Monday, 12 March 2012

ตอนที่ 66..อวสาน


ท้ายบท

วิลันดาตื่นขึ้นมาไม่พบปิงฟ้าเสียแล้ว หล่อนมิได้ตื่นสาย แต่ปิงฟ้าออกไปก่อนเสียก่อนต่างหาก  หล่อนรู้สึกปวดศีรษะ เนื้อตัวร้อน    ผะผ่าว
เก็บที่นอนแล้วก็ไม่รู้จะไปไหน หล่อนชงกาแฟ แล้วเข้าไป  ทำธุระในห้องน้ำ หล่อนจามอยู่ในนั้นหลายหนและรู้สึกมึนๆ ..
กาแฟร้อนๆ  พอช่วยให้ดีขึ้นบ้างเล็กน้อย  แต่แล้วไม่นานมันกลับทำให้อยากอาเจียน..รู้สึกพะอืดพะอม เบ้าตาร้อนผ่าว..
ปิงฟ้าหนีไปแต่เช้า คิดแล้วหล่อนก็น้ำตาเอ่อ.. หล่อนมืดตัน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับตัวเองดี.. กลับเมืองไทยหรือหรือทนอยู่อย่างนี้? แต่หล่อนต้องการปิงฟ้ากลับคืน.. ความรักยังอยู่  แต่มันถูกแทรกด้วยเรื่องราวบาดหมายที่ทิ่มแทงใจกัน  



ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกมันหมุนคว้างแล้วร่างเล็กบางของวิลันดา ก็ซวยเซไปที่อ่างล้างหน้าอย่างลำบากยากเย็น
ปิงฟ้าหมดชั่วโมงเรียนตอนบ่าย แต่ไม่ได้กลับที่พัก            เธอหอบกระดานไปนั่งรับจ้างวาดลายเส้นกับรุ่นน้องที่น้ำพุเทรวี่ และอยู่เสียที่นั่นจนมืดค่ำ
อากาศหนาวเหน็บ เครื่องทำความร้อนที่ห้องเคยเสียมาแล้วหนหนึ่ง ปิงฟ้าห่วงอยู่เหมือนกันว่ามันจะเสียขึ้นมาอีก และหล่อนจะอยู่อย่างไร?
วิลันดาคงออกไปเที่ยวกับจุฬา ตอนนี้อาจทำอาหารกินกันแล้ว..ปิงฟ้าไม่เจอจุฬาที่มหาวิทยาลัยในวันนี้ และเธอก็ไม่ได้โทรเข้าไปหาวิลันดาที่ห้อง ไม่รู้ว่าทำไมจึงต้องเฉยเมย.. แล้วก็ได้แต่เสียใจที่ทำให้วิลันดาเสียใจ   ทั้งที่เธอกับวิลันดายังรักกัน
วิลันดาไม่ได้อยู่ในห้องตอนที่ปิงฟ้ากลับมา  แต่เสื้อผ้าข้าวของยังอยู่..เครื่องรับฝากข้อความทางโทรศัพท์กระพริบปริบๆ ปิงฟ้ารีบกดปุ่มฟังข้อความทันที
ปิงแกไปไหนกันว๊ะ..คุณน้าป่วยนะแก ชั้นเลยพามาโรงพยาบาลแองเจิ้น  แกรีบมาด่วนเลยนะเว้ย  แกบาปมากที่ปล่อยให้คนไม่สบายอยู่คนเดียวทั้งวัน ที่ชั้นจะบอกก็มีแค่นี้ล่ะแล้วรีบมาล่ะ..
เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ปิงฟ้ารู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ค่อยถูก      เธอค่อยๆ หยิบกุญแจห้อง สวมเสื้อกันหนาวตัวโต เดินก้าวออกจากห้อง      ลงบันไดชันๆ แล้วเข้าไปในลิฟต์เก่าแก่นั่นซึ่งเสียงของมันกึงกังโครมครามตลอดเวลา เมื่อเดินออกจากลิฟต์มาได้ เธอผ่านใครต่อใครที่คุ้นเคยกันแต่ก็ไม่ทักใคร และไม่รับคำทักของใคร ร่างสูงเปรียวของเธอเหมือนลอยเลื่อนปราศจากวิญญาณ..โรงพยาบาลแห่งนั้นอยู่ไม่ไกลมาก หากปรกติเธอคงรอรถเมล์ หรือไม่ก็อาจเดิน..
แต่ที่สุดเธอก็เรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาล..
จุฬาเป็นคนอื่นยังห่วงวิลันดาขนาดนี้ อาช่วงที่ไม่ได้พบ ไม่ได้ติดต่อกัน หล่อนเป็นอย่างไรบ้างนะ? หล่อนป่วยไข้ง่ายมาแต่ไหนแต่ไร..หากปิงฟ้าเองก็ป่วยใจ..ไม่มีใครมีความสุขเลย..
 “เฮ้ยปิง..ทำไมมาป่านนี้วะจุฬาเห็นหน้าก็ถลาเข้ามาต่อว่าทันที
แต่ปิงฟ้าไม่สนใจจุฬา เธอตรงมายืนเกาะอยู่ข้างเตียง เธอและวิลันดามองกันอยู่เนิ่นนาน..ได้ยินเสียงจุฬาบ่นอะไรต่ออะไรตลอดเวลา แต่เธอและวิลันดาไม่มีใครสนใจฟัง
 “ชั้นเข้าไปเห็นคุณน้านอนแย่อยู่ที่โซฟาน่ะ..แกเอ๊ยตัวงี้ร้อนจี๋เชียว  ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทันละมั้ง เป็นหวัดเมืองหนาวอย่างงี้ไม่กระจอกเหมือนหวัดบ้านเรานะเว๊ย  ไม่ใช่เดี๋ยวใจ*จะหายง่ายๆ  แกก็รู้ว่ากว่าจะหายมันทรมานทรกรรมอยู่เป็นนาน มันเรื้ออยู่นั่นแล้ว โอย.. อีตอนชั้นมาใหม่ๆ นะแก  เป็นหวัดงี้ซมแกเอ๊ย..โงหัวไม่ขึ้นตั้งหลายวัน มันทรมานน่าดูเลยนะแก แถมตอนนั้นไม่รู้จักใครเสียด้วย  อะไรๆ  ก็ต้องทำเองทุกอย่าง คิดแล้วน้ำตาจะไหล.. ชั้นร้องไห้ทุกวันเลย  คิดถึงบ้านก็คิดถึง รำๆ ว่าจะกลับๆ  มะรอม  มะร่อพอดี๊..กะว่าพรุ่งนี้จะไปบุ๊กตั๋ว..แต่พอเช้าขึ้นมานะแก..หายเหมือนปลิดทิ้ง!!! โอ้แม่เป็นเจ้าพูดแล้วเหมือนโกหก..แถมมหาวิทยาลัยก็ตอบรับมาวันนั้นซะด้วย..เดี๋ยวใจ*เป็นสำนวนชาวใต้ หมายถึงเดี๋ยวเดียว แป๊บเดียว..
ปิงฟ้าไม่สนอาการจ้ออย่างปรกติของจุฬา  เธอก้มลงสวมกอดคนป่วย  และวิลันดาก็โอบกระหวัดเอาไว้แนบสนิท และต่างไม่เอ่ยอะไรแก่กันสักคำเดียว
จุฬาหยุดพูด ได้แต่มองอย่างแปลกใจและแล้วจุฬา                  ก็อมยิ้มเธอส่ายหน้าไปมา ยักไหล่เล็กน้อยแล้วค่อยๆ ย่องออกไปจากห้อง
ปิงฟ้าจูบที่หน้าผากหล่อนด้วยแสนรัก
ปิงขอโทษนะคะ .. คนดีน้ำตาของหญิงสาวปิงฟ้าไหลลงมาที่ปลายจมูก
คุณไม่ต้องการคำขอโทษ..คุณต้องการปิงคนเดิม
ปิงฟ้าสวมกอดหล่อนอีก
ปิงอยู่นี่ค่ะ ปิงรักคุณเสมอ..ผู้หญิงสองคนกอดกันแนบแน่น บัดนั้นเหมือนว่าโลกทั้งโลกหมุนคว้าง และเสียงเพลงแห่งความรักดังกระหึ่มก้อง..
"หายเร็วๆ นะคะ..ถ้าคุณหายดีแล้วปิงจะพาคุณเที่ยวให้ทั่ว.."
วิลันดายิ้มละไมอ่อนหวาน และยกมือเช็ดน้ำตาให้คนรัก..
"ปิงรักคุณ"..ปิงฟ้าซบหน้าลงกับอก
วิลันดากอดเธอไว้..รู้สึกดั่งบทกวี..ที่ว่าข้อต่อทองสองข้อที่เคยหลุดออกจากกันนั้นบัดนี้กลับมาต่อคล้องกันดั่งเดิมอีกครั้ง..ธรรมชาติ       ของความรักเต็มไปด้วยความดิ้นรนกระเสือกกระสน เสาะหาหนทางที่จะต่อเชื่อมกันและกันให้เป็นหนึ่งเดียวจนได้.. และมันเป็นไปดั่งนี้เองไม่ว่าจะเป็นคู่รักเพศเดียวกันหรือต่างเพศ..ก็ล้วนแล้วแต่ดำเนินไปตามธรรมชาติทั้งสิ้น..  

 “ปิง..จุฬาใช้ไหล่สะกิดไหล่อย่างหยอกเย้า ขณะเดินออกมาจากโรงพยาบาลด้วยกัน 
อะไรคะ?”  ปิงฟ้าหันไปถาม มองเห็นรอยยิ้มมีนัยแอบแฝงของจุฬาแล้วเธอก็ยิ้มออกมา
 “มีอะไรก็ว่ามาเถอะ
จุฬายักคิ้ว ทำท่าเจ้าเล่ห์ดูน่าขัน
คำถามละลาบละล้วงนะ..
คราวนี้ปิงฟ้าหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
 “ถามจริง...แกกับคุณน้าวิลันดาคนนี้ไม่ใช่ญาติกันจริงๆ ใช่ไหม? หมายความว่าแกโกหกชั้น ..ชั้นไม่ได้ว่าอะไรนะที่แกโกหก ชั้นไม่ได้ต่อว่าที่แกโกหก เอ้อ.. อะไรบางอย่างบางทีมันก็ต้องอย่างงี้แหล่ะใช่ไหมปิง คือคนเราบางทีก็ไม่สามารถพูดจริงทุกเรื่องกับทุกคน..แต่แกพูดกะชั้นได้นะ..ชั้นเป็นพวกเดียวกับแก..จริงๆ นะ
เอาเป็นว่าพี่จุฬาจะถามอะไรแน่คะ?” ปิงฟ้ายิ้มแล้วยิ้มอีกกับความวกวนของจุฬา แต่เธอพอรู้แล้วล่ะว่าจุฬาจะถามอะไร
 “อืม ชั้นก็จะถามว่า แกกับคุณน้าไม่ได้เป็นญาติกันจริงๆ ใช่ไหม?”
 “ค่ะ.. 
 “แล้ว .. แล้วจริงๆ แล้วเป็นอะไรกัน?” จุฬายิ้มอย่างทะเล้น
 “พี่จุฬาเข้าใจว่าไงล่ะคะ?” ปิงฟ้าถามเรียบๆ แต่ยังยิ้มกริ่ม
 “ตอนนี้เข้าใจว่าคุณน้าเป็นแฟนแก..ชั้นเข้าใจถูกต้องไหมนี่?”
  “ค่ะ” 
 จุฬาตบหน้าขาตัวเองดังฉาดใหญ่
 “นั่นไงว่าแล้ว..แล้วแกกับคุณน้าก็รักกันมากแต่แกกับคุณน้ามีเรื่องทะเลาะกันหรือเข้าใจผิดอะไรกันบางอย่าง..หรืออะไรทำนองนั้น…”
 “พี่จุฬาไม่แอนตี้เรื่องพวกนี้เลยหรือคะ?” ปิงฟ้าถามตรงๆ    
จุฬาเพื่อนรุ่นพี่หันมามองแล้วยักไหล่เก๋ไก๋ 
 “ความรักสวยงามเสมอนะแก..ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นในหัวใจดวงไหน ..ความรักไม่ใช่คณิตศาสตร์ที่จะต้องมีสูตรตายตัว.. แกกับคุณน้าไม่ใช่ผู้หญิงคู่แรกที่รักกัน แล้วก็ไม่ใช่คู่สุดท้ายของโลกใบนี้..แต่อาจเป็นคู่ที่เก้าหมื่นเก้าสิบหกล้านๆ ๆๆ.. ไอ้เรื่องแบบนี้มันมีมานมนานกาเล..แล้วมันก็ต้องมีต่อไปอีกนานแสนนาน..แล้วเมื่อเป็นอย่างนี้แกว่าชั้นมีสิทธิ์อะไรไปแอนตี้? …”
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ  แต่หัวใจปิงฟ้าวันนี้กลับอบอุ่นเหลือเกินเธอได้ยินเสียงจุฬาฮึมฮัมบทกวีฝรั่งเศสเบาๆ  อย่างร่าเริง..     ความรักสวยงามเสมอ ไม่ว่าจะเกิดในหัวใจดวงไหนและดวงตาของคนรักนั้นก็แสนงามอ่อนหวานเสมอยามสบสานสายตากัน..ปิงฟ้าฟังบทกวีของจุฬาไม่รู้เรื่องตามเคย  แต่ดูเหมือนว่าวันนี้มันช่างเพราะพริ้งหวานซึ้งเสียเหลือเกิน..
ปิงฟ้าเริ่มคิดว่าเธอจะพาวิลันดาไปเที่ยวที่ไหนบ้างในประเทศนี้..เธอคิดถึงจตุรัสเซ้นต์ปีเตอร์ในกรุงวาติกัน น้ำพุเทรวี่ที่เลื่องลือที่วันนี้เธอหนีไปอยู่ที่นั่นเสียจนมืดค่ำ คิดถึงเมืองปิซ่า และหอเอนที่โด่งดังไปทั่วโลก ไปปิซ่าแล้วน่าจะเลยไปเมืองฟลอเรนซ์ เมืองศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมในสมัยก่อน..เธอน่าจะพาวิลันดาไปชมรูปแกะสลักหินอ่อน"เดวิด" ผลงานของไมเคิล แองเจลโล ที่พิพิธภัณฑ์คาเดมี กัลเลอรี่
แล้วก็น่าจะไปวิหารเซนต์ มาเรีย เดลฟีออเร ที่ตกแต่งภายในอย่างสวยวิจิตรพิสดาร พาไปพิพิธพันธ์ เมดิซี่ที่เต็มไปด้วยภาพเขียนของจิตรกรดังๆ ในยุคก่อน
หรืออาจลงใต้ไปเมืองเนเปิลเมืองเก่าแก่ก่อนคริสตกาล        ไปปอมเปอี  ไปเกาะคาปรี..ไปทุกที่ๆ วิลันดาอยากไป..ปิงฟ้าจะไม่ยอมให้อดีตเข้ามาทำร้ายเธอและวิลันดาอีกต่อไป..
                 


หลายวันต่อมาที่เวนีซในยามโพล้เพล้...
คนแจวเรือกำลังพาคนทั้งสองไปยังสะพานแห่งความปรารถนา...วิลันดาเอนอิงอยู่ในอ้อมกอดของปิงฟ้าในขณะที่เรือคอนโดร่าล่องลอยไปตามลำคลองเพื่อชมบรรยากาศสองฝั่งคลองในเวนีซ...
และที่ใต้สะพานแห่งนี้ปิงฟ้าจูบวิลันดาอย่างอ่อนหวานท่ามกลางเสียงระฆังของโบสถ์เซ้นต์มาร์คดังกังวาน...ที่เล่าขานต่อกันมา        เนิ่นนานว่า ถ้าคู่รักคู่ใดได้จุมพิตกันใต้สะพานแห่งความปรารถนาในขณะที่เสียงระฆังดังขึ้นเช่นนี้ชีวิตรักของคนทั้งสองจะหวานซึ้งและยั่งยืน                ชั่วนิจนิรันดร์
                                         
อวสาน.