมืองหนาว
ต่างเดินเร็วทั้งนั้น ไม่ค่อยมีใครนวยนาดเชื่องช้า
"ปิงมากับเพื่อนรุ่นพี่ตอนนี้รออยู่ที่รถ"เธอบอกเรียบๆ ในขณะที่รู้สึกสับสน
ไม่รู้ว่าเธอควรจะต้องปฏิบัติต่อผู้หญิงคนนี้อย่างไร ด้วยว่าอะไรๆ มันดูก้ำกึ่งอย่างบอกไม่ถูก
หากแม้นว่าเรื่องราวต่างๆ ระหว่างเธอกับผู้หญิงคนนี้และผู้เกี่ยวข้อง อื่นๆ
เป็นเรื่องราวที่ถูกเขียนขึ้นบนกระดาน ที่เพียงแต่ลบมันออกไปแล้วลืมเสีย..
เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนเลย.. คงดี!!!?"คุณวิลันดาญาติปิงคะ…
นี่พี่จุฬารุ่นพี่ปิง"ปิงฟ้าแนะนำหล่อนและจุฬาให้รู้จักกันอย่างง่ายๆ
"สวัสดีค่ะ"จุฬายกมือไหว้ วิลันดารับไหว้นั้นพร้อมด้วยรอยยิ้มอ่อนละมุน
จุฬานึกชมในใจว่าญาติผู้นี้ของปิงฟ้าดูมีบุคลิกดี ท่าทางดูเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือ
อยู่ไม่น้อยในระหว่างทางเข้าเมือง จุฬาถามหล่อนขึ้นว่า
"คุณวิลันดามาหาปิงมันโดยตรงหรือว่าโค้งมาจากไหนคะ..เอ้อ...
คือหนูหมายความว่ามาธุระอื่นด้วยหรือเปล่าน่ะคะ"จุฬาทำให้หล่อนยิ้ม
"มาหาปิงค่ะ..ฉันคิดถึงเค้า"
คำตอบทำให้ปิงฟ้าตื้นตันแต่หล่อนไม่มีโอกาสเห็นสีหน้าของปิงฟ้า
เนื่องจากปิงฟ้านั่งด้านหน้าคู่กับคนขับส่วนหล่อนนั่งที่นั่งตอนหลัง
ปิงฟ้ายังคงรู้สึกว่าหล่อนยังคงเหมือนเดิม เป็นคนเดิมที่เป็นที่รัก..
คนเดิมคนเดียวเท่านั้นแต่.. "เฮ้อ..ดีใจแย่สิตัว"จุฬากระเซ้า สีหน้าและ
น้ำเสียงเกลื่อนไปด้วยความรื่นเริงในอารมณ์
"โอ้ย..วันนี้ปิงเค้ากระหืดกระหอบจะมาแอพอตสนามบินหนูเจอ
เข้าพอดีเลยอาสาพามานี่แหล่ะค่ะ แหมพูดก็พูดเถอะตั้งแต่รู้จักกันมา
ก็เพิ่งวันนี้เอง ที่ยายคนนี้เค้าเร่งรีบอย่างนี้ ปรกติละก็เค้าเป็นนางรูปปั้นค่ะ
วันนี้มีญาติมาเยี่ยมดีใจพูดไม่ออก ร้อยวันพันปีไม่มีใครมาหาก็งี้แหล่ะ..
เห็นว่าญาติน้อยหรือคะ?"
ถามแล้วเลยคุยอะไรจ้อไปอีกเรื่อยเปื่อยเปะปะยืดยาวเหลือคณา..
วิลันดาออกจะแปลกใจกับจุฬาไม่น้อยเหมือนกัน
"วันนี้ทานข้าวไทยกันนะคะ…นะปิงนะ นะคะคุณ เอ้อ วิ…"
"จะเรียกฉันว่าน้าก็ได้นะคะ" วิลันดาออกปากอนุญาต
"ค่ะ..คุณน้า อุ๊ย!แหม…เราคนไทยนะคะไล่เรียงอาวุโสอย่างนี้แบบว่ามันแลดูอบอุ่น
ใกล้ชิดดีออกนะคะคุณน้า ไม่เหมือนพวกฝรั่งมังค่าไอ้ไอๆ ยูๆ ซินญง - ซินญอ เฮ้อ.
.ถึงไงนะคะหนูก็ฟังว่ามันแห้งแล้งพิลึกว่าไหมปิง?
แต่บางคนเค้าว่ามันเสมอภาคนะคะ กับเพื่อนกับพ่อแม่ กับนายก กับคนเก็บขยะ
กับคิงกับควีนเขาก็แค่ไอกับยู จะว่าไปก็นานาจิตตังเหมือนกันนะคะคุณน้า..นะปิงนะ
แต่คนไทยเราขืนกลับไปไอๆ ยูๆ กับปู่ย่าตายายที่บ้านอาจโดนตบกลิ้ง ฮิๆๆ"
จุฬาพยักเพยิดไปทางปิงฟ้าแต่ฝ่ายนั้นไม่ต่อคำว่ากระไรได้แต่นิ่งไป
และจุฬาเองก็ไม่สนใจท่านิ่งนั้นเหมือนกัน เธอยังคุยอะไรต่อไปเรื่อยๆ…
"ที่ นี่มีร้านไทย เอ้อร้านอาหารไทยอยู่บ้างค่ะคุณน้า แต่รสชาดสู้ทำกันเองไม่ได้หรอกค่ะ แม่ครัวพ่อครัวเขาออกจะเอาใจฝรั่งปากจืดมากไปหน่อย ต้มยำเค้าถึงต้องทำข้นมากๆ
ใส่กะทิมันย่องเชียวค่ะ บางเจ้าเดาะใส่นมสดเข้าไปด้วยเลยไปกันใหญ่ค่ะคุณน้า…
แต่บางร้านก็ทำอร่อยนะคะ เอ…คุณน้าคงเหนื่อย หิวไหมคะเราหาข้าวทาน
กันที่ร้านไทยก่อนก็ได้ค่ะ เอาไหมคะแล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน นะคะนะ…หรือไงหาปิง?"
"น้าว่าไปที่พักกันก่อนดีกว่าค่ะน้าอยากพักซักนิด"
"อ๊อ…ค่ะ โอเคแหมคงเหนื่อยนะคะเดินทางตั้งหลายชั่วโมง งั้นกลับเลยนะคะ เฮ้!
นั่นหลับหรือไงปิงแก …" จุฬาหันไปมองแล้วหัวเราะระรื่นระริก
"ชั้นคิดว่าแกหลับซะอีก ที่แท้มิได้หลับมิได้เมามิได้บ้าฮ่า…แต่ข้าเป็นใบ้..
คุณน้าขายายคนนี้ตอนอยู่เมืองไทย
เป็นอย่างนี้หรือเปล่าคะบางวันนะคะ พวกศิลปินเขาคุยกันถมหูมีเจ้านี่เป็น
ใบ้อยู่คนเดียว แต่ก็ดีเหมือนกันนะคะแย่งกันพูดมากเข้าเดี๋ยวก็ทะเลาะกันวุ่นวาย
เป็นอย่างแกก็ดีไปอย่างไม่มีทะเลาะกะใคร" จุฬาว่าแล้วหัวเราะเสียงใส
เหมือนเด็กไม่เต็มเต็ง
"งั้นเดี๋ยวหนูไปส่งคุณน้าก่อนนะคะ แล้วจะซื้อกับข้าวขึ้นไปให้ คุณน้าชอบ
ทานอะไรบ้างคะ หนูชอบที่สุดคือแกงเขียวหวานเนื้อค่ะน้ำพริกปลาทูก็ชอบเหมือนกัน
แต่ถ้าจะให้เหมาะ น่าจะมีแกงเลียงอีกชาม ผัดสะตอก็เอาดีค่ะ หือ..ต้มยำขาหมู
ขนมจีนน้ำยาปักใต้ ร้านคนลาวค่ะมีของสดของแห้งทุกอย่างขายค่ะ เอาปลาด้วยนะคะ
คุณน้า มีปลาหลายอย่างค่ะแต่จำพวกปลาช่อน ปลากะพงหรือ ปลาทูไม่มีนะคะ
ต้องปลาฝรั่งแต่ก็พอทานได้อยู่นะคะคุณน้า เราหาผักใส่ตู้เย็นไว้ด้วยนะคะ
เอาไว้ทำอะไรๆ กันหลายมื้อนะคะ….ฯลฯ" แล้วสาวจุฬาก็จาระไนอะไรต่อมิอะไร
เกี่ยวกับอาหารการกินอีกยาวเฟื้อยจน
ทั้งปิงฟ้าและวิลันดาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
"ที่พูดๆ มาทั้งหมดนี่หนูทำไม่เป็นหรอกค่ะ…แฮ่ะ..ซื้อเป็นเท่านั้น แต่ไม่ต้องห่วงนะคะถึงจะทำไม่เป็นแต่เป็นลูกมือได้ค่ะล้างจานสะอาดด้วยนะคะ.."
ที่สุดจุฬาก็ได้แต่หัวเราะแหะๆ จุฬาก็เป็นอย่างนี้เอง ใครส่งของกินจากเมืองไทย
มาให้ใคร ถ้าเธอรู้เธอมักเข้ามาขอเอี่ยวด้วยคนเสมอ
ครั้นพอญาติใครหลุดเล็ดมา ก็จุฬาอีกเหมือนกันที่มักเข้ามาตีซี้หลอกล่อ
ขอร้องแกมออดอ้อนให้เป็นแม่ครัวพ่อครัวให้ แต่คราวนี้คงไม่ผิดหวังหรอกเพราะ
ผู้หญิงต่างวัยจากเมืองไทยคนนี้ทำอาหารอร่อยมาก
…อาหารของวิลันดานั้นทั้งอร่อยทั้งสวยทีเดียวแหล่ะ..
"ปิงน่ะแปล๊กแปลกค่ะคุณน้าวันๆ ให้มีแซนวิซหรือพิซซ่าถาดหนึ่งก็โอเค..
อยู่ได้ทั้งวันไม่บ่นไม่เบื่อ..อร่อยหรือเปล่าไม่รู้ แต่เธอกินของเธอได้ซ้ำๆ ซากๆ
อย่างงั้น อู๊ย…ว่าไปเรื่องทำอาหารปิงก็ทำเป็นนะคะ เค้าเคยทำน้ำพริกอ่องตอน
มีปาร์ตี้นักเรียนไทยถึงกะร่ำลือระบือไป แต่ปรกติแล้วเธออยู่ง่ายกินง่ายถึงง่ายมาก
และง่ายที่สุดล่ะค่ะ ขนมปังเนยถั่วสามมื้อก็ได้น่ะ…เบื่อแทนเลยแหมๆ ปล่อยมัน
อยู่เมืองฝรั่งงี้แหล่ะค่ะคุณน้าไม่ต้องให้กลับบ้าน" คำพูดจุฬาทำให้วิลันดาใจหายด้วย
กระทบใจอย่างแรง คำพูดนี้สะกิดปิงฟ้าด้วยหรือเปล่านะ? โถ .. เรียนจบแล้วปิงฟ้า
จะกลับเมืองไทยหรือ? บางทีอาจเธออาจต้องระเหระหนอยู่แถวนี้จริงๆ ก็ได้…
จุฬาส่งปิงฟ้าและวิลันดาที่หน้าตึกใหญ่ที่เก่าแก่และแสนโทรมแห่งหนึ่งที่มี
บรรยากาศทึมๆ น่ากลัว…มันเป็นแหล่งพักอาศัยราคาถูกแห่งหนึ่งในกรุงโรม
"พักนะคะคุณน้าเดี๋ยวหนูจัดการซื้อกับข้าวขึ้นไปให้เอ้อปิงจะเอาอะไรมั้ย" จุฬาหัน
ไปถามเพื่อนรุ่นน้อง
"ไม่ล่ะค่ะ จะเอาอะไรจะออกไปเอง ขอบคุณนะคะ"ปิงฟ้าหิ้วกระเป๋าเดินนำหล่อน
เข้า ไปในตึก พาดิ่งไปที่ลิฟเก่าคร่ำคร่าที่มีประตูเหล็กเป็นซี่ๆ น่ากลัวพิลึก แถมเวลาเลื่อนทีมีเสียงดังครืดคราดกึงกัง..หญิงสาวเหลือบมองเห็นวิลันดามี ท่าทางหวาดๆ
สถานทีอย่างนี้คนอย่างหล่อนไม่เคยคุ้นแน่ วิลันดามีฐานะร่ำรวยมีความเป็นอยู่สุขสบาย หล่อนไม่เคยสัมผัสกับสภาพยากจนอย่างที่ปิงฟ้าเป็นอยู่หรอกนี่คือความจน…
ที่ทำให้ปิงฟ้าต้องอาศัยห้องใต้หลังคาซึ่งเป็นห้องพักราคาถูกที่สุด และสภาพแย่ที่สุด
ในยามหนาวก็หนาวที่สุด ยามร้อนก็เช่นกัน โอ…มันน่ากระเทือนใจอะไรอย่างนี้
ชั่วเวลาไม่นานเลยฐานะครอบครัวของปิงฟ้าคนนี้เปลี่ยนแปลงหมดสิ้น
เพราะบาดหมางใจอย่างใหญ่หลวงกับตระกูล อิทธิพล..ในห้องพักนั้น
วิลันดาค่อยๆ ทรุดร่างลงนั่งบนโซฟาเก่าๆ ที่มีกล่องสี ดินสอและ กระดาษม้วนๆ
วางไว้เกะกะกองสุม..พรมปูพื้นเก่ามอม ข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดล้วน
ราคาถูกหรือไม่มันอาจตกทอดมาจากผู้เช่าก่อนๆ ที่เป็นนักศึกษาที่พอเรียนจบแล้ว
สิ่งใดไม่มีราคาค่างวดก็มักทิ้งเอาไว้ที่ห้องให้คน
ข้างหลังได้ใช้ต่อไปวิลันดานึกเทียบกับห้องพักที่กรุงเทพฯคราวเมื่อปิงฟ้า
เรียน ปริญญาตรี ที่นั่นเป็นอพาทเม้นต์ระดับกลางแต่ก็เป็นสถานที่ๆ ดูดีกว่านี้สักพันเท่า ถ้าฐานะของครอบครัวปิงฟ้าเหมือนเดิมความเป็นอยู่ของเธอในประเทศนี้คงดีกว่า นี้แน่นอน
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

โห ...อ่านจบตอน 3 ยิ่งวางไม่ลงแฮะ
ReplyDelete**ต้องอ่านต่อซแร้ววว..*
This comment has been removed by a blog administrator.
ReplyDelete