Saturday, 16 May 2009

ตอนที่ 1

บทที่ 1
คงเป็นจุฬา ปิงฟ้าคิดกับเสียงกริ่งโทรศัพท์ ที่ดังแทรกเสียงเพลงบรรเลงเปียโน
ที่หวานแว่วของโชแปง ปิงฟ้าเจ้าของห้องกำลังยืนอยู่หน้ากรอบผ้าใบงานสีน้ำมัน
ของเธอซึ่งเพื่อนคนไทยด้วยกันพากันเรียกว่า งานแนว "มัว" ก็ด้วยดูแล้วมัวซัวหม่น
หมองน่ะสิ ..ชิ้นนี้ทำเรื่อยๆ มาหลายวันแล้ว วันนี้จะลงเอยหรือเปล่าก็ไม่รู้

ปิงฟ้าเพิ่งอาบน้ำเสร็จ วันที่ไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยอย่างนี้ก็ดูคล้ายว่าจะว่าง
แต่คงไม่ว่างแท้นักหรอก เพราะมีอะไรรอให้ทำอยู่เหมือนกัน
อย่างห้องที่รกเรื้อเหลือทนนี่ แล้วของกินของใช้ที่ร่อยหรอ
ถึงเวลาที่จะต้องออกไปหาซื้อจากร้านตรงมุมถนน…

"ฮัลโล" เธอกรอกเสียงไปตามสาย ในขณะที่คิดว่าต้องเป็นจุฬา
เพื่อนรุ่นพี่ของเธอแน่นอน เธอสนิทกับจุฬาเพราะต่างเป็น
นักเรียนไทยด้วยกันนั่นเอง ปิงฟ้าเป็นหญิงสาวที่สวยอย่างสาวเชื้อจีน
ท่าทีนิ่งสงบของเธอนั้นเหมือนหยก เหมือนรูปปั้นรูปสลัก
เธอถูกขนานนามว่า "หญิงเฉย" ก็… ถ้าไม่เฉยแล้วจะทำอย่างไร?..

เอาอีกแล้ว เหตุการณ์เลวร้ายย้อนเข้ามาหลอกหลอนอีกแล้ว
ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่มันจะจากเธอไปจริงๆ เสียที ..
ไม่ว่าจะคิดถึงเรื่องอะไรก็มักจะโยงใยไปถึงเรื่องร้ายนั้นจนได้เสมอ

"ฮัลโล.." เสียงที่มาตามสายไม่ใช่จุฬา แต่เป็นเสียงผู้หญิงที่ใช้
ภาษาอังกฤษที่สุภาพมาก เอ่ยปากขอพูดสายกับปิงฟ้าและ
ออกเสียงเรียกชื่อเธอชัดเจนจนรู้ได้ว่าเป็นคนไทย..แถมยังเป็นเสียงที่คุ้นแสนคุ้น..
"ค่ะ ปิงฟ้ากำลังพูด"
“ปิง.. ปิงหรือคะ? วิลันดานะคะ"

ปิงฟ้ามือสั่น!!
ความรู้สึกของเธอนั้นเหมือนตัวเองเป็นลูกโป่งใบอ้วนใหญ่ที่ใส่น้ำไว้เต็ม
และแล้วกลับถูกยิงด้วยลูกดอกแหลม.. ลูกโป่งแตกโพล๊ะ..!! น้ำกระจาย!!!

จิตใจมันเหมือนว่าแตกกระจัดกระจายอย่างนั้น.. ฉุกเฉินฉับพลัน
และแล้วก็ให้เย็นเยียบ เสียดแสลงในหัวใจ เสียงนั้น…
คุ้นเคยเหมือนเคยได้ยิน ได้ฟังมาหลายภพหลาย ชาติกระนั้น…
วิลันดา..

"ปิงคะ….ปิง ฮัลโลๆ "
"ค่ะ.." เสียงที่หลุดออกจากปากหญิงสาวปิงฟ้านั้นมันช่างแหบแห้ง
"ปิง…คุณอยู่สนามบินนะคะ คุณเพิ่งมาถึง ปิงมารับหน่อยนะคะ"

ปิงฟ้านิ่งงันไป
แต่แรกเข้าใจว่าเป็นเสียงมาจากทางไกล….ไกลแสนไกลจากเชียงใหม่
ประเทศไทย..!!! แต่แท้แล้วหล่อนอยู่แค่นี้เองหรือ?
บัดนี้ปิงฟ้าและหล่อนถูกครอบไว้ใต้ฟ้าเดียวกัน เหยียบยืน
อยู่บนผืนดินเดียวกันแล้ว..

"ปิงฟ้า "เสียงนั้นเจือกระแสสั่นเครือบางเบา
"ถ้าไม่ว่างมารับ คุณจะนั่งแท็กซี่ไปเองนะคะ"

ปิงฟ้าต้องนั่งลงกับพื้นพรมข้างโต๊ะโทรศัพท์อย่างอ่อนแรงเรี่ยวแรง
ของเธอมันเหือดหายเหมือนถูกสูบ..เธออยากร้องไห้ แต่ใน
ขณะเดียวกันเธอก็อยากจะหัวเราะออกมาพร้อมๆ กัน..

ปิงฟ้าหลับตาลงแต่เธอกลับมองเห็นสายตานั้นมองตรงมายังเธอ
มันเป็นสายตาที่เด่นชัดในการกล่าวโทษ มันบอกกล่าวว่าผิดหวังและชิงชัง!!! อา….มันช่างเป็นความรู้สึกทางลบที่เข้มข้น..หลากอารมณ์ร้ายเหล่านั้น
มันพุ่งตรงมาที่เธอ เหมือนมุ่งให้แตกดับลับหายไปจากโลกนี้....

"ปิง…"
"คะ..? นั่งบัสมาเมโทร..แล้วรอ..เอ้อ…รอที่นั่นก็ได้ค่ะรอที่สนามบินนั่นแหล่ะค่ะ
เดี๋ยวปิงจะไปรับ"น้ำเสียงบอกว่าหงุดหงิดแต่เธอก็มีความรู้สึกดีใจ ความรู้สึกหลายอย่างมันสลับกันไปมา ปิงฟ้ายังห่วงหล่อน…และคิดถึงหล่อน วิลันดา – สุภาพสตรีตัวเล็กนิดเดียว
ท่ามกลางผู้คนชาวยุโรปตัวโตๆ สูงใหญ่…

แท็กซี่ที่นี่ ความไว้ใจได้นั้นว่าไปคงพอฟัดพอเหวี่ยงกับแท็กซี่ที่กรุงเทพฯ
เมืองหลวงของไทยเรานั่นเองแต่ความห่าม ความทะลึ่งตึงตังอันถือ
เป็นปรกติวิสัยของชายเมืองนี้นั้น ถ้าชินๆ แล้วก็ไม่กระไรนักหนาแค่คิดเสียว่า
พวกเขาเป็นชนชาติที่มีความครึกครื้นสนุกสนานในอารมณ์เสมอก็เท่านั้น
แต่อย่างวิลันดา อย่างหล่อนที่ออกจะเป็นผู้ดีอย่างนั้น…
"อาจช้าหน่อยนะคะ"คราวนี้เสียงดีขึ้น..โกรธหล่อนหรือ?
ผ่านไปแล้วเกือบสองปียังไม่หายโกรธ .. เรื่องราวมากมาย
ร้ายแรงเกินกว่าจะลบเลือนให้หายไปจากความทรงจำ…
"รอได้ค่ะ…คุณรอได้"เสียงทางโน้นอ่อนๆน่าสงสาร..
เวลานี้ ปิงฟ้าฝันไปหรือเปล่า ? วิลันดากำลังรออยู่ที่สนามบิน และเธอต้อง
ไปรับเดี๋ยวนี้ มือขาวๆของเธอยังคงถือหูโทรศัพท์ค้างอยู่
เสียงผู้หญิงคนนี้มาจากปลายสายจริง หรือ? ไม่แน่ใจ….
"ฮัลโล" เธอลองกรอกเสียงลงไปอีกครั้ง
"ขา .."
"แค่นี้นะคะ"
"ค่ะ…คุณจะรอ"..
..
ก็ต้องไปรับหล่อน ปิงฟ้าลุกขึ้นยืนละล้าละลัง ค่อยลำดับว่าจะทำอะไรก่อนดี
เธอเหมือนคนที่ตื่นมาขึ้นหลังจากเมาหนัก รู้สึกเหมือนว่าสมองเฉื่อย…

No comments:

Post a Comment