ท้ายบท
วิลันดาตื่นขึ้นมาไม่พบปิงฟ้าเสียแล้ว
หล่อนมิได้ตื่นสาย แต่ปิงฟ้าออกไปก่อนเสียก่อนต่างหาก หล่อนรู้สึกปวดศีรษะ เนื้อตัวร้อน ผะผ่าว
เก็บที่นอนแล้วก็ไม่รู้จะไปไหน
หล่อนชงกาแฟ แล้วเข้าไป ทำธุระในห้องน้ำ
หล่อนจามอยู่ในนั้นหลายหนและรู้สึกมึนๆ ..
กาแฟร้อนๆ พอช่วยให้ดีขึ้นบ้างเล็กน้อย
แต่แล้วไม่นานมันกลับทำให้อยากอาเจียน..รู้สึกพะอืดพะอม เบ้าตาร้อนผ่าว..
ปิงฟ้าหนีไปแต่เช้า
คิดแล้วหล่อนก็น้ำตาเอ่อ.. หล่อนมืดตัน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับตัวเองดี.. กลับเมืองไทยหรือ?
หรือทนอยู่อย่างนี้? แต่หล่อนต้องการปิงฟ้ากลับคืน..
ความรักยังอยู่
แต่มันถูกแทรกด้วยเรื่องราวบาดหมายที่ทิ่มแทงใจกัน

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกมันหมุนคว้าง…แล้วร่างเล็กบางของวิลันดา ก็ซวยเซไปที่อ่างล้างหน้าอย่างลำบากยากเย็น
ปิงฟ้าหมดชั่วโมงเรียนตอนบ่าย
แต่ไม่ได้กลับที่พัก เธอหอบกระดานไปนั่งรับจ้างวาดลายเส้นกับรุ่นน้องที่น้ำพุเทรวี่
และอยู่เสียที่นั่นจนมืดค่ำ
อากาศหนาวเหน็บ
เครื่องทำความร้อนที่ห้องเคยเสียมาแล้วหนหนึ่ง
ปิงฟ้าห่วงอยู่เหมือนกันว่ามันจะเสียขึ้นมาอีก และหล่อนจะอยู่อย่างไร?
วิลันดาคงออกไปเที่ยวกับจุฬา
ตอนนี้อาจทำอาหารกินกันแล้ว..ปิงฟ้าไม่เจอจุฬาที่มหาวิทยาลัยในวันนี้
และเธอก็ไม่ได้โทรเข้าไปหาวิลันดาที่ห้อง ไม่รู้ว่าทำไมจึงต้องเฉยเมย..
แล้วก็ได้แต่เสียใจที่ทำให้วิลันดาเสียใจ ทั้งที่เธอกับวิลันดายังรักกัน…
วิลันดาไม่ได้อยู่ในห้องตอนที่ปิงฟ้ากลับมา แต่เสื้อผ้าข้าวของยังอยู่..เครื่องรับฝากข้อความทางโทรศัพท์กระพริบปริบๆ
…ปิงฟ้ารีบกดปุ่มฟังข้อความทันที
“ปิงแกไปไหนกันว๊ะ..คุณน้าป่วยนะแก
ชั้นเลยพามาโรงพยาบาลแองเจิ้น
แกรีบมาด่วนเลยนะเว้ย
แกบาปมากที่ปล่อยให้คนไม่สบายอยู่คนเดียวทั้งวัน
ที่ชั้นจะบอกก็มีแค่นี้ล่ะแล้วรีบมาล่ะ..”
เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ปิงฟ้ารู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ค่อยถูก
เธอค่อยๆ หยิบกุญแจห้อง
สวมเสื้อกันหนาวตัวโต เดินก้าวออกจากห้อง
ลงบันไดชันๆ แล้วเข้าไปในลิฟต์เก่าแก่นั่นซึ่งเสียงของมันกึงกังโครมครามตลอดเวลา
เมื่อเดินออกจากลิฟต์มาได้ เธอผ่านใครต่อใครที่คุ้นเคยกันแต่ก็ไม่ทักใคร
และไม่รับคำทักของใคร
ร่างสูงเปรียวของเธอเหมือนลอยเลื่อนปราศจากวิญญาณ..โรงพยาบาลแห่งนั้นอยู่ไม่ไกลมาก
หากปรกติเธอคงรอรถเมล์ หรือไม่ก็อาจเดิน..
แต่ที่สุดเธอก็เรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาล..
จุฬาเป็นคนอื่นยังห่วงวิลันดาขนาดนี้
อา…ช่วงที่ไม่ได้พบ ไม่ได้ติดต่อกัน
หล่อนเป็นอย่างไรบ้างนะ? หล่อนป่วยไข้ง่ายมาแต่ไหนแต่ไร..หากปิงฟ้าเองก็ป่วยใจ..ไม่มีใครมีความสุขเลย..
“เฮ้ยปิง..ทำไมมาป่านนี้วะ” จุฬาเห็นหน้าก็ถลาเข้ามาต่อว่าทันที
แต่ปิงฟ้าไม่สนใจจุฬา
เธอตรงมายืนเกาะอยู่ข้างเตียง เธอและวิลันดามองกันอยู่เนิ่นนาน..ได้ยินเสียงจุฬาบ่นอะไรต่ออะไรตลอดเวลา
แต่เธอและวิลันดาไม่มีใครสนใจฟัง
“ชั้นเข้าไปเห็นคุณน้านอนแย่อยู่ที่โซฟาน่ะ..แกเอ๊ยตัวงี้ร้อนจี๋เชียว ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทันละมั้ง
เป็นหวัดเมืองหนาวอย่างงี้ไม่กระจอกเหมือนหวัดบ้านเรานะเว๊ย ไม่ใช่เดี๋ยวใจ*จะหายง่ายๆ แกก็รู้ว่ากว่าจะหายมันทรมานทรกรรมอยู่เป็นนาน
มันเรื้ออยู่นั่นแล้ว โอย.. อีตอนชั้นมาใหม่ๆ นะแก เป็นหวัดงี้ซม…แกเอ๊ย..โงหัวไม่ขึ้นตั้งหลายวัน
มันทรมานน่าดูเลยนะแก แถมตอนนั้นไม่รู้จักใครเสียด้วย อะไรๆ ก็ต้องทำเองทุกอย่าง คิดแล้วน้ำตาจะไหล.. ชั้นร้องไห้ทุกวันเลย คิดถึงบ้านก็คิดถึง รำๆ ว่าจะกลับๆ มะรอม มะร่อ…พอดี๊..กะว่าพรุ่งนี้จะไปบุ๊กตั๋ว..แต่พอเช้าขึ้นมานะแก..หายเหมือนปลิดทิ้ง!!!
โอ้แม่เป็นเจ้าพูดแล้วเหมือนโกหก..แถมมหาวิทยาลัยก็ตอบรับมาวันนั้นซะด้วย..” เดี๋ยวใจ*เป็นสำนวนชาวใต้ หมายถึงเดี๋ยวเดียว
แป๊บเดียว..
ปิงฟ้าไม่สนอาการจ้ออย่างปรกติของจุฬา เธอก้มลงสวมกอดคนป่วย และวิลันดาก็โอบกระหวัดเอาไว้แนบสนิท
และต่างไม่เอ่ยอะไรแก่กันสักคำเดียว …
จุฬาหยุดพูด
ได้แต่มองอย่างแปลกใจ…และแล้วจุฬา ก็อมยิ้ม…เธอส่ายหน้าไปมา
ยักไหล่เล็กน้อยแล้วค่อยๆ ย่องออกไปจากห้อง
ปิงฟ้าจูบที่หน้าผากหล่อนด้วยแสนรัก
“ปิงขอโทษนะคะ .. คนดี”น้ำตาของหญิงสาวปิงฟ้าไหลลงมาที่ปลายจมูก
“คุณไม่ต้องการคำขอโทษ..คุณต้องการปิงคนเดิม”
ปิงฟ้าสวมกอดหล่อนอีก…
“ปิงอยู่นี่ค่ะ ปิงรักคุณเสมอ..” ผู้หญิงสองคนกอดกันแนบแน่น บัดนั้นเหมือนว่าโลกทั้งโลกหมุนคว้าง
และเสียงเพลงแห่งความรักดังกระหึ่มก้อง..
"หายเร็วๆ นะคะ..ถ้าคุณหายดีแล้วปิงจะพาคุณเที่ยวให้ทั่ว.."
วิลันดายิ้มละไมอ่อนหวาน
และยกมือเช็ดน้ำตาให้คนรัก..
"ปิงรักคุณ"..ปิงฟ้าซบหน้าลงกับอก
วิลันดากอดเธอไว้..รู้สึกดั่งบทกวี..ที่ว่าข้อต่อทองสองข้อที่เคยหลุดออกจากกันนั้นบัดนี้กลับมาต่อคล้องกันดั่งเดิมอีกครั้ง..ธรรมชาติ ของความรักเต็มไปด้วยความดิ้นรนกระเสือกกระสน
เสาะหาหนทางที่จะต่อเชื่อมกันและกันให้เป็นหนึ่งเดียวจนได้..
และมันเป็นไปดั่งนี้เองไม่ว่าจะเป็นคู่รักเพศเดียวกันหรือต่างเพศ..ก็ล้วนแล้วแต่ดำเนินไปตามธรรมชาติทั้งสิ้น..

“ปิง..” จุฬาใช้ไหล่สะกิดไหล่อย่างหยอกเย้า
ขณะเดินออกมาจากโรงพยาบาลด้วยกัน
“อะไรคะ?” ปิงฟ้าหันไปถาม
มองเห็นรอยยิ้มมีนัยแอบแฝงของจุฬาแล้วเธอก็ยิ้มออกมา
“มีอะไรก็ว่ามาเถอะ”
จุฬายักคิ้ว
ทำท่าเจ้าเล่ห์ดูน่าขัน
“คำถามละลาบละล้วงนะ..”
คราวนี้ปิงฟ้าหัวเราะเบาๆ
อย่างอารมณ์ดี
“ถามจริง...แกกับคุณน้าวิลันดาคนนี้ไม่ใช่ญาติกันจริงๆ
ใช่ไหม? หมายความว่าแกโกหกชั้น
..ชั้นไม่ได้ว่าอะไรนะที่แกโกหก ชั้นไม่ได้ต่อว่าที่แกโกหก เอ้อ..
อะไรบางอย่างบางทีมันก็ต้องอย่างงี้แหล่ะใช่ไหมปิง
คือคนเราบางทีก็ไม่สามารถพูดจริงทุกเรื่องกับทุกคน..แต่แกพูดกะชั้นได้นะ..ชั้นเป็นพวกเดียวกับแก..จริงๆ
นะ”
“เอาเป็นว่าพี่จุฬาจะถามอะไรแน่คะ?” ปิงฟ้ายิ้มแล้วยิ้มอีกกับความวกวนของจุฬา
แต่เธอพอรู้แล้วล่ะว่าจุฬาจะถามอะไร
“อืม
ชั้นก็จะถามว่า แกกับคุณน้าไม่ได้เป็นญาติกันจริงๆ ใช่ไหม?”
“ค่ะ.. ”
“แล้ว
.. แล้วจริงๆ แล้วเป็นอะไรกัน?”
จุฬายิ้มอย่างทะเล้น
“พี่จุฬาเข้าใจว่าไงล่ะคะ?” ปิงฟ้าถามเรียบๆ แต่ยังยิ้มกริ่ม
“ตอนนี้เข้าใจว่าคุณน้าเป็นแฟนแก..ชั้นเข้าใจถูกต้องไหมนี่?”
“ค่ะ”
จุฬาตบหน้าขาตัวเองดังฉาดใหญ่
“นั่นไง… ว่าแล้ว..แล้วแกกับคุณน้าก็รักกันมาก…แต่แกกับคุณน้ามีเรื่องทะเลาะกันหรือเข้าใจผิดอะไรกันบางอย่าง..หรืออะไรทำนองนั้น…”
“พี่จุฬาไม่แอนตี้เรื่องพวกนี้เลยหรือคะ?” ปิงฟ้าถามตรงๆ
จุฬาเพื่อนรุ่นพี่หันมามองแล้วยักไหล่เก๋ไก๋
“ความรักสวยงามเสมอนะแก..ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นในหัวใจดวงไหน
..ความรักไม่ใช่คณิตศาสตร์ที่จะต้องมีสูตรตายตัว..
แกกับคุณน้าไม่ใช่ผู้หญิงคู่แรกที่รักกัน … แล้วก็ไม่ใช่คู่สุดท้ายของโลกใบนี้..แต่อาจเป็นคู่ที่เก้าหมื่นเก้าสิบหกล้านๆ
ๆๆ.. ไอ้เรื่องแบบนี้มันมีมานมนานกาเล..แล้วมันก็ต้องมีต่อไปอีกนานแสนนาน..แล้วเมื่อเป็นอย่างนี้แกว่าชั้นมีสิทธิ์อะไรไปแอนตี้? …”
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ แต่หัวใจปิงฟ้าวันนี้กลับอบอุ่นเหลือเกิน… เธอได้ยินเสียงจุฬาฮึมฮัมบทกวีฝรั่งเศสเบาๆ อย่างร่าเริง.. ความรักสวยงามเสมอ
ไม่ว่าจะเกิดในหัวใจดวงไหน…และดวงตาของคนรักนั้นก็แสนงามอ่อนหวานเสมอยามสบสานสายตากัน..ปิงฟ้าฟังบทกวีของจุฬาไม่รู้เรื่องตามเคย
แต่ดูเหมือนว่าวันนี้มันช่างเพราะพริ้งหวานซึ้งเสียเหลือเกิน..
ปิงฟ้าเริ่มคิดว่าเธอจะพาวิลันดาไปเที่ยวที่ไหนบ้างในประเทศนี้..เธอคิดถึงจตุรัสเซ้นต์ปีเตอร์ในกรุงวาติกัน
น้ำพุเทรวี่ที่เลื่องลือที่วันนี้เธอหนีไปอยู่ที่นั่นเสียจนมืดค่ำ
คิดถึงเมืองปิซ่า และหอเอนที่โด่งดังไปทั่วโลก ไปปิซ่าแล้วน่าจะเลยไปเมืองฟลอเรนซ์
เมืองศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมในสมัยก่อน..เธอน่าจะพาวิลันดาไปชมรูปแกะสลักหินอ่อน"เดวิด"
ผลงานของไมเคิล แองเจลโล ที่พิพิธภัณฑ์คาเดมี กัลเลอรี่
แล้วก็น่าจะไปวิหารเซนต์
มาเรีย เดลฟีออเร ที่ตกแต่งภายในอย่างสวยวิจิตรพิสดาร พาไปพิพิธพันธ์
เมดิซี่ที่เต็มไปด้วยภาพเขียนของจิตรกรดังๆ ในยุคก่อน
หรืออาจลงใต้ไปเมืองเนเปิลเมืองเก่าแก่ก่อนคริสตกาล
ไปปอมเปอี ไปเกาะคาปรี..ไปทุกที่ๆ วิลันดาอยากไป..ปิงฟ้าจะไม่ยอมให้อดีตเข้ามาทำร้ายเธอและวิลันดาอีกต่อไป..

หลายวันต่อมาที่เวนีซในยามโพล้เพล้...
คนแจวเรือกำลังพาคนทั้งสองไปยังสะพานแห่งความปรารถนา...วิลันดาเอนอิงอยู่ในอ้อมกอดของปิงฟ้าในขณะที่เรือคอนโดร่าล่องลอยไปตามลำคลองเพื่อชมบรรยากาศสองฝั่งคลองในเวนีซ...
และที่ใต้สะพานแห่งนี้ปิงฟ้าจูบวิลันดาอย่างอ่อนหวานท่ามกลางเสียงระฆังของโบสถ์เซ้นต์มาร์คดังกังวาน...ที่เล่าขานต่อกันมา
เนิ่นนานว่า ถ้าคู่รักคู่ใดได้จุมพิตกันใต้สะพานแห่งความปรารถนาในขณะที่เสียงระฆังดังขึ้นเช่นนี้ชีวิตรักของคนทั้งสองจะหวานซึ้งและยั่งยืน ชั่วนิจนิรันดร์
อวสาน.
