วิลันดาพบว่าหล่อนปรกติดีเมื่อเลิกรากับเปรมจิตไปเสียได้
ผู้หญิงคนนี้ไม่มีอิทธิพลต่อจิตใจของหล่อนมากมายนัก
ความรู้สึกที่ว่าไม่มีใครในความห่วงหาอาทรอย่างคู่รัก…หนนี้ มันไม่ทำให้
หล่อน เศร้าหมอง มันเพียงรู้สึกเบาโล่ง จะว่าเหงาก็ว่าได้ แต่ขณะเดียวกันจะว่าสงบก็ใช่ หรือจะรู้สึกกับมันว่ารู้สึกกับมันว่าเป็นอารมณ์เหงาที่งดงามก็ใช่
มันเหงาอย่างไม่ใช่เศร้าหมองตรอมตรม มันมีความงามเหมือนการทอดสายตา
ชื่นชมฟ้ากว้าง ทะเลเวิ้ง มองสีของฟ้าค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปต่างๆ นานา
เปลี่ยนจากสว่างใส กระจ่างตายามวัน สู่บรรยากาศอาทิตย์ลับ และแล้ว
ก็เข้าสู่ยามคืนที่มืด สงบสงัด …
แต่แล้วไม่นาน หล่อนรู้..ว่าท้องฟ้าจะปรากฏแสงสีเงินสีทองรองรับรุ่งอรุณหมุนสู่ยามวันอีกครั้ง
"ผอ.คะ เอ้อ …คุณเปรมโทรเข้ามาค่ะ"
โสรยาบอกเข้ามาในห้องทำงาน น้ำเสียงหนักอกหนักใจใช่น้อย ด้วยว่าหล่อนหนักใจ
นักแล้วกับถ้อยคำที่ฝ่ายนั้นฝากบอกมา
"อ้าว บอกแล้วนี่ว่าฉันไม่รับโทรศัพท์คุณเปรม"
"ค่ะ …ทราบค่ะโสก็บอกไปหลายครั้งแล้วค่ะ แต่ครั้งนี้คุณเปรมเธอขู่ ว่า …เอ้อ …เอ้อ ..
ถ้า ผอ.ไม่รับสายเธอ เธอว่า เธอจะทำให้ขายหน้า …"โสรยาเอ่ยด้วยอึดอัดใจ
และรู้สึกเห็นใจ ผอ.เจ้านายผู้เรียบร้อยและมีระเบียบ แม้นว่าเรื่องส่วนตัว
ของหล่อนจะต่างออกไปจากคนทั่วไป ตรงที่หล่อนมีคู่รักเป็นทอม แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องส่วนตัว
แต่เวลานี้มันกลับทำท่าว่าฝ่ายนั้นกำลังจะข่มขู่หล่อนด้วยเรื่องส่วนตัวนี่ล่ะ
และโดยส่วนตัว โสรยาเองไม่ชอบเปรมจิตอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะเธอเป็นทอมหรอก
คนที่เป็นทอม เป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย ต่างก็เป็นคนแต่ละคนที่มีดีมีชั่ว มีน่ารักน่าชัง
มีนิสัยแตกต่างกันไป
หล่อนไม่ชอบเปรมจิต เป็นด้วยท่าทีและนิสัยของเปรมจิตต่างหาก เปรมจิตเป็นคนลำพองตน
ทำท่าทางเหมือนว่าการเป็นคนรักของ ผอ.วิลันดาเป็นการถือไพ่เหนือกว่า เป็นเจ้าเข้าเจ้าของ และ …เปรมจิตมองใครต่อใครที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของคู่รักเป็นดั่งผู้ใต้บังคับบัญชาของตนด้วย
มองอย่างผู้ที่ต่ำต้อยกว่า …
ครั้นพอโสรยาได้ยินคำพูดทำนองข่มขู่แบบนี้ยิ่งทำให้เกลียดผู้หญิงคนนี้มากขึ้น
ขณะเดียวกับที่สงสารเจ้านายเป็นที่สุด
"ยังถือสายรออยู่หรือเปล่า" วิลันดาถามออกมา น้ำเสียงหล่อนไม่บอกว่าตกใจ
หรือวิตกแต่อย่างใด หล่อนเก็บมันไว้แนบเนียน
"ค่ะ ยังรออยู่ จะให้โอนเข้าไปเลย หรือว่า…"
เปรม จิตกำลังขู่หล่อน ทำให้หล่อนรู้สึกขมขื่นเหลือเกิน กับการที่คนที่เคยคบหากัน จนถึงขั้นมีสัมพันธ์หลับนอนเสพสมกันนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวแท้ๆ ทีเดียว แต่ต่อมา
เมื่อหล่อนต้องการหยุด…เปรมจิตกลับไม่ยอม ..
ซ้ำกำลังจะใช้วิธีการสกปรก มันทำวิลันดารู้สึกว่ามันเป็นสำนึกอันต่ำช้า น่าเสียดายเหลือเกิน
ที่การศึกษาสูงๆ ไม่ช่วยอะไรเปรมจิตคนนี้เลย
"ได้จ๊ะ โอนเข้ามาเลย" หล่อนบอก
…
"ฮัลโล.."
"มารับสายได้แล้วสิฮะ"
"เปรมขู่พี่"
"โถ …โกรธล่ะสิ อย่าโกรธเปรมเลยนะฮะพี่ดาคนดี เปรมรู้ว่าพี่ไม่ชอบอะไรแบบนี้
แต่เปรมมีทางเลือกหรือฮะ"
"เปรมรู้ทุกอย่างนี่คะ รู้ว่าอย่างนี้ไม่ดี พี่ไม่ชอบ เพราะมันไม่ใช่มารยาทที่ดี โดยเฉพาะ
คนที่มีการศึกษาดีๆ เขาไม่ทำกัน”
"แหม…พี่ดา เอาเถอะฮะจะว่ายังไงก็ได้ เปรมยอมรับทุกอย่าง เปรมอยากคุยกับพี่
อยากปรับความเข้าใจให้รู้เรื่อง ..ความจริงมันแค่พี่ไปเจอเปรมทานข้าวกับเพื่อนเท่านั้นเอง
พี่ดาไม่ได้ไปเห็นเปรมพาไปนอนนี่ฮะ เรื่องมันเล็กน้อยเท่านั้น คิดให้ดีสิฮะ ให้โอกาสเปรมหน่อย
เหตุผลมันไม่เพียงพอที่จะต้องเลิกกัน"
"นั่นมันความคิดของเปรม เรื่องเล็กน้อยของเปรม"
"พี่ดา..แต่เปรมรักพี่นะฮะ เราคบกันมาตั้งนานนะฮะ ทำอะไรพลาดไปบ้าง
ใจคอจะไม่ยอมให้อภัยเปรมบ้างเลยหรือฮะ เปรมรู้ว่าพี่ดาโกรธมาก
เปรมจะให้เวลาพี่ซักพักก็ได้ฮะ แล้วไงเราค่อยมาคุยกันใหม่ตอนที่พี่รู้สึกดีกว่านี้
แต่ไม่ใช่ตัดขาดไปเลยแบบนี้เปรมทำใจไม่ได้"
"พี่ ว่า..พี่ไม่มีอะไรจะพูดกับเปรมอีกแล้วนะคะ พี่เลิกกับเปรม เปรมจะยอมหรือไม่ จะทำใจได้หรือเปล่าพี่ไม่รับรู้ด้วย"หล่อนเอ่ยเรียบเหมือนพูดคุยธรรมดา
ไม่มีน้ำเสียงประชดประชันเจือปนอยู่แม้นแต่น้อยนิด แต่มันทำให้เปรมจิตหวั่นไหวรุนแรง
"พี่ดา…"เสียงนั้นโอดครวญ
"เปรมเสียใจ"
"เลิกกันเปรมก็ยังมีที่ไป"
"ไม่ฮะ เปรมไม่เลิก เปรมไม่ยอม"
"พี่ไม่มีอะไรจะพูดกับเปรมแล้วล่ะค่ะ"
"เปรมไม่ยอม มันง่ายเกินไปหรือเปล่า..พี่ดาฉลาดเหลือเกิน ถือโอกาสอ้างเรื่องเปรมกับเพื่อน
ที่แท้…คิดว่าเปรมไม่รู้หรือไงกัน ว่าเหตุผลของพี่คืออะไร…ฮึ…
เจ้าทับทิมคนรักเก่าของพี่กลับมาแล้วนี่ โก้หรูอย่างนั้น เปรมจิตมันก็กลายเป็น
ไอ้คนกระจอก เปรมไม่ได้โง่นะพี่ดา เปรมรู้ทันความคิดของพี่หรอกฮะ…
แต่มันจะไม่ง่ายขนาดนั้น .."
อา …
เป็นความผิดพลาดของหล่อนเอง ที่เคยเล่าความหลังสู่เปรมจิต บัดนี้มันกลับย้อนมา
สร้างความยุ่งยากให้แก่หล่อนแล้ว
เปรมจิตคนนี้ทำให้หล่อนเหนื่อยหน่ายและท้อแท้ใจเหลือเกิน
"พี่ดาจะทำอย่างนี้กับเปรมไม่ได้นะ"เสียงนั้นขู่
"วิลันดา ม่อนคำหวาน ผู้หญิงที่มีชื่อเสียงดีมาตลอด ถ้ามีข่าวความสัมพันธ์ซับซ้อน
กับทอมอย่างเปรมกับเจ้าทับทิม สังคมนี้คงเลื่องลือดีแท้ "
และที่สุด มันก็เหมือนกับว่าหล่อนได้เห็นหางของเปรมจิตงอกออกมาจากก้น
มันน่าชังนัก หล่อนได้รู้เช่นเห็นชาติรู้จักตัวตนของคนๆ นี้แล้วอย่างลึกซึ้งจริงๆ ก็วันนี้
"เปรมอยู่ที่ร้านสวีท เปรมคิดว่าพี่ดาคงพอมีเวลามาหาเปรมสักหน่อย
พี่ดาก็รู้นี่ฮะว่าตรงข้ามกับร้านนี้ มันเป็นสำนักงานหนังสือพิมพ์
แค่เดินเข้าไปนั่งคุยกับคอลัมน์นิสประเภทซุบซิบพวกไฮโซฯ .."
วิลันดาจะไม่ยอมเสียเวลากับเปรมจิตอีกแล้ว หล่อนวางหูโทรศัพท์ลง..กับคนที่ไม่มีมารยาท
ไม่จำเป็นหรอกที่จะต้องรักษามารยาทด้วย หล่อนไม่คิดว่าจะเจอปัญหาอย่างนี้และ
เกลียดวิธีการสกปรกน่าอายอย่างนี้ที่สุด..
ถ้าหล่อนเป็นเปรมจิต หล่อนจะไปโดยดี เพราะมันไร้ศักดิ์ศรีที่ดื้อดึง
แล้วกลายเป็นการระรานพาลหาเรื่อง
…
วิลันดาเอนหลังพิงหนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้าในหัวใจ..จากกันอย่างนี้ไม่ดีเลย
ตัวตนที่แท้ของเปรมจิตเป็นอย่างนี้เอง มันทำให้หล่อนรู้สึกแย่ ทำให้ปวดศีรษะและเครียด…เครียดจนต้องหายากินแล้วกลับมานั่งครุ่นคิดแก้ปัญหาส่วนตัว
ที่เปรมจิตกำลังจะทำให้มันแตกเหมือนส้วม!!!
เรื่อง ส่วนตัว ถ้ามันอยู่ในส่วนของมัน ปัญหาคงไม่เล็ดลอดออกมาให้ใครได้ร่วมรับรู้ด้วย แต่ที่มันกลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาให้เห็นและเป็นข่าว ไม่ว่าจริงหรือเท็จก็ตาม
มันคงเกิดด้วยเหตุที่มีคนอย่างเปรมจิต
คนที่กำลังจะทำให้เรื่องส่วนตัวของคนสองคน กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์
เมื่อไม่ได้อย่างใจ เปรมจิตก็จะทำให้มันลุกลามยุ่งเหยิงไปกันใหญ่
จะเอาแน่อะไรได้ คนบางคน เมื่อไม่ได้อย่างที่ใจต้องการ ก็พร้อมที่จะทำลายล้างไปเสียสิ้น
ที่สุดแล้ว วิลันดาก็ตัดสินใจต่อโทรศัพท์ไปหาใครคนหนึ่ง คนที่หล่อนคิดว่าสามารถ
ช่วยคลี่คลายปัญหานี้ให้หล่อนได้..
หล่อนคงช่วยอะไรเปรมจิตไม่ได้ ในเมื่อหล่อนกำลังถูกแบล็คเมล์ ไม่มีวันที่วิลันดา
จะยอมตกเป็นเหยื่อ..!!
...
เช้าวันต่อมาข่าวที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับที่ฝ่ายนั้นเอ่ยอ้างมาข่มขู่
กลับเป็นข่าวของตัวเธอเอง พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหรา..
ทอมปริญญาเมาอาละวาดเจอะแจ๊คพ็อทหนุ่มเลือดร้อนสั่งสอนอ่วม
โสรยาอ่านข่าวนั้นอย่างตื่นเต้น…ที่ห่วงเจ้านายอยู่นั้นก็คลี่คลาย ผอ.ไม่ ใช่ผู้หญิงอ่อนแอ
ที่ใครจะมาทำอะไรก็ได้หรอกนะ แม้นหล่อนจะอ่อนโยนและดูบอบบาง
แต่หล่อนไม่ยอมให้ใครมารับแกข่มขู่ได้ง่ายๆ หล่อนมีวิธีจัดการกับปัญหาได้
และอย่างน่าทึ่งเหลือเชื่อเสียด้วยสิ ..
แต่ โสรยาก็นึกรู้ ว่าถ้าเปรมจิตไม่ขู่ ก็จะไม่โดนอย่างนี้ คนอย่างคุณวิลันดา เพียงแต่ดีด้วย มีความจริงใจด้วยและเสมอต้นเสมอปลายด้วยกับหล่อน…คนๆ นั้นจะได้รับแต่สิ่งดีๆ
ตลอดไปทีเดียว ..
ที่โต๊ะอาหารยามค่ำที่บ้านของวิลันดา วันนี้หล่อนอารมณ์ดีทำกับข้าวไว้เลี้ยงฤกษ์ฤทธิ์ญาติผู้พี่..
"อาหารหน้าตาสวย…ของโปรดพี่ทั้งนั้นด้วย มีอะไรเป็นพิเศษจ๊ะ" เขาเอ่ยปากทักพลางยิ้มสวย
"คุณลงมือเองทุกอย่างนะคะ วันนี้ป้าพิณเป็นแค่ลูกมือเท่านั้นแหล่ะค่ะ
"ป้าพิณบอกเขาเมื่อตักข้าวใส่จานให้
"โอ๊ะ โอ .." เขาอุทานทำตาโต
"ไม่ได้ทำนานแล้ว ลองชิมดูนะคะคุณฤกษ์" หล่อนออกตัว
"ป้า …"เขาเรียกแม่บ้าน
"คะ ?"
"เพิ่มข้าวอีกหน่อยสิจ๊ะ เอาอีกสองบาท"เขาว่า ทำให้ทั้งป้าพิณและวิลันดา
ต่างยิ้มในความอารมณ์ดีน่ารักของเขา
"รู้ไหมไม่ได้ทานของว่างตอนบ่ายนะวันนี้.. น้องดานัดมาทานข้าวต้อง
เตรียมพื้นที่ว่างไว้มากๆ หน่อย"
"แหม..ปากหวานเหลือเกินนะคะคุณฤกษ์"ป้าพิณหัวเราะคิกๆ
"ก็หวานอยู่แถวนี้แหล่ะจ๊ะ"
"ทานเยอะๆ นะคะ.."หล่อนยิ้มให้เขาอย่างอ่อนหวาน..
"ของมันแน่อยู่แล้วล่ะน้องดา"
ผู้ชายอารมณ์ดีคนนี้ ใครจะคิดบ้างว่าเขามีอีกแง่มุมหนึ่งที่ขัดแย้งนัก ..
เขาบงการนักเลง สั่งเป็นสั่งตายได้
ป้าพิณตักข้าวให้คนทั้งสองแล้วรินน้ำเย็นให้ จากนั้นก็เลี่ยงออกไป
ไม่คอยเฝ้าแหนรับใช้ตลอดเวลาแต่อย่างใด แกจะกลับมาอีกก็เมื่อถูกเรียก
หรือเมื่อคะเนว่านายรับประทานเสร็จเรียบร้อยแล้วนั่นแหล่ะ
"ขอบคุณนะคะคุณฤกษ์" หล่อนเอ่ยเบาๆ ..
"เรื่องนั้นน่ะเอง .."เขายิ้ม
"ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกรังควานด้วยนะ พี่ว่าคงไม่กล้าหรอก .."
"เค้าเจ็บมากไหมคะ ?"
"ไม่รู้สิ .."เขาหัวเราะ
"ก็อย่างที่ลงข่าว อ่านข่าวแล้วไม่ใช่หรือคะ?"เขาถาม
"ค่ะ"
เมื่อมองหล่อน..เขานึกอยากเอ่ยปากตักเตือนอะไรบางอย่างบางประการ
แต่แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร มาจนป่านนี้แล้ว วิลันดาไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนสักคน เขามั่นใจว่าต่อไปหล่อนก็ต้องมีคนรักเป็นทอมเหมือนที่ผ่านมาอีก
แต่ถึงกระนั้น ครั้งนี้เขาก็ยังดีใจที่เมื่อมีปัญหา หล่อนไว้วางใจเขา เอ่ยปาก
ขอความช่วยเหลือให้แก้ปัญหาให้ หาไม่ชื่อเสียงคงเสียหาย ถึงแม้นไม่ถึงกับป่นปี้
แต่ก็เสีย เสียหายด้วยผู้หญิงคนนั้น เสียหายโดยไม่เป็นเรื่อง…
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

0 comments:
Post a Comment