Saturday, 16 May 2009

ตอนที่ 2

ร่างสูงเพรียวเดินไปหยิบเสื้อกางเกงมาเปลี่ยน กระเป๋าสตางค์ กุญแจห้องล่ะ..

ที่สุดหยิบเสื้อโค๊ดที่ตะขอหน้าประตูมาสวม
ข้างนอกหนาวมาก วิลันดาเตรียมตัวมาดีแค่ไหนในฤดูกาลเช่นนี้
หล่อนใส่เสื้อผ้าหนาๆ ที่อบอุ่นเพียงพอหรือเปล่า ?
...

ปิง ฟ้าเจอจุฬาที่ชั้นล่าง จุฬาเป็นสาวชาวใต้ผิวเข้มหน้าคม ผมยาวหยิกหยอย และที่เด่นคือรูปร่างของเธอเหมือนนางแบบประเภทที่ดูแข็งแรงด้วยกล้ามเนื้อ เต่งตึง
ราวกับม้าสาว จุฬาตะโกนเรียกอยู่เหวกๆ เมื่อเห็นปิงฟ้า

"เฮ้…ท่าทางรีบร้อนหน้าตาตื่น จะไปไหนยะปิง ?" ….
"เฮ้…เฮ้…จาไปหนายวิ่งแก้หนาวหรือไง ?" ฝ่ายนั้นตรงปรี่เข้ามา
"จะชวนไปฟังร่ายกวี…ชั้นมีบทกวีใหม่ๆ มาประชันด้วยนะแกนี่ไง นี่.. นี่.."
จุฬาทำท่าจะรื้อกระเป๋าใบใหญ่ยักษ์ของตน ปิงฟ้าต้องโบกมือปรามเสียก่อน
"ปิงไม่ว่างค่ะพี่ ปิงจะไปสนามบินพี่จุฬาไปเองเถอะค่ะ"
"เฮ้ย…ได้ไง…มันจะออกอรรถรสขลุ่ยอะไรถ้าไม่มีเพื่อนไปด้วย ..ไหนนะแก
แกว่าจะไปไหน ? แอโรพอตี้ - สนามบิน ? ไปรับใคร? หรือว่าตัวแกเองจะไปไหน?
กระป๋ง กระเป๋าก็ไม่เห็นมี"
"โธ่.. ปิงรีบนะคะบีซี่มากพี่"
"เออ เอา …รีบนักก็มาเถอะ มา ๆ…ชั้นไปด้วยละกันแก มาสิจะไปส่ง"

รถของนางสาวจุฬาเป็นรถญี่ปุ่นคันเล็กกระจิ้ดริด เฉกเช่นรถราส่วนใหญ่ที่วิ่งไปมา
อยู่บนถนนของกรุงโรมแห่งนี้นั่นเอง..เมืองฝรั่งแท้ๆ แต่รถญี่ปุ่นวิ่งกันเกลื่อนไปหมด
ที่นี่หรือก็แปลก ถนนหนทางส่วนใหญ่มักเล็กแคบ มีตรอกซอกซอยมากมาย
แต่ตึกรามใหญ่โตเทอะทะขนาบเข้าสองข้าง แล้วก็อีกล่ะ อิตาเลียโน่ตัวโตๆ
กลับนิยมเบียดตัวเองลงในรถเล็กๆ แคบๆ…

"ไปคนเดียวแสนเซ็งว่ะวันนี้ไม่มีเพื่อนเลย แกก็รู้นี่ปิงไอ้เรื่องร่ายกวีน่ะมันต้องมี
มิตรสหายรายล้อมและต้องเป็นผู้รู้จักซาบซึ้งปิติ..

เออ..ว่าแต่ว่าธุระอะไรเหรอปิงเหรอ?จะไปไหนเหรอ ? เออนะ..ชั้นไม่เคยเห็น
แกรีบเร่งอะไรอย่างงี้มาก่อนเลยง่ะ"
"ปิงมีธุระ" ปิงฟ้าตอบง่ายๆ
"ปุโธ่..ไอ้นั่นรู้แล้ว.. แต่ธุระอะไรล่ะหล่อน ?" จุฬาแปลกใจนี่ รู้จักกันมา
ปิงฟ้านั้นเป็นคนเรียบเฉยเป็นนิจ ไม่เคยเลยหรอกที่จะรีบร้อนลุกลี้ลุกลน
อย่างใครเพื่อนไม่เคยมีท่าทีวุ่นวายอย่างใครอื่น ไม่เคยแย่งใครพูดอย่าง
พวกนกกระจอกแตกรัง สาวคนนี้เงียบนิ่งเหมือนรูปสลัก
จุฬาเหลือบไปอีกทีปิงฟ้าก็เอนหลังพิงเบาะสบายๆ เป็นปรกติ
"มีของฝากค่ะ " เธอบอกรุ่นพี่ เสียงนั้นน่าเชื่อถือดี
"ฮ่ะฮะฮ๊า…" จุฬาทำเสียงตื่นเต้น
"ของกินเพียบล่ะทีนี้..มาจากเมืองไทยใช่ไหมแก?" คราวนี้คาดหมายจริงจัง
"อ้อ…สนามบินไหนล่ะเนี่ยะ?"จุฬาเอ่ยถาม เหตุเพราะที่โรมมีสนามบินถึง
สองแห่งด้วยกันนั่นเอง
"ฟิอุมฯ" ปิงฟ้าบอกย่นย่ออย่างที่ใครต่อใครเขาก็ย่อกันเหลือแค่นี้ แต่ชื่อ
เต็มๆ ของสนามบินก็คือฟิอุมมิชิโน่
"ว่าแล้ว "..จุฬายิ้มย่อง ปิงฟ้ายิ้มน้อยๆ แรกที่รู้จักจุฬารุ่นพี่คนนี้
เธอคิดเหมือนกับทุกคนที่รู้จักจุฬาว่า ยายคนนี้ประสาท ค่าที่พี่แกช่างพูด
ช่างเจรจาอย่างละเมอเพ้อพกพิกล แต่ต่อมาเธอกลับรู้สึกว่าถ้าเธอสามารถ
เป็นอย่างผู้หญิงคนนี้บ้างก็คงดีไม่น้อย

จุฬาเรียนมาหลายปีไม่จบเสียที เธอมีความหมกมุ่นอย่างมีความสุขกับบทกวี
หลงใหลบทกลอนกวีหวานภาษาฝรั่งเศส ในขณะที่จริงๆ แล้วเรียนจิตรกรรม
แต่เรียนแบบเรื่อยเปื่อย ปีนี้ถ้าจุฬาไม่จบคงต้องโดนเชิญออก..แต่เจ้าตัวไม่ยักเดือดร้อน

อีกเรื่องที่จุฬาหมกมุ่นรองลงมาจากบทกลอนกวีคือเรื่องกิน…
ปิงฟ้ารู้สึกว่าสมองของผู้หญิงชื่อจุฬามีสาระหลักอยู่แค่สองเรื่องเท่านั้นเอง
ถ้าอยู่ได้อย่างจุฬาบ้างน่าจะมีความสุขดี..

"ไม่ใช่ของกินหรอกค่ะ" ปิงฟ้าบอก
"อ้าว…เหรอ" เสียงคราวนี้บอกว่าผิดหวัง และสีหน้าของจุฬาก็สลดลง
"ห้ามเปลี่ยนใจนะคะ ปิงไม่อยากลงกลางทาง"
"ชั้นไม่ใจร้ายงั้นหรอกน่ะ เอแล้วอะไรล่ะปิงถ้าไม่ใช่ของกิน ใครส่งอะไรมาน่ะแก
ไม่มีของกินเลยเหรอ ? อะไรกันส่งของมาจากเมืองไทยทั้งที
มันน่าจะมีหมูหยองหมูแผ่น น้ำพริกเผาข้าวตังหน้าตั้งหรือพวกข้าวเกรียบกุ้ง
กุ้งแก้วเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ไม่ก็ไอ้นั่นเลยแก …แกงฮังเล...โอ้โหคิดแล้วหิว
เฮ้อ ไม่มีของกินเลยเหรอ?.. ไม่ใช่ของกินแล้วมันอะไรล่ะ?" แหม จุฬาบรรยายซะหิว
"เอ้อ..ผงค่ะ" ปิงฟ้าหยอกเย้า ค่าที่เรื่องผงเรื่องยานั้นดังนักหนา
"ฮ๊า!!!" เสียงจุฬาเอะอะน่าตกใจ รถเล็กๆ ไหววูบ ปิงฟ้าเองไม่คิดว่า
รุ่นพี่จะตกใจเอาจริงๆ อย่างนี้ รถข้างหลังแซงขึ้นมา คนในรถโผล่หน้าออกมาด่าโขมง
แถมชูกำปั้นหราเข้าใส่อย่างโมโห
"เฮ๊ย..คุกนะโว๊ย คุกฝรั่งด้วยแก" จุฬาโวยลั่นรถ ปิงฟ้าหัวเราะจนท้องคลอน
"กลับดีกว่า"
"ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วน่า"
"ไม่ล่ะ ชั้นกลัว"จุฬาเสียงสั่นทำปากแบะ
"ตำรวจเลี่ยนแต่ละคนแกไม่เห็นมั่งเหรอ ตัวมันโตยังกะตึกนะแกมันจับได้ละก
บิดแขนบิดขาพินาศแน่"
"โธ่พี่จุฬาปิงพูดเล่นน่ะค่ะ ปิงมารับญาติต่างหาก"
"เฮ้อ " จุฬาครางโล่งอก
"แกนะ.. ชั้นมองเห็นกุญแจมือลอยมาแต่ไกลเลยปุโธ่!!!" ปิงฟ้ามองจุฬา
ผู้หญิงคนนี้ประหลาด บางครั้งบางคราวไร้เดียงส่าไม่น่าเชื่อ ในตัวตนของ
จุฬาคนนี้มีความตลกน่าขำเป็นธรรมชาติ มีความซ้ำซากทั้งน่าเบื่อและน่าขัน
แต่ที่แน่ คือจุฬาไม่มีพิษมีภัยกับใคร
"ผู้หญิงหรือผู้ชาย? มากันกี่คนเหรอปิงไม่เคยเห็นญาติมาหาเลยนี่
มีแต่พ่อที่มาส่งแกครั้งกระโน้น ญาติแกแวะมาจากไหนหรือเปล่า
มาสัมมนาหรือดูงานอะไรแถบยุโรปนี่หรือไงถึงได้แวะมาหา
หรือว่ามุ่งมาเยี่ยมโดยตรง แหม…แต่ชั้นว่านะปิงนะ เค้าคงหิ้วอะไร
มาฝากมั่งนะแก หรือว่าไง ?"
"คะ?..ค่ะ..ผู้หญิงค่ะมาคนเดียว"ปิงฟ้าเลือกตอบง่ายๆ แล้วจากนั้นจุฬาก็คุย
เพ้ออะไรต่อมิอะไรต่อไปอีกตามปรกติวิสัยจวบจนกระทั่ง
รถได้เลี้ยวเข้าเขตุสนามบิน…เดี๋ยวก็จะได้พบหล่อนแล้ว

ปิงฟ้าให้จุฬารออยู่ที่รถ ส่วนตัวเธอเองเดินเข้าไปในอาคาร มองหาวิลันดา
ในท่ามกลางผู้คนมากมาย ณ ที่แห่งนั้น

วิลันดา…

ปิงฟ้ามองเห็นภาพตัวเองเดินฝ่าสายฝนเป็นระยะทางกว่าสองกิโลเมตรเข้าไปหา
หล่อนที่กระท่อมปีกไม้กลางดงกุหลาบหนู เนื้อตัวเธอเปียกโชกหากหัวใจกลับร้อนระอุ

ฝนไม่มีความหมายสำหรับปิงฟ้ายามนั้นระยะทางก็ไม่สำคัญจุดหมายของปิงฟ้า
คือการได้พบวิลันดาต่างหาก…

0 comments:

Post a Comment